โครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยตั้งเป้าผลิตประมาณ 5 เครื่องในปี 2026 และเพิ่มเป็นราว 20 เครื่องในปี 2027 เครื่องชุดแรกมีแผนส่งให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน ได้แก่ SMIC, Hua Hong Semiconductor และผู้ผลิตหน่วยความจำ ChangXin Memory Technologies (CXMT) ขณะที่ SMIC เริ่มทดสอบเครื่อง DUV ที่พัฒนาในประเทศตั้งแต่เดือนกันยายน 2025
เครื่องดังกล่าวออกแบบมาสำหรับการผลิตระดับประมาณ 28 นาโนเมตร แต่ในทางทฤษฎีอาจใช้เทคนิคการทำลวดลายหลายครั้ง หรือ multi-patterning เพื่อผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตร หรือแม้แต่ 5 นาโนเมตรได้ อย่างไรก็ดี วิธีนี้มีต้นทุนสูงกว่า ใช้เวลามากกว่า และมีแนวโน้มให้ผลผลิตต่อรอบต่ำกว่า
จุดสำคัญคือเครื่องจีนยังตามหลังเครื่องของ ASML ในด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ และต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ผลิตจำนวนมากในโรงงานได้
เมื่อเทียบขนาดการผลิตแล้ว โครงการจีนยังเล็กมาก ASML จัดส่งเครื่อง immersion DUV ทั่วโลก 131 เครื่องในปี 2025 ดังนั้นเป้าหมาย 5–20 เครื่องต่อปีของจีนยังเป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกำลังผลิตของ ASML
หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ หุ้น ASML ในตลาดอัมสเตอร์ดัมร่วงลงมากถึง 6.5% เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ข้อมูล Bloomberg ระบุว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทหายไปมากกว่า 8,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันเดียว
การปรับตัวลงครั้งนี้สะท้อนแรงกระแทกด้านความเชื่อมั่นมากกว่าการสูญเสียรายได้ในทันที เพราะเครื่องจีนยังผลิตได้จำนวนน้อย ประสิทธิภาพยังไม่พิสูจน์ในระดับการผลิตเชิงพาณิชย์ และผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยราว 2 ปีกว่าจะพร้อมสำหรับการผลิตชิปปริมาณมาก
พูดง่าย ๆ คือ จีนเพิ่งแสดงให้เห็นว่า “มีทางเลือกของตัวเอง” แต่ยังไม่ได้แปลว่าสามารถทดแทนเครื่องจักรของ ASML ได้ทั้งระบบในวันนี้
จีนยังมีความสำคัญต่อ ASML แม้สัดส่วนรายได้กำลังลดลงจากมาตรการควบคุมการส่งออกที่มีอยู่แล้ว
ASML ไม่สามารถขายเครื่อง EUV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดสำหรับการผลิตชิปขั้นสูงให้จีนได้อยู่แล้ว รายได้จากจีนจึงเกี่ยวข้องกับเครื่อง DUV เป็นหลัก ทำให้ธุรกิจส่วนนี้เสี่ยงโดยตรงต่อทั้งมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ และการที่จีนพัฒนาเครื่องจักรทดแทนเอง
ยิ่งไปกว่านั้น มีการประเมินว่าประมาณ 75% ของรายได้เติบโตเพิ่มเติมของ ASML ระหว่างปี 2021–2024 มาจากจีน ในช่วงที่รายได้รวมของบริษัทเพิ่มจาก 18,000 ล้านยูโรเป็น 28,000 ล้านยูโร
MATCH Act เป็นร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคในเดือนเมษายน 2026 โดยมีเป้าหมายยกระดับการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปยังจีน
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย ได้แก่
ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และกำลังเดินหน้าต่อในกระบวนการนิติบัญญัติ กระทรวงพาณิชย์จีนเตือนว่ากฎหมายนี้อาจ “สร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรง” ต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
หาก MATCH Act มีผลบังคับใช้ ASML อาจสูญเสียรายได้จากการขายเครื่อง DUV ให้จีนราว 7,000–8,000 ล้านยูโร รวมถึงรายได้จากการให้บริการเครื่องจักรที่ติดตั้งไปแล้ว
พัฒนาการทั้งสองเรื่องเป็นแรงส่งให้จีนพึ่งพาตนเองมากขึ้น แต่เป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อ ASML
| ปัจจัย | ผลกระทบต่อ ASML |
|---|---|
| MATCH Act | อาจตัดรายได้จากการขายเครื่อง DUV ให้จีนราว 7,000–8,000 ล้านยูโร และห้ามให้บริการเครื่องที่ติดตั้งอยู่แล้ว ซึ่งกระทบรายได้บริการที่มีอัตรากำไรสูง |
| เครื่อง DUV ที่ผลิตในจีน | ลดการพึ่งพา ASML ในระยะยาว และทำให้จีนมีทางเลือกสำรอง แม้ MATCH Act จะไม่ผ่านก็ตาม |
| จุดแข็งของ ASML | เครื่องจีนยังตามหลังด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ขณะที่กำลังผลิต 5–20 เครื่องต่อปียังห่างไกลจาก 131 เครื่องของ ASML ในปี 2025 การทดแทนจึงต้องใช้เวลา |
ความเชื่อมโยงนี้มีนัยสำคัญทางการเมืองด้วย เพราะความสำเร็จเบื้องต้นของจีนทำให้ข้อโต้แย้งว่า “การควบคุมการส่งออกอาจไร้ผล เพราะจีนจะสร้างเองอยู่ดี” มีน้ำหนักมากขึ้นในหมู่ผู้สนับสนุน MATCH Act
ในทางกลับกัน หากกฎหมายผ่าน การตัดช่องทางเข้าถึงเครื่องมือของ ASML ก็อาจเร่งให้จีนทุ่มทรัพยากรเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ผลิตชิปภายในประเทศเร็วขึ้น กลายเป็นวงจรที่มาตรการควบคุมผลักดันการพึ่งพาตนเองไปพร้อมกัน
หุ้น ASML ร่วงประมาณ 6.5% จากข่าวเครื่อง DUV ของจีน แต่ความเสี่ยงต่อผลประกอบการในช่วงปี 2026–2027 ยังมาจาก MATCH Act มากกว่าเครื่องจักรจีนโดยตรง เพราะกฎหมายอาจตัดรายได้ DUV จากจีนในระยะใกล้ ขณะที่การทดแทนด้วยเครื่องจีนยังเป็นความเสี่ยงระยะยาวและน่าจะต้องใช้เวลาอีก 1–2 ปีกว่าจะเห็นปริมาณที่มีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองปัจจัยเสริมแรงกัน จีนมีเหตุผลมากขึ้นในการเดินหน้าสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของตัวเอง ส่วน ASML มีอำนาจต่อรองลดลงเมื่อผู้กำหนดนโยบายเห็นว่าจีนเริ่มมีทางเลือกภายในประเทศแล้ว
ด้านที่ช่วยพยุง ASML คือประมาณการรายได้ปี 2026 ที่ 36,000–40,000 ล้านยูโรยังขับเคลื่อนด้วยความต้องการเครื่อง EUV สำหรับชิปปัญญาประดิษฐ์จาก TSMC, Samsung และ Intel เป็นหลัก ไม่ใช่ตลาดจีน