ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถทำผลงานได้ที่ ระดับสูงสุด ของทั้งสองช่วงดังกล่าว ทั้งสำนักข่าว Bloomberg และ Reuters ต่างรายงานว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการปรับเพิ่มเป้าหมายของ Vodafone เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในวันนี้
AstraZeneca รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกและไตรมาส 2 ปี 2026 ที่กำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขสำคัญมีดังนี้:
บริษัทยืนยัน เป้าหมายระยะยาว ที่จะสร้างรายได้รวมให้ถึง 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในด้านมะเร็งวิทยา โรคหายาก และการรักษาโรคอ้วน หุ้น AstraZeneca ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์หลังจากประกาศผลประกอบการ
นอกเหนือจาก Vodafone และ AstraZeneca ที่เป็นปัจจัยเฉพาะตัวแล้ว ตลาดยุโรปโดยรวมยังได้แรงหนุนจาก การหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ สหรัฐฯ หยุดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นคืนที่สองติดต่อกัน ขณะที่อิหร่านก็งดการโจมตีตอบโต้ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไร (Risk-On) ทั่วทั้งตลาดหุ้น
ขณะนี้ตลาดกำลังจับตาปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อัดแน่น นำโดยผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม 'Magnificent Seven' 4 บริษัท และการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกันนี้
| บริษัท | วันที่รายงาน | สิ่งที่คาดว่าจะถูกจับตา |
|---|---|---|
| Microsoft (MSFT) | วันพุธที่ 29 กรกฎาคม | การใช้จ่ายด้าน AI; คาดว่าการใช้จ่ายด้านทุนปี 2026 อาจใกล้ 2.38 แสนล้านดอลลาร์ |
| Meta Platforms (META) | วันพุธที่ 29 กรกฎาคม | การใช้จ่ายด้าน AI และแนวโน้มโฆษณาดิจิทัล |
| Amazon (AMZN) | วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม | การเติบโตของรายได้ และการใช้จ่ายด้านคลาวด์และ AI |
| Apple (AAPL) | วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม | คาดการณ์รายได้ประมาณ 1.089 แสนล้านดอลลาร์; หุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ 333 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม |
ผลประกอบการเหล่านี้จะเกิดขึ้นหลังจาก Alphabet รายงานผลงานที่น่าผิดหวัง และในขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาดูการใช้จ่ายด้าน AI และความแข็งแกร่งของอัตรากำไรของบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างใกล้ชิด
กล่าวโดยสรุป การดีดตัวของตลาดยุโรปในวันจันทร์เป็น 'แรงหนุนสองต่อ' — ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท (Vodafone, AstraZeneca) ประกอบกับแรงซื้อจากบรรยากาศการเมืองโลกที่ดีขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่ตอนนี้ตลาดกำลังเปลี่ยนโฟกัสไปยังสิ่งที่จะมีผลกระทบมากที่สุดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ นั่นคือ ผลประกอบการของ Big Tech และสัญญาณนโยบายการเงินครั้งต่อไปของ Fed