ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคริปโตกับ AI จึงควรเป็นคำว่า “และ” ไม่ใช่ “หรือ” การเติบโตของ AI ไม่ได้ลดความสำคัญของคริปโต แต่ในมุมมองของ Armstrong กลับอาจทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานแบบคริปโตเพิ่มขึ้น
เขายังวิจารณ์สตาร์ตอัปคริปโตที่เปลี่ยนชื่อหรือรีแบรนด์ตัวเองเป็นบริษัท AI เพียงเพราะต้องการเกาะกระแส โดยมองว่าการทำเช่นนั้นเกิดจากความเข้าใจผิดว่าทั้งสองอุตสาหกรรมกำลังแย่งโอกาสเดียวกัน
Armstrong เคยปูพื้นฐานแนวคิดนี้ไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 โดยชี้ว่า AI agents ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารแบบมนุษย์ ไม่สามารถรอการโอนเงินระหว่างประเทศเป็นเวลาหลายวัน และไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำงานอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลของประเทศเดียว พวกมันจึงต้องการเงินที่โอนย้ายได้แบบเรียลไทม์และตั้งโปรแกรมเงื่อนไขได้
Agentic Finance (AiFi) คือชื่อที่ Armstrong ใช้เรียกระบบการเงินรูปแบบใหม่ ซึ่ง AI agents สามารถดำเนินธุรกรรมและจัดการภาระทางการเงินได้โดยมีมนุษย์เข้ามาแทรกแซงน้อยลง
ตัวอย่างงานที่ AI agents อาจทำได้ ได้แก่
Armstrong คาดการณ์ว่าในอนาคต AI agents อาจทำธุรกรรมรายวันมากกว่ามนุษย์ทั้งหมดรวมกัน อย่างไรก็ตาม นี่เป็น การคาดการณ์ของ Armstrong ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
งานวิชาการเกี่ยวกับ agent-to-agent finance ก็เสนอภาพที่ใกล้เคียงกันในแง่ที่ AI agents อาจค้นหาคู่สัญญา ซื้อบริการ แสดงเจตนาการทำธุรกรรม ชำระเงิน และสร้างหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ แต่บทความดังกล่าวไม่ได้สรุปว่าบล็อกเชนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะกับการเงินทุกประเภท โดยชี้ว่าคุณสมบัติอย่างการชำระบัญชีแบบตั้งโปรแกรมได้และกระเป๋าเงินอัจฉริยะอาจช่วยแก้ปัญหาการประสานงานบางอย่างของระบบอัตโนมัติ
Armstrong ระบุองค์ประกอบสำคัญของวิสัยทัศน์ AiFi ไว้หลายส่วน ได้แก่
Coinbase ยังเปิดตัว Coinbase for Agents เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ซึ่งช่วยให้ AI agents ทำธุรกรรมและซื้อขายคริปโตแทนผู้ใช้ได้ โดยในระยะแรกผู้ใช้สามารถออกคำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ เพื่อให้ตัวแทน AI ปรับพอร์ต ค้นหาโอกาสซื้อขาย หรือจัดการสถานะการลงทุน
รายงานของ Chainalysis ในเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่า ธุรกรรม agentic payments บน Base ทะลุ 100 ล้านครั้ง ภายในเวลาประมาณสามไตรมาส จากระดับเกือบเป็นศูนย์ในไตรมาส 3 ปี 2025
รายงานเดียวกันระบุว่า ธุรกรรมที่มีมูลค่าอย่างน้อย 1 ดอลลาร์คิดเป็น 95% ของมูลค่าที่โอนทั้งหมด เพิ่มจาก 49% ในช่วงต้นปี 2025 ซึ่งอาจสะท้อนว่ากิจกรรมกำลังขยับจากธุรกรรมลักษณะสแปมไปสู่การโอนมูลค่าที่มีนัยสำคัญมากขึ้น
แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันการใช้งานเชิงเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ เพราะ Chainalysis ระบุว่าการเติบโตส่วนใหญ่ในช่วงแรกได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมฟาร์มมีมคอยน์ และปริมาณธุรกรรมเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าธุรกรรมเหล่านั้นมีประโยชน์หรือยั่งยืนเพียงใด
อีกการวิเคราะห์หนึ่งระบุว่า AI อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับปริมาณการซื้อขายคริปโตทั่วโลกประมาณ 60–80% และ AI agents มีปริมาณการชำระเงินบน Solana มากกว่า 31,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ตัวเลขนี้มาจากการวิเคราะห์ของแหล่งข่าวภาคอุตสาหกรรม จึงควรพิจารณาวิธีการเก็บข้อมูลและนิยามคำว่า “AI-driven” ประกอบด้วย
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 Coinbase ยื่นแจ้งแผนปรับโครงสร้างต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC โดยระบุเป้าหมายทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายและการปรับการดำเนินงานให้เหมาะกับยุค AI
แผนดังกล่าวลดตำแหน่งงานประมาณ 700 ตำแหน่ง หรือราว 14% ของพนักงานทั่วโลก บริษัทอธิบายว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามต่อธุรกิจคริปโต แต่เป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้งานคริปโตในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการค้าระหว่าง AI agents และการชำระเงินผ่าน USDC กับ Base
Coinbase ยังระบุว่า บริษัทสร้างโค้ดประจำวันมากกว่าครึ่งด้วย AI และปรับกระบวนการกำกับดูแลภายในโดยใช้ AI agents จนลดเวลาการแก้ไขปัญหาการจำกัดบัญชีลงประมาณ 90% ตามข้อมูลที่ถูกรายงานโดยแหล่งข่าวอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ในงาน Product Showcase “Take Control” เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 Coinbase เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 21 รายการ ภายใต้แนวคิด “Everything Exchange” ซึ่งรวมฟีเจอร์การซื้อขายโดยใช้ AI agents ตลาดคาดการณ์ และอนุพันธ์ เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวสำหรับทั้งผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์และ AI agents
ข้อเสนอของ Armstrong มีแกนกลางชัดเจนว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนคริปโต แต่ AI agents อาจเป็นผู้ใช้งานรายใหญ่กลุ่มใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานคริปโต เพราะตัวแทนเหล่านี้ต้องการระบบเงินที่ทำงานได้ตลอดเวลา โอนได้รวดเร็ว และกำหนดเงื่อนไขด้วยโปรแกรมได้
อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้เป็นทั้งวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางธุรกิจของ Coinbase บริษัทกำลังวาง Base, USDC, x402 กระเป๋าเงิน และเครื่องมือซื้อขายให้เป็นชุดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเศรษฐกิจที่มี AI agents เป็นผู้ดำเนินธุรกรรม ขณะที่ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมกำลังเติบโต แต่ยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพของธุรกรรม ความยั่งยืน และการแยกแยะระหว่างการใช้งานจริงกับกิจกรรมเก็งกำไร
กล่าวโดยสั้นที่สุด Armstrong ไม่ได้มองว่าโลกต้องเลือกระหว่างคริปโตกับ AI แต่เชื่อว่า AI อาจเป็นเหตุผลใหม่ที่ทำให้ระบบการเงินแบบคริปโตมีความสำคัญมากขึ้น