อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันว่าตนเองต้องเป็นผู้จัดเก็บค่าธรรมเนียมแต่เพียงผู้เดียว หรืออย่างน้อยต้องเป็นผู้มีบทบาทนำในระบบดังกล่าว สำหรับเตหะราน รูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมไม่ใช่เพียงเรื่องรายได้ แต่ยังเป็นช่องทางทำให้อำนาจของอิหร่านเหนือการเดินเรือในช่องแคบมีความชัดเจนและเป็นทางการมากขึ้น
เมื่อ 26 กรกฎาคม 2026 อิหร่านระบุว่าการหารือกับโอมานเรื่องการบริหารช่องแคบมีความคืบหน้า แม้สหรัฐฯ จะกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง แต่จนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม อิหร่านยังคัดค้านข้อเสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคของโอมาน
ข้อพิพาทเรื่องการบริหารช่องแคบเกิดขึ้นท่ามกลางการเผชิญหน้าทางทหารที่ยังไม่ยุติระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล
ก่อนที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นศูนย์กลางของวิกฤต โอมานเคยทำหน้าที่เป็นคนกลางในการหารือทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
การหารือจัดขึ้นที่กรุงมัสกัตเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ และอีกครั้งเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2026 แต่ทั้งสองรอบจบลงโดยไม่มีข้อตกลง และนักการทูตต่างเดินทางกลับเมืองหลวงของตน
เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานประกาศว่าอิหร่านตกลงว่าจะไม่สะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และมองว่าสันติภาพ “อยู่ใกล้แค่เอื้อม” ทว่าไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สหรัฐฯ และอิสราเอลก็เริ่มปฏิบัติการทางอากาศต่ออิหร่าน ทำให้ช่องทางการทูตดังกล่าวหยุดชะงัก
ภายในเดือนมิถุนายน 2026 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่าโอมานถูกถอดออกจากบทบาทคนกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ขณะที่ Soufan Center รายงานว่า การหยุดยิงระหว่างสองประเทศดูเหมือนจะล่มลงอย่างชัดเจนในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
โอมานเสนอให้จัดตั้ง กลไกร่วมระดับภูมิภาค หรือกลุ่มความร่วมมือของประเทศในภูมิภาค เพื่อบริหารช่องแคบฮอร์มุซร่วมกัน ภายใต้แนวทางนี้ อิหร่านจะไม่สามารถควบคุมเส้นทางน้ำแต่เพียงฝ่ายเดียว
ข้อเสนอดังกล่าวอ้างอิงแนวทางของช่องแคบมะละกา ซึ่งบริษัทเดินเรือสามารถสมทบเงินโดยสมัครใจเพื่อสนับสนุนงานนำร่อง การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และภารกิจค้นหาและกู้ภัย
กลไกที่โอมานเสนอจะดูแลความปลอดภัยทางทะเล การค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนความร่วมมือด้านอื่น ๆ โดยการเข้าร่วมและการจ่ายเงินจะเป็นไปโดยสมัครใจ
โอมานยังเสนอแนวคิดแยกต่างหากให้แบ่งเส้นทางเดินเรือเป็น 2 แนว ได้แก่
แผนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือและยังไม่มีการสรุปเป็นข้อตกลงขั้นสุดท้าย
อิหร่านคัดค้านโมเดลกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค เพราะมองว่าจะลดทอนอำนาจฝ่ายเดียวของเตหะราน อิหร่านต้องการข้อตกลงแบบทวิภาคีกับโอมาน โดยให้อิหร่านเป็นผู้นำการจัดเก็บค่าธรรมเนียม และต้องการให้การชำระเงินเป็นภาคบังคับ
ฝ่ายอิหร่านให้เหตุผลว่า หากการจ่ายเงินเป็นเพียงความสมัครใจ เรือที่ไม่จ่ายอาจถูกห้ามผ่านช่องแคบ นี่จึงเป็นจุดขัดแย้งสำคัญระหว่างแนวทางของเตหะรานที่ต้องการอำนาจควบคุมและค่าธรรมเนียมแบบบังคับ กับแนวทางของมัสกัตที่ต้องการระบบร่วมและการมีส่วนร่วมโดยสมัครใจ
อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามใช้อำนาจทางทหารครอบงำภูมิภาค และไม่ยอมรับ “ความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์รูปแบบใหม่” เตหะรานยังมองว่าการปิดล้อมทางทะเลและการโจมตีระลอกใหม่ของสหรัฐฯ เป็นหลักฐานว่า วอชิงตันไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เป็นกลางในการกำกับดูแลช่องแคบฮอร์มุซได้
อิหร่านยังชี้ไปที่บทบาทของอิสราเอลในการผลักดันให้สหรัฐฯ เข้าสู่สงคราม โดยอ้างคำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศโอมานที่ระบุว่าสหรัฐฯ “สูญเสียการควบคุมนโยบายต่างประเทศของตนเอง” และกล่าวหาอิสราเอลว่าโน้มน้าวให้วอชิงตันเปิดฉากโจมตี
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดกั้นเรือพาณิชย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นส่วนใหญ่ การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ยังดำเนินอยู่ และยังมีการโจมตีทางอากาศเป็นระยะ
การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานยังดำเนินต่อไป แต่ติดอยู่ที่คำถามพื้นฐานว่า ช่องแคบควรบริหารแบบ ทวิภาคีภายใต้บทบาทนำของอิหร่าน หรือผ่าน กลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคตามข้อเสนอของโอมาน ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงที่ครอบคลุม หรือข้อตกลงเปิดช่องแคบให้การเดินเรือกลับสู่ภาวะปกติ