คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Macquarie เตือนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ว่าตลาดน้ำมันอาจกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนสิ้นปี หากการหยุดโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวร [17] Macquarie คาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบ Brent ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2026 และ 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 ลดลงอย่างมากจากประมาณการเดิมที่ 89 และ 74 ดอลลาร์ตามลำดับ [19][60] Morgan Stanley ลดคาดการณ์ Brent ไตรมาส 3 ปี 2026 เหลือ 75 ดอลลาร์ และไตรมาส 4 เหลือ 80 ดอลลาร์ พร้อมเตือนว่าอุปทานส่วนเกินในปี 2027 อาจมีขนาดใหญ่ขึ้น [1][7] ราคาน้ำมันร่วงลงแล้วจากระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสงคราม โดย Brent อยู่ที่ราว 73–77 ดอลลาร์ช่วงปลายเดือนมิถุนายน และร่วงอีก 4% หลังการหยุดโจมตีรอบล่าสุด [19][35][51] What did Macquarie warn about the oil market outlook if the current U.S.-Iran pause leads to a diplomatic deal, and what are the key factors The Strait of Hormuz, a critical chokepoint for global oil shipments, at the center of the U.S.-Iran conflict and potential diplomatic resolution. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Macquarie warn about the oil market outlook if the current U.S.-Iran pause leads to a diplomatic deal, and what are the key factors. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of the situation based on the latest reports.. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factu
openai.com ราคาน้ำมันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาแกว่งตัวรุนแรงจากผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งรบกวนการขนส่งน้ำมันทั่วโลก แต่หากความพยายามทางการทูตประสบความสำเร็จ ทิศทางของตลาดอาจกลับด้านอย่างรวดเร็ว
Macquarie Group ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ว่า ตลาดน้ำมันอาจกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนสิ้นปี หากการหยุดโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืน นั่นหมายความว่าแรงกดดันด้านราคาที่เคยเกิดจากความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลนอาจเปลี่ยนเป็นแรงกดดันจากน้ำมันที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดมากเกินกว่าความต้องการ
คำเตือนของ Macquarie: ตลาดอาจกลับมาน้ำมันล้นก่อนสิ้นปี
Vikas Dwivedi นักกลยุทธ์ด้านพลังงานของ Macquarie ประเมินว่า การลดระดับความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในระดับ “ไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่ไม่กี่เดือน” เขาเปรียบเทียบสถานการณ์ผ่านมุมมองตลาดออปชันว่า ผู้เล่นในตลาดเสมือนถือสิทธิ์ป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันขาลง แต่สิทธิ์ดังกล่าวจะมีมูลค่าลดลงเมื่อเวลาเดินหน้า และ “วันหมดอายุ” ที่สำคัญคือช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ตลาดน้ำมันพลิกจากขาดแคลนสู่ล้นตลาด? Macquarie ชี้ดีลสหรัฐฯ–อิหร่านคือจุดเปลี่ยน" คืออะไร Macquarie เตือนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ว่าตลาดน้ำมันอาจกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนสิ้นปี หากการหยุดโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวร [17]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Macquarie เตือนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ว่าตลาดน้ำมันอาจกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนสิ้นปี หากการหยุดโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวร [17] Macquarie คาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบ Brent ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2026 และ 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 ลดลงอย่างมากจากประมาณการเดิมที่ 89 และ 74 ดอลลาร์ตามลำดับ [19][60]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Morgan Stanley ลดคาดการณ์ Brent ไตรมาส 3 ปี 2026 เหลือ 75 ดอลลาร์ และไตรมาส 4 เหลือ 80 ดอลลาร์ พร้อมเตือนว่าอุปทานส่วนเกินในปี 2027 อาจมีขนาดใหญ่ขึ้น [1][7]
ใจความสำคัญคือ หากการหยุดยิงยกระดับเป็นข้อตกลงทางการทูตได้เร็ว การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็มีโอกาสฟื้นตัว ขณะที่น้ำมันจากตะวันออกกลางและอิหร่านอาจกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จนทำให้สมดุลอุปสงค์–อุปทานเปลี่ยนจากภาวะตึงตัวเป็นภาวะส่วนเกิน
แรงผลักดันทางการเมือง: ราคาน้ำมันกับเส้นตายเลือกตั้งกลางเทอม Macquarie เชื่อมโยงความเร่งด่วนของการเจรจากับปฏิทินการเมืองสหรัฐฯ โดยรัฐบาลวอชิงตันเผชิญแรงกดดันให้ยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน ขณะที่เหลือเวลาไม่ถึง 100 วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
การทำให้ราคาน้ำมันเบนซินลดลงก่อนการเลือกตั้งจึงเป็นแรงจูงใจสำคัญที่อาจผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการบรรลุข้อตกลงโดยเร็ว หากการเจรจาช่วยให้การขนส่งผ่านฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอาจช่วยคลายแรงกดดันต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าครองชีพในสหรัฐฯ
คาดการณ์ราคาน้ำมันของสองสถาบันการเงิน ประมาณการ Macquarie (24 มิถุนายน) Morgan Stanley (30 มิถุนายน) Brent เฉลี่ยปี 2026 77 ดอลลาร์/บาร์เรล — Brent เฉลี่ยปี 2027 64 ดอลลาร์/บาร์เรล 75 ดอลลาร์ในครึ่งปีแรก และ 70 ดอลลาร์ในครึ่งปีหลัง Brent ไตรมาส 3 ปี 2026 — 75 ดอลลาร์/บาร์เรล Brent ไตรมาส 4 ปี 2026 — 80 ดอลลาร์/บาร์เรล
Macquarie ปรับลดตัวเลขลงแรง เมื่อวันที่ 23–24 มิถุนายน 2026 Macquarie ปรับลดคาดการณ์ราคา Brent หลังประเมินว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใต้กรอบข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว
Macquarie คาดว่า Brent จะเฉลี่ยอยู่ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2026 และ 64 ดอลลาร์ในปี 2027 ลดลงจากประมาณการก่อนหน้าที่ 89 และ 74 ดอลลาร์ตามลำดับ
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างอย่างมากจากสถานการณ์เลวร้ายที่ Macquarie เคยประเมินไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งระบุว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อถึงเดือนมิถุนายนและช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิด
Morgan Stanley ลดประมาณการลงต่อเนื่อง การปรับลดคาดการณ์ของ Morgan Stanley สะท้อนว่าตลาดมองการฟื้นตัวของเส้นทางขนส่งน้ำมันเร็วกว่าที่เคยคาดไว้เช่นกัน
13 เมษายน: ธนาคารยังคงคาดการณ์ Brent ไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ 110 ดอลลาร์ และไตรมาส 3 ที่ 100 ดอลลาร์ โดยมองว่าการฟื้นตัวของอุปทานจะเป็นไปอย่างช้า ๆ
ช่วงกลางเดือนมิถุนายน หลังมีบันทึกความเข้าใจ: ปรับคาดการณ์ไตรมาส 3 ลงเหลือ 90 ดอลลาร์ และไตรมาส 4 เหลือ 80 ดอลลาร์ โดยระบุว่าการฟื้นตัวของการขนส่งจริงอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ แม้สัญญาณราคาจะเริ่มลดลงแล้ว
30 มิถุนายน: ลดคาดการณ์ไตรมาส 3 ปี 2026 เหลือ 75 ดอลลาร์ และไตรมาส 4 เหลือ 80 ดอลลาร์ พร้อมเตือนว่าอาจเกิดอุปทานส่วนเกินขนาดใหญ่ขึ้นในปี 2027 โดยคาด Brent ที่ 75 ดอลลาร์ในครึ่งปีแรก และ 70 ดอลลาร์ในครึ่งปีหลัง
Morgan Stanley ยังชี้ว่าอุปทานจากสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและอุปสงค์จากจีนที่อ่อนแรงลง เป็นปัจจัยเพิ่มเติมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำมันล้นตลาด
ราคาน้ำมันร่วงไปแล้วแค่ไหน ตลาดได้สะท้อนความหวังเรื่องการลดความตึงเครียดไปมากแล้ว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงจากระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสงคราม มาอยู่ที่ราว 73–77 ดอลลาร์ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026
วันที่ 27 กรกฎาคม ราคาน้ำมันร่วงลง 4% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดการโจมตีชั่วคราว ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังว่าการเจรจาทางการทูตจะกลับมาเดินหน้าและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัว
รายงานตลาดน้ำมันเดือนกรกฎาคมของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ระบุว่า ราคาน้ำมัน North Sea Dated ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงสำคัญ ลดลงถึง 31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 68 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม
ลำดับเหตุการณ์ลดความตึงเครียด: เดินหน้าแบบเปราะบาง
บันทึกความเข้าใจฉบับแรกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 กำหนดกรอบหยุดยิง 60 วัน และเปิดช่วงเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาข้อตกลงถาวร
การหยุดโจมตีรอบใหม่ช่วงวันที่ 25–26 กรกฎาคม ช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 25–26 กรกฎาคม 2026 สหรัฐฯ และอิหร่านหยุดการโจมตี หลังจากมีการโจมตีต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยจุดความหวังว่าทั้งสองฝ่ายอาจกลับเข้าสู่แนวทางการทูตอีกครั้ง
Macquarie ประเมินว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายอาจอยู่ห่างออกไปเพียง “ไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่ไม่กี่เดือน” แต่การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และกรอบเวลา 60 วันจาก MOU ฉบับเดิมยังคงมีผลในทางเทคนิค
ความเสี่ยงที่การหยุดยิงจะพังลงอีกครั้ง แม้ตลาดจะตอบรับการหยุดโจมตีด้วยการลดความกังวลด้านอุปทาน แต่ข้อตกลงยังไม่มั่นคง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังเตือนว่าอาจเปิดฉากโจมตีทางอากาศ หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลง ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าความขัดแย้งยังคงอยู่ในระดับตึงเครียดสูง
ในกรณีนั้น แนวโน้มตลาดจะพลิกจากความเสี่ยงน้ำมันล้นตลาดกลับไปสู่ความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนและเส้นทางขนส่งถูกจำกัด ดังนั้น แม้ Macquarie จะมองว่าตลาดอาจกลับมาอยู่ในภาวะส่วนเกินก่อนสิ้นปี แต่ทิศทางดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียวที่เปราะบางมาก นั่นคือความสามารถของสหรัฐฯ และอิหร่านในการรักษาการหยุดยิงและเปลี่ยนการพักรบให้เป็นข้อตกลงถาวร