Midea ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนตอบสนองด้วยการเร่งทั้งการผลิตและการขนส่งในระดับที่บริษัทอธิบายว่าเป็นความต้องการแบบ “พุ่งกระฉูด”
ความเร่งรีบนี้สะท้อนว่าความต้องการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้ารุ่นเดียวหรือประเทศเดียว แต่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายตลาด ขณะที่ Midea ระบุว่าสินค้า PortaSplit ยังมีจำนวนไม่เพียงพอในบางประเทศ และวันเติมสินค้าอาจแตกต่างกันไปตามตลาด
อากาศร้อนทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงกลางวันและหัวค่ำที่ครัวเรือนและธุรกิจต่างเปิดเครื่องทำความเย็นพร้อมกัน ยุโรปจึงต้องรับมือทั้งความต้องการไฟฟ้าที่สูงขึ้นและข้อจำกัดด้านการผลิตไฟฟ้าในบางพื้นที่ เช่น อุณหภูมิแม่น้ำที่สูงขึ้นซึ่งอาจทำให้โรงไฟฟ้าบางแห่งต้องลดกำลังการผลิต
สวิตเซอร์แลนด์เผชิญคลื่นความร้อนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีบันทึกสภาพอากาศกว่า 160 ปี โดยกรุงเบิร์นมีวันอากาศร้อนระดับเขตร้อนติดต่อกัน 13 วัน และเมืองบาเซิลวัดอุณหภูมิได้ 39 องศาเซลเซียส
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานกลางสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า ระบบทำความเย็นและปรับอากาศคิดเป็นเกือบ 11% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ใกล้เคียงกับสัดส่วน 14% ของการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ความร้อน เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนทั่วไปอาจใช้ไฟฟ้าประมาณ 700–1,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหลายประเภท
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบไม่ได้หมายความว่าสวิตเซอร์แลนด์จะเผชิญปัญหาไฟฟ้าทันทีทุกครั้งที่เกิดคลื่นความร้อน เพราะภาระบนระบบไฟฟ้าของประเทศโดยทั่วไปยังสูงกว่าในฤดูหนาว แต่แนวโน้มการติดตั้งแอร์ที่เพิ่มขึ้นกำลังทำให้ผู้ดูแลระบบต้องวางแผนรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าช่วงฤดูร้อนมากขึ้น
หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนถึงบทบาทของจีนในฐานะฐานการผลิตและผู้ส่งออก มากกว่าผลกระทบเชิงปริมาณต่อระบบไฟฟ้าภายในประเทศ โรงงานของ Midea บางแห่งเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ชิ้นส่วนและสินค้าถูกเร่งขนส่งทางอากาศและทางรถไฟ
แต่ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับระบุว่าการเร่งผลิตเครื่องปรับอากาศเพื่อส่งออกยุโรปทำให้การใช้ไฟฟ้าของจีนเพิ่มขึ้นเท่าใด หรือส่งผลต่อเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าภายในประเทศในระดับใด ดังนั้น ประเด็นนี้ควรมองว่าเป็นช่องว่างของข้อมูล ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการผลิตที่เพิ่มขึ้นไม่มีผลกระทบ
แรงกดดันจากยุโรปเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระดับโลก องค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ประเมินว่า ความต้องการไฟฟ้าสำหรับการทำความเย็นพื้นที่ทั่วโลกอยู่ที่มากกว่า 2,900 TWh ในปี 2025 เพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปี 2015 และอาจทะลุ 4,500 TWh ภายในปี 2035 หากนโยบายปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป
ตัวเลขสำคัญที่ช่วยให้เห็นขนาดของการเปลี่ยนแปลง ได้แก่
IEA มองว่าทศวรรษข้างหน้าจะเป็นช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการทำความเย็น ศูนย์ข้อมูล และยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
กระแส PortaSplit ในยุโรปสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่ายอดขายของ Midea คลื่นความร้อนกำลังทำให้การมีเครื่องปรับอากาศเปลี่ยนจากสินค้าทางเลือกเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครัวเรือนจำนวนมากในภูมิภาคที่เคยมีอัตราการติดตั้งต่ำ
ในระยะสั้น ผู้ผลิตจีนสามารถใช้กำลังการผลิตและเครือข่ายโลจิสติกส์เพื่อเติมสินค้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาว ความท้าทายจะอยู่ที่การทำให้ระบบไฟฟ้ารองรับความต้องการทำความเย็นที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ทำให้ต้นทุนพลังงาน ภาระโครงข่าย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย