ด้านอุปสงค์เห็นแรงกระตุ้นได้ค่อนข้างชัด ทั้งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นและมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงขึ้น ขณะที่ด้านอุปทาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภาพที่อาจเพิ่มขึ้นจาก AI ยังไม่แน่นอนว่า ผลลัพธ์จะมีขนาดใหญ่เพียงใดและจะเกิดขึ้นเมื่อไร
แรงทั้งสองด้านอาจผลักดันการเติบโต ตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อไปคนละทิศทาง หรือหักล้างกันบางส่วน ทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ธนาคารกลางเห็นในเวลานั้นตีความได้ยาก และยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบสุทธิจะเป็นอย่างไร
BIS ยกหลักฐานสำคัญหลายด้านมาประกอบคำเตือน ได้แก่
คำเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า หากการลงทุนใน AI ไม่สร้างผลตอบแทนตามที่คาด บริษัทและผู้ให้กู้อาจเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน โดยรายงานเศรษฐกิจประจำปีของ BIS เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2026 ระบุว่า การพลิกกลับของการลงทุน AI เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่น่ากังวลต่อความมั่งคั่งทั่วโลก ร่วมกับเงินเฟ้อและแรงกดดันทางการคลัง
BIS เตือนว่า ขนาดของการลงทุนในปัจจุบันมีลักษณะคล้ายกับช่วงก่อนหน้าที่จบลงด้วยการลงทุนหดตัวอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยในวงกว้างได้
สำหรับธนาคารกลาง ปัญหาคือผลกระทบจาก AI อาจปรากฏผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน ทั้งการลงทุน การบริโภค ราคาหุ้น การจ้างงาน ผลิตภาพ และภาคสินเชื่อ หากข้อมูลเหล่านี้ส่งสัญญาณขัดแย้งกัน การปรับขึ้นหรือลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจยิ่งทำให้เศรษฐกิจถูกกระตุ้นหรือชะลอตัวมากกว่าที่ตั้งใจ
BIS จึงแนะนำให้ธนาคารกลางใช้นโยบายการเงินแบบ ค่อยเป็นค่อยไปและอิงข้อมูล พร้อมย้ำว่าไม่ควรใช้แบบจำลองที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาแทนที่วิจารณญาณของผู้กำหนดนโยบาย
เนื่องจากผลต่อผลิตภาพยังไม่แน่นอน และยังแยกผลของอุปสงค์กับอุปทานออกจากกันได้ยากในแบบเรียลไทม์ ธนาคารกลางจึงควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจล่วงหน้าโดยอาศัยสมมติฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ และรอให้สัญญาณวัฏจักรเศรษฐกิจชัดเจนขึ้นก่อนปรับอัตราดอกเบี้ย
ใจความสำคัญของ BIS ไม่ใช่การบอกว่า AI จะส่งผลดีหรือร้ายต่อเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว แต่คือการเตือนว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ธนาคารกลางอาจมองเห็น “ภาพเศรษฐกิจ” ที่มีทั้งแรงเร่งและแรงต้านเกิดขึ้นพร้อมกัน การกำหนดดอกเบี้ยจึงต้องระมัดระวังมากกว่าการยึดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นหลัก