เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า บุคคลที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมเป็นชาวกาซาที่ถูกจับกุมระหว่างสงคราม ไม่ใช่ผู้ต้องขังที่ถูกตัดสินความผิดจากคดีก่อนสงคราม และกองทัพอิสราเอลไม่ได้จัดคนกลุ่มนี้ว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย”
ตลอดช่วงสงครามและระยะหยุดยิง อิสราเอลเคยปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวจากกาซาเป็นระยะ โดยปกติครั้งละประมาณ 10–20 คนทุกไม่กี่สัปดาห์ การปล่อยตัว 60 คนครั้งนี้จึงมีขนาดใหญ่กว่าการส่งตัวในช่วงที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
หลายแหล่งข่าวรายงานว่า ผู้ถูกปล่อยตัวเดินทางมาถึงศูนย์การแพทย์นัสเซอร์ในสภาพ “อ่อนแอและได้รับบาดเจ็บ” บางคนต้องนั่งรถเข็น ขณะที่ผู้สื่อข่าวในพื้นที่สังเกตเห็นร่องรอยบาดเจ็บทางร่างกายและความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน
หลังได้รับการปล่อยตัว บางคนเล่าถึงการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมระหว่างถูกควบคุมตัวในอิสราเอล โดยกล่าวหาว่าถูกทุบตี อดอาหาร และแยกขัง ข้อกล่าวหาล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานในช่วงสงครามและระยะหยุดยิงที่กล่าวถึงสภาพการควบคุมตัวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ไม่ได้แยกยืนยันว่าข้อกล่าวหาแต่ละประเด็นเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 60 คนในวันที่ 28 กรกฎาคมหรือไม่
ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 ICRC ระบุว่าไม่สามารถเข้าเยี่ยมชาวปาเลสไตน์ในสถานที่ควบคุมตัวของอิสราเอลได้ องค์กรเรียกร้องให้อิสราเอลแจ้งข้อมูลและเปิดทางให้เข้าตรวจเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัวอย่างต่อเนื่อง
ศาลสูงสุดของอิสราเอลเคยรับรองการห้าม ICRC เข้าเยี่ยมเรือนจำ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตัวประกัน
จากรายงานที่มีอยู่ ยังไม่พบคำชี้แจงอย่างละเอียดจากรัฐบาลอิสราเอลต่อข้อกล่าวหาการทำร้ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
โดยทั่วไป หน่วยงานราชทัณฑ์อิสราเอลเคยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายอย่างเป็นระบบ และในเดือนกรกฎาคม 2026 เรียกข้อกล่าวหาที่เผยแพร่โดย Wall Street Journal ว่าเป็น “เรื่องเท็จ เรื่องเดิมที่นำกลับมาเผยแพร่ และไม่มีมูลข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง” ทางการอิสราเอลยืนยันมาโดยตลอดว่าปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย
ข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในเดือนตุลาคม 2025 ยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสซึ่งดำเนินมานานสองปี ระยะแรกของข้อตกลงกำหนดให้ฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตทั้งหมด แลกกับการปล่อยตัวนักโทษและผู้ถูกควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก
ในการแลกเปลี่ยนระยะแรก อิสราเอลปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ประมาณ 1,700–2,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวกาซาที่ถูกควบคุมตัวระหว่างสงคราม หลังจากนั้นยังมีการปล่อยตัวเป็นกลุ่มเล็กลงในช่วงปี 2025 และ 2026 เช่น
ข้อมูลจากสมาคมนักโทษปาเลสไตน์ระบุว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ยังมีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 1,000 คนอยู่ภายใต้การควบคุมตัวทางปกครองของอิสราเอล หลายคนถูกควบคุมตัวโดยไม่มีการตั้งข้อหาทางอาญา
ฮามาสยืนยันซ้ำหลายครั้งว่า การเจรจาเกี่ยวกับระยะต่อไปของข้อตกลงหยุดยิงต้องขึ้นอยู่กับการที่อิสราเอลปฏิบัติตามพันธกรณีในการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ และกล่าวหาอิสราเอลว่าล่าช้าในการปล่อยตัว
ดังนั้น การปล่อยตัว 60 คนในครั้งนี้จึงมีความสำคัญทั้งในแง่ขนาดของกลุ่มผู้ได้รับอิสรภาพ และในฐานะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาระยะต่อไปของข้อตกลงหยุดยิงซึ่งยังหยุดชะงัก