USD/JPY ซื้อขายใกล้ 163.30–163.70 ในช่วงเช้าวันพุธ โดยเงินเยนฟื้นตัวขึ้นบ้างในช่วงข้ามคืน แต่การอ่อนค่าลงถูกจำกัดอยู่ในบริเวณ 163.30 คู่เงินนี้ทำจุดต่ำสุดรอบ 40 ปีครั้งใหม่ที่ 163.99 เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม และยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงใกล้จุดนั้น ระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับจุดต่ำสุดตลอดกาลนั้นบางมาก — ประมาณ 42 pips ตามที่นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุ
ดอลลาร์แข็งค่าที่ 101.43 เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน และปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเยนเป็น 163.88 ในการซื้อขายช่วงเช้าของเอเชีย แต่การเคลื่อนไหวชะลอตัวเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ข้างสนาม
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%–3.75% ในวันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ติดต่อกัน ผลสำรวจของรอยเตอร์จากนักเศรษฐศาสตร์ 104 รายพบความเห็นพ้องต้องกันในประเด็นนี้
แต่เรื่องจริงที่ต้องจับตาคือการพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันของความคาดหวังในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ได้เปลี่ยนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก ตามข้อมูล CME FedWatch ที่อ้างอิงโดยหลายแหล่ง:
น้ำเสียงของประธานเฟด เควิน วอร์ช และถ้อยแถลงจะเป็นกุญแจสำคัญต่อทิศทางของดอลลาร์ รายงานนโยบายการเงินเดือนกรกฎาคม 2026 ของเฟดระบุว่าสัญญาซื้อขายอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (federal funds futures) ชี้ว่านักลงทุนคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30 จุดพื้นฐานเหนืออัตราปัจจุบัน สู่ประมาณ 4% ภายในสิ้นปี 2026
ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี หลังปรับขึ้น 25 จุดพื้นฐานในเดือนมิถุนายน โดยตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 31 กรกฎาคมไว้เพียง 1%
อย่างไรก็ตาม BOJ คาดว่าจะส่งสัญญาณนโยบายที่เข้มงวด ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง:
กรรมการ BOJ คนหนึ่ง คือนาโอกิ ทามูระ ได้เรียกร้องให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยทุกๆ สองสามเดือน และส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการเร่งจังหวะการปรับขึ้น
อะไรที่ทำให้ USD/JPY จ่ออยู่ใกล้จุดต่ำสุด? ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมหาศาล
ช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ (3.50%–3.75%) และอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่น (1.00%) อยู่ที่ประมาณ 250 จุดพื้นฐาน — ช่องว่างที่ยังคงกดดันค่าเงินเยนอย่างหนัก ส่วนต่างผลตอบแทนนี้ได้ลบล้างแม้กระทั่งความพยายามแทรกแซงครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กระทรวงการคลังใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 11.7349 ล้านล้านเยน เพื่อเข้าซื้อเยนระหว่างวันที่ 28 เมษายนถึง 27 พฤษภาคม แต่คู่เงินดังกล่าวก็กลับขึ้นไปเหนือ 163 อีกครั้ง
ความเสี่ยงจากการแทรกแซงกำลังเพิ่มสูงขึ้น เมื่อ USD/JPY เข้าใกล้ 164 ทางการญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทรกแซงหากคู่เงินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปสู่ 165 อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือของมาตรการแทรกแซงกำลังถูกตั้งคำถาม — นักวิเคราะห์รายหนึ่งชี้ว่าการที่คู่เงินกลับขึ้นไปเหนือ 163 ได้อีกครั้งแม้จะมีการใช้เงินแทรกแซงเป็นประวัติการณ์ แสดงให้เห็นว่ามาตรการนี้ "กำลังสูญเสียความน่าเชื่อถือ"
คู่เงินนี้อยู่ในรูปแบบการรอคอย หากเฟดคงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณ Hawkish (คงโอกาสขึ้นดอกเบี้ยไว้) อาจผลักดัน USD/JPY ให้ทดสอบระดับ 164 ในขณะที่หาก BOJ คงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณ Hawkish พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP จะให้แรงหนุนต่อเยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ระดับเทคนิคที่ต้องจับตา:
ภายใน 72 ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่าคู่เงินนี้จะไต่ระดับขึ้นไปทดสอบ 164 หรือจะเกิดการกลับตัว เมื่อธนาคารกลางทั้งสองแห่งมีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณถึงการปรับขึ้นในอนาคต จุดสนใจของตลาดจะอยู่ที่ถ้อยแถลง และว่าทางการญี่ปุ่นจะยอมเข้าแทรกแซงอีกครั้งหรือไม่