เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 กระทรวงพาณิชย์จีน หรือ MOFCOM ได้หารือกับ Alibaba, ByteDance และ Z.ai (บริษัท Zhipu) ต่อเนื่องในช่วงเดือนก่อนหน้า เกี่ยวกับการจำกัดการเข้าถึงโมเดล AI ขั้นสูงของจีนจากต่างประเทศ แหล่งข่าวระบุว่าการหารือครอบคลุมทั้งโมเดลที่เปิดให้บริการแล้ว โมเดลที่ยังไม่เปิดตัว รวมถึงโมเดลแบบปิดและโอเพนเวต
เจ้าหน้าที่ยังหารือถึงแนวทางทำให้การขโมยหรือการรั่วไหลของเทคโนโลยี AI เข้าข่ายความผิดด้านความมั่นคงแห่งชาติ ตลอดจนการจำกัดเงินลงทุนจากต่างชาติในบริษัท AI ของจีน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งจีน หรือ CAC ได้เผยแพร่ร่างกฎควบคุมการส่งออก AI เชิงสร้างสรรค์ และเปิดรับความเห็นเป็นเวลา 60 วัน ร่างดังกล่าวกำหนดให้การส่งออกโมเดลระดับแนวหน้าไปยังเขตอำนาจศาลที่กำหนดต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัย
รายงานจาก Reuters อ้างถึงการประชุมโต๊ะกลมของผู้เชี่ยวชาญกฎหมายจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งถูกสรุปไว้ในวารสารอย่างเป็นทางการของศาลประชาชนสูงสุด โดยเสนอระบบกำกับดูแลโมเดล AI แบบ 3 ระดับ
| ระดับ | ประเภทโมเดล | แนวทางที่เสนอ |
|---|---|---|
| ระดับ 1 | เครื่องมือโอเพนซอร์สพื้นฐาน | ยื่นแจ้งข้อมูลแบบง่าย |
| ระดับ 2 | เทคโนโลยีที่มีความสามารถสูงขึ้น | ต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัย |
| ระดับ 3 | โมเดลแนวหน้าที่มีความอ่อนไหวสูงสุด | ห้ามเผยแพร่สู่สาธารณะ หรือจำกัดให้ใช้งานเฉพาะภายในจีน |
ข้อเสนอมีแนวโน้มครอบคลุมทั้งโมเดลแบบปิดและโมเดลโอเพนเวต โดยโมเดลที่มีความสามารถสูงสุดอาจถูกจำกัดให้ใช้งานภายในประเทศเท่านั้น
จุดสำคัญคือ กรอบนี้มอง model weights หรือ “ค่าน้ำหนักโมเดล” ซึ่งเป็นส่วนแกนกลางของทรัพย์สินทางปัญญา AI ในลักษณะเดียวกับที่สหรัฐฯ มองชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง นั่นหมายความว่า ค่าน้ำหนักของโมเดลอาจถูกยกระดับให้เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออก
ปัจจัยใกล้ตัวที่สุดคือการยกระดับมาตรการของสหรัฐฯ เอง
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มีคำสั่งให้ Anthropic ระงับการเข้าถึงโมเดลขั้นสูง Fable 5 และ Mythos 5 จากต่างประเทศ โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติและโอกาสที่ระบบจะถูกเจลเบรกในวงแคบ Anthropic จึงปิดการใช้งานโมเดลทั้งสองสำหรับผู้ใช้นอกสหรัฐฯ อย่างฉับพลัน
ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน สหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าวหลัง Anthropic แก้ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมาแล้ว นั่นคือ วอชิงตันพร้อมจำกัดการเข้าถึง “ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์” ที่เป็นโมเดล AI แนวหน้า ไม่ได้ควบคุมเฉพาะฮาร์ดแวร์อย่างชิปอีกต่อไป
มูลนิธิเพื่อการป้องกันประชาธิปไตย (Foundation for Defense of Democracies) ระบุว่า แนวทางของจีนเป็นการสะท้อนมาตรการของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งควบคุมผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Anthropic เนื่องจากความสามารถด้านการแฮ็ก
ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างอีกหลายประการ ได้แก่
สหรัฐฯ ใช้กรอบควบคุมการส่งออกชิป AI แบบหลายระดับมาตั้งแต่ช่วงปี 2022–2025 โดยแบ่งประเทศต่าง ๆ ตามระดับการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
คำสั่งต่อ Anthropic ในเดือนมิถุนายน 2026 ถือเป็นการขยับจากการควบคุมฮาร์ดแวร์ไปสู่การควบคุมซอฟต์แวร์โดยตรง และเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าโมเดล AI ระดับแนวหน้าถูกมองเป็น “สินทรัพย์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ” มากกว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ซื้อขายได้อย่างเสรี
การหารือที่นำโดย MOFCOM สะท้อนแนวคิดการสร้างระบบควบคุมการส่งออกในชั้นซอฟต์แวร์ ซึ่งมีตรรกะคล้ายกับระบบควบคุมชิปของสหรัฐฯ แต่พุ่งเป้าไปที่ช่องทางเผยแพร่โมเดลแบบเปิด ซึ่งเคยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอิทธิพลและการยอมรับเทคโนโลยี AI จีนทั่วโลก
ในอดีต การเปิดโมเดลอย่าง DeepSeek และ Qwen ช่วยให้ผู้พัฒนาและองค์กรทั่วโลกนำโมเดลจีนไปทดลองและใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสนอใหม่กลับมองว่าการเผยแพร่โมเดลที่ทรงพลังเกินไปอาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์
ภาพรวมที่กำลังเกิดขึ้นคือการแข่งขันสหรัฐฯ–จีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงงานผลิตชิปหรือศูนย์ข้อมูลอีกต่อไป แต่ขยายไปถึง “สิทธิในการเข้าถึงค่าน้ำหนักของโมเดล” ด้วย
สหรัฐฯ ควบคุมชิปขั้นสูงและเริ่มจำกัดการเข้าถึงโมเดล AI ของบริษัทอเมริกัน ขณะที่จีนกำลังพิจารณาควบคุมโมเดลของตนเอง รวมถึงโมเดลโอเพนเวตที่เคยเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกดาวน์โหลดได้อย่างกว้างขวาง
หากกรอบดังกล่าวถูกนำไปใช้จริง ระบบนิเวศ AI แบบเปิดทั่วโลกอาจถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งมากขึ้น และคำว่า “โอเพนซอร์ส” อาจไม่ได้หมายถึงการเข้าถึงได้อย่างเสรีโดยไม่มีเงื่อนไขอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อโมเดลนั้นมีความสามารถสูงพอที่จะถูกจัดเป็นเทคโนโลยีแนวหน้า