Hans Engel นักวิเคราะห์ของ Erste Group ระบุปัจจัยหลัก 3 ประการที่สนับสนุนการอัปเกรดคำแนะนำ
Erste Group คาดว่าแนวโน้มขาขึ้นของหุ้นจะดำเนินต่อไป โดยมีแรงหนุนจากโซลูชันเทคโนโลยีของ Visa ที่ช่วยให้ธนาคาร ฟินเทค และองค์กรต่าง ๆ ฝังระบบชำระเงิน ความปลอดภัย และข้อมูลไว้ในผลิตภัณฑ์ของตนเอง
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 Visa เปิดตัว Visa Stablecoin Platform (VSP) ซึ่งถือเป็นการขยายบทบาทเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบันการเงิน
VSP เป็นแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรที่เปิดให้ธนาคาร ฟินเทค และบริษัทการเงินสามารถออก สร้างโทเคน โอน จัดเก็บ และบริหาร Stablecoin ผ่านสภาพแวดล้อมเดียวที่ Visa ดูแล โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนขึ้นใหม่เอง
แพลตฟอร์มมีแนวทางการใช้งาน 2 รูปแบบ ได้แก่
ระยะแรก VSP รองรับ Open USD (OUSD) ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ออกโดย Open Standard Alliance กลุ่มความร่วมมือที่มี Visa, Mastercard, Coinbase, BlackRock และ Alphabet รวมอยู่ด้วย
ระบบดังกล่าวเชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Visa ซึ่งครอบคลุมร้านค้ากว่า 200 ล้านแห่งทั่วโลก และสถาบันการเงินราว 15,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม VSP ยังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งาน การเข้าถึงต้องมี Visa Access ID และหมายเลข Business Identification หรือ BID ของลูกค้า Visa เดิม
การเปิดตัวเกิดขึ้นในช่วงที่มูลค่า Stablecoin รวมในตลาดอยู่ใกล้ระดับ 3 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้การแข่งขันกับ USDC ของ Circle และผู้เล่นรายอื่นเข้มข้นขึ้น
VSP ยังต่อยอดจากความคืบหน้าด้าน Stablecoin ของ Visa ก่อนหน้านี้ โดยโครงการทดลองชำระบัญชีด้วย Stablecoin ของบริษัทมีมูลค่าการทำธุรกรรมต่อปีในอัตรา 7 พันล้านดอลลาร์ และรองรับ 9 บล็อกเชนแล้ว ณ เดือนเมษายน 2026
Visa มีกำหนดประกาศผลประกอบการ หลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2026
| รายการ | ประมาณการตลาด | การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีก่อน |
|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (EPS) | 3.22–3.23 ดอลลาร์ | เพิ่มขึ้น 8.1%–8.4% จาก 2.98 ดอลลาร์ |
| รายได้ | ประมาณ 11.35–11.38 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่มขึ้น 11.6%–13% |
Visa ทำกำไรต่อหุ้นสูงกว่าประมาณการของตลาดมาแล้ว 4 ไตรมาสติดต่อกัน สำหรับทั้งปีงบการเงิน 2026 นักวิเคราะห์คาด EPS ที่ 13.10 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.2% จากปีก่อน และคาดไว้ที่ 14.83 ดอลลาร์ในปีงบการเงิน 2027
บทวิเคราะห์ก่อนประกาศผลประกอบการที่มีอยู่ไม่ได้ระบุฟุตบอลโลก 2026 เป็นปัจจัยหนุนเฉพาะของไตรมาสนี้โดยตรง แต่ภาพรวมการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดนยังอาศัยความแข็งแกร่งของการเดินทางระหว่างประเทศและการใช้จ่ายอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของรายได้ Visa
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นในช่วงที่คาดว่าจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้น จึงอาจช่วยหนุนปริมาณการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางได้ อย่างไรก็ตาม ประมาณการที่เผยแพร่ยังไม่ได้แยกตัวเลขผลกระทบจากฟุตบอลโลกออกมาเป็นปัจจัยเฉพาะ
| ตัวชี้วัด | ข้อมูล |
|---|---|
| ช่วงราคาล่าสุด ณ 27 กรกฎาคม 2026 | ประมาณ 346–355 ดอลลาร์ โดยราคาปิดวันที่ 24 กรกฎาคมอยู่ที่ 355.22 ดอลลาร์ |
| กรอบราคาในรอบ 52 สัปดาห์ | 294–376 ดอลลาร์ |
| ราคาเป้าหมายเฉลี่ย | ประมาณ 393–401 ดอลลาร์ |
| ราคาเป้าหมายค่ามัธยฐาน | ประมาณ 410 ดอลลาร์ หรือมีโอกาสเพิ่มขึ้นราว 18% |
| ราคาเป้าหมายสูงสุดจากวอลล์สตรีท | 450 ดอลลาร์ |
| จำนวนนักวิเคราะห์ที่ติดตามหุ้น | 21–38 ราย |
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ 21 รายแบ่งเป็น “ซื้ออย่างมาก” 38%, “ซื้อ” 57%, “ถือ” 5% และไม่มีคำแนะนำขาย ขณะที่ผลสำรวจของ Investing.com จากนักวิเคราะห์ 38 รายให้ฉันทามติ “ซื้ออย่างมาก” และราคาเป้าหมายเฉลี่ยใน 12 เดือนที่ 401.16 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นโอกาสเพิ่มขึ้นประมาณ 15%
MarketBeat รายงานฉันทามติที่ระดับ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายเฉลี่ย 399.41 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคาช่วง 346–355 ดอลลาร์ หุ้นจึงยังซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของตลาด โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินโอกาสขาขึ้นไว้ราว 10%–18%
การปรับราคาเป้าหมายในช่วงที่ผ่านมา ก็สะท้อนทิศทางเชิงบวกเช่นกัน โดย Truist Financial เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 394 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ส่วน Barclays เริ่มต้นการวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ Overweight และราคาเป้าหมาย 420 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ขณะที่ Baird เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 412 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม
การอัปเกรดจาก Erste Group เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัว VSP และตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการที่ยังเติบโตเป็นเลขสองหลัก จึงสะท้อนภาพของ Visa ในฐานะบริษัทชำระเงินที่กำลังขยายฐานเทคโนโลยี ขณะเดียวกันยังรักษาความสามารถทำกำไรในระดับสูงไว้ได้
ในการแถลงผลประกอบการวันที่ 28 กรกฎาคม นักลงทุนจะให้ความสนใจกับความคืบหน้าการใช้งาน Stablecoin แนวโน้มปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดน และสัญญาณว่าการเดินทางช่วงฟุตบอลโลก 2026 จะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายผ่านเครือข่าย Visa ได้มากน้อยเพียงใด