หลังจากที่บทสัมภาษณ์เผยแพร่ออกไป สื่อและผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากในอาร์เจนตินา ได้นำข้อความของ Bardem มาตีความอย่างผิดเพี้ยน โดยมีการอ้างว่าเขากำลังเรียกคนอาร์เจนตินาทั้งประเทศว่าเป็นพวก 'เหยียดผิว' หรือ 'หวาดกลัวชาวต่างชาติ' ข่าวลือนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสต่อต้านครั้งใหญ่
ต่อมา Bardem ต้องรีบออกคลิปวิดีโอชี้แจง (July 22-23) เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยกล่าวว่า "ผมไม่เคยพูดว่าอาร์เจนติน่าเป็นประเทศที่เหยียดผิวหรือหวาดกลัวคนต่างชาติ หรืออะไรก็ตามที่ไม่สมควร" เขาย้ำว่าคำพูดของเขาถูกตัดต่อและนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง เพื่อให้กลายเป็นเหมือนการโจมตีคนอาร์เจนตินาทั้งประเทศ
ในคลิปที่โพสต์บน Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ Bardem ได้อธิบายประเด็นสำคัญดังนี้:
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่นัดชิงฯ จะถูกมองว่าเป็น 'ตัวแทน' ของสงคราม เพราะเพียงไม่กี่วันก่อนการแข่งขัน Netanyahu ได้ประกาศสนับสนุนทีมอาร์เจนติน่าอย่างเป็นทางการ ในการพบกับเอกอัครราชทูตอาร์เจนติน่าประจำอิสราเอล Rabbi Shimon Axel Wahnish โดยกล่าวว่า "เราสนับสนุนคุณและเราสนับสนุนอาร์เจนติน่า" ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นระหว่างอิสราเอลกับรัฐบาลของ Milei ซึ่งแน่นอนว่า Milei เองก็เป็นผู้นำที่สนับสนุนอิสราเอลอย่างแข็งขัน ซึ่งยิ่งตอกย้ำแนวคิดเรื่อง 'ฟุตบอลตัวแทน'
นอกจากประเด็น Bardem แล้ว รอบชิงชนะเลิศยังเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองอื่นๆ อีกมากมาย:
โดยสรุปแล้ว สิ่งที่ Bardem พูดคือการวิจารณ์นโยบายของผู้นำต่างประเทศและการกระทำของรัฐบาลอิสราเอลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การโจมตีคนอาร์เจนติน่า การนำเสนอที่บิดเบือนกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดคลื่นความโกรธ และทำให้บทสนทนาที่ควรเป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นความเข้าใจผิดระหว่างปัจเจกบุคคลและประชาชนทั้งประเทศ