การยื่นอุทธรณ์ (27 กรกฎาคม 2569): คณะกรรมการบริษัท TotalEnergies ลงมติยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน ข้อโต้แย้งหลักของบริษัทประกอบด้วย:
บริบททางการเงิน: การปล่อยก๊าซ Scope 3 คิดเป็นสัดส่วนมหาศาลของการปล่อยคาร์บอนของ TotalEnergies บริษัทยังไม่ได้แถลงต่อสาธารณะว่าคำตัดสินนี้จะบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางปฏิบัติใดๆ และศาลชั้นต้นก็ไม่ได้มีคำสั่งให้หยุดโครงการใดๆ ซึ่ง TotalEnergies ระบุว่าพอใจกับประเด็นนี้ ขณะนี้การอุทธรณ์อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แห่งปารีส (Paris Court of Appeal)
คำตัดสินเดิม (15 กรกฎาคม 2568): ในคดี Pabai v Commonwealth (No 2) FCA 796 ผู้พิพากษา Wigney มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ผู้อาวุโสชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส (Uncle Pabai Pabai และ Uncle Paul Kabai) ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย แม้ผู้พิพากษาจะยอมรับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังทำลายเกาะช่องแคบทอร์เรสและคุกคามวิถีชีวิต Ailan Kastom (ประเพณีของชาวเกาะ) แต่ก็ตัดสินว่ารัฐบาล ไม่มีหน้าที่ดูแล (duty of care) ในทางละเมิดต่อการตัดสินใจเรื่องเป้าหมายการปล่อยก๊าซและนโยบายสภาพอากาศ เนื่องจากเป็นเรื่องของ "นโยบายหลักของรัฐบาล" (core government policy) ซึ่งเกินขอบเขตการตรวจสอบของศาล
การไต่สวนอุทธรณ์ (ปลายเดือนกรกฎาคม 2569): การไต่สวนอุทธรณ์เป็นเวลา 4 วันเริ่มขึ้นที่นครเมลเบิร์น ต่อหน้าศาลรัฐบาลกลางแห่งออสเตรเลียเต็มคณะ (Full Federal Court) โดยมีประธานศาล Debra Mortimer, ผู้พิพากษา Craig Colvin และผู้พิพากษา Nicholas Owens เป็นคณะตุลาการ โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่าผู้พิพากษาชั้นต้นวินิจฉัยผิดที่เห็นว่ากฎหมายละเมิด (negligence law) ไม่สามารถชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการตัดสินใจนโยบายสภาพอากาศของรัฐบาลได้
ประเด็นทางกฎหมายสำคัญ: ศาลจะสามารถวินิจฉัยได้หรือไม่ว่ารัฐบาลกลาง (Commonwealth) มีหน้าที่ดูแลชุมชนพื้นเมืองจากความเสียหายด้านสภาพอากาศที่คาดการณ์ได้ และจะสามารถสั่งให้ชดเชยค่าเสียหายจากการสูญเสียวัฒนธรรมและวิถีชีวิตได้หรือไม่? ศาลเต็มคณะขอสงวนคำตัดสิน (reserved its decision) โดยจะมีการพิพากษาในวันข้างหน้า
คดี TotalEnergies และคดีชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสเป็นคดีแนวหน้า (frontier cases) ที่ตั้งคำถามสำคัญสองประการต่อความรับผิดชอบด้านสภาพอากาศ: บริษัทเอกชนจะต้องรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของตนภายใต้กรอบการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบทางละเมิดสำหรับนโยบายสภาพอากาศที่ไม่เพียงพอหรือไม่ การอุทธรณ์ทั้งสองคดียังไม่มีคำตัดสินในขั้นสุดท้าย และทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางคดีความด้านสภาพอากาศทั่วโลก