คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทองคำพุ่งกว่า 1% แตะ 4,110.56 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากการหยุดยิงสหรัฐฯ อิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 6% [38][39] ราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595.47 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมถึง 26% โดยสภาทองคำโลกเรียกว่าเป็นหนึ่งในการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุด [1][4][19] เงิน (Silver) outperform ทองคำอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold Silver Ratio) พุ่งแตะ 69 70:1 ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 50 ปี บ่งชี้ว่าเงินถูกประเมินต่ำเกินไป [51][55] ธนาคารใหญ่ปรับลดเป้าราคาทองคำ: โกลด์แมน แซคส์หั่นเป้าสิ้นปี 2569 เหลือ 4,900 ดอลลาร์ เจพีมอร์แกนคาด 5,000 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 ขณะที่ยูบีเอสปรับเป้าเป็น 5,200 ดอลลาร์ [1][3] Search & fact-check with cited sources for What explains gold's recent rise toward $4,100 an ounce, including the role of the U.S.-Iran ceas Gold's rally to $4,110.56 in late July 2026 is directly tied to the three-day U.S.-Iran hostilities pause and the resulting drop in oil prices. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What explains gold's recent rise toward $4,100 an ounce, including the role of the U.S.-Iran ceas. Article summary: Gold's rally to the $4,100 area in late July 2026 is a direct function of the three-day U.S.-Iran hostilities pause, which has pulled oil prices sharply lower, alleviated inflation fears, and allowed gold to reclaim lost. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
openai.com ทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 1% สู่ระดับ 4,110.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่สามติดต่อกันที่สหรัฐฯ และอิหร่านหยุดการสู้รบ การดีดตัวครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงกว่า 6% จากความหวังเรื่องการหยุดยิง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ถ่วงราคาทองคำมาหลายเดือน
แต่การดีดตัวครั้งนี้ยังห่างไกลจากจุดสูงสุดมาก ราคาทองคำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวันที่ 5,595.47 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ยังคงสูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณ 26% สภาทองคำโลก (World Gold Council) เรียกว่าช่วงต้นปีนี้ว่า "เป็นการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุดครั้งหนึ่ง"
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทองคำเด้งกลับเหนือ 4,110 ดอลลาร์ อานิสงส์หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน 3 วัน ตลาดลุ้นปัจจัยเฟดสัปดาห์นี้" คืออะไร ทองคำพุ่งกว่า 1% แตะ 4,110.56 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากการหยุดยิงสหรัฐฯ อิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 6% [38][39]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทองคำพุ่งกว่า 1% แตะ 4,110.56 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากการหยุดยิงสหรัฐฯ อิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 6% [38][39] ราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595.47 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมถึง 26% โดยสภาทองคำโลกเรียกว่าเป็นหนึ่งในการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุด [1][4][19]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? เงิน (Silver) outperform ทองคำอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold Silver Ratio) พุ่งแตะ 69 70:1 ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 50 ปี บ่งชี้ว่าเงินถูกประเมินต่ำเกินไป [51][55]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ทองคำพุ่งกว่า 1% แตะ 4,110.56 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากการหยุดยิงสหรัฐฯ อิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 6% [38][39] ราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595.47 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมถึง 26% โดยสภาทองคำโลกเรียกว่าเป็นหนึ่งในการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุด [1][4][19] เงิน (Silver) outperform ทองคำอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold Silver Ratio) พุ่งแตะ 69 70:1 ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 50 ปี บ่งชี้ว่าเงินถูกประเมินต่ำเกินไป [51][55] ธนาคารใหญ่ปรับลดเป้าราคาทองคำ: โกลด์แมน แซคส์หั่นเป้าสิ้นปี 2569 เหลือ 4,900 ดอลลาร์ เจพีมอร์แกนคาด 5,000 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 ขณะที่ยูบีเอสปรับเป้าเป็น 5,200 ดอลลาร์ [1][3] Search & fact-check with cited sources for What explains gold's recent rise toward $4,100 an ounce, including the role of the U.S.-Iran ceas Gold's rally to $4,110.56 in late July 2026 is directly tied to the three-day U.S.-Iran hostilities pause and the resulting drop in oil prices. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What explains gold's recent rise toward $4,100 an ounce, including the role of the U.S.-Iran ceas. Article summary: Gold's rally to the $4,100 area in late July 2026 is a direct function of the three-day U.S.-Iran hostilities pause, which has pulled oil prices sharply lower, alleviated inflation fears, and allowed gold to reclaim lost. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
openai.com ทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 1% สู่ระดับ 4,110.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่สามติดต่อกันที่สหรัฐฯ และอิหร่านหยุดการสู้รบ การดีดตัวครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงกว่า 6% จากความหวังเรื่องการหยุดยิง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ถ่วงราคาทองคำมาหลายเดือน
แต่การดีดตัวครั้งนี้ยังห่างไกลจากจุดสูงสุดมาก ราคาทองคำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวันที่ 5,595.47 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ยังคงสูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณ 26% สภาทองคำโลก (World Gold Council) เรียกว่าช่วงต้นปีนี้ว่า "เป็นการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุดครั้งหนึ่ง"
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทองคำเด้งกลับเหนือ 4,110 ดอลลาร์ อานิสงส์หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน 3 วัน ตลาดลุ้นปัจจัยเฟดสัปดาห์นี้" คืออะไร ทองคำพุ่งกว่า 1% แตะ 4,110.56 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากการหยุดยิงสหรัฐฯ อิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 6% [38][39]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ทองคำพุ่งกว่า 1% แตะ 4,110.56 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากการหยุดยิงสหรัฐฯ อิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 6% [38][39] ราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595.47 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมถึง 26% โดยสภาทองคำโลกเรียกว่าเป็นหนึ่งในการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุด [1][4][19]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? เงิน (Silver) outperform ทองคำอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold Silver Ratio) พุ่งแตะ 69 70:1 ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 50 ปี บ่งชี้ว่าเงินถูกประเมินต่ำเกินไป [51][55]
นี่คือการวิเคราะห์เชิงลึกที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวล่าสุดของทองคำสู่ระดับ 4,100 ดอลลาร์ บทบาทของการหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน การปรับฐานจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การ diverging ของเงิน (Silver) และสิ่งที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นแนวโน้มต่อไป
ภาพรวมราคาปัจจุบัน
จุดสูงสุดตลอดกาลและการปรับฐาน ทองคำทำสถิติสูงสุดในเดือนมกราคม 2569 เมื่อราคาทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ระหว่างวัน (จุดสูงสุด spot อยู่ที่ประมาณ 5,595 ดอลลาร์) จุดสูงสุดนั้นเกิดจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยจริงที่ปรับตัวลดลง แต่แล้วการกลับตัวอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้น:
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น เริ่มกดดันทองคำตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นกระตุ้นความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งผลักดันให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอุปสรรคที่เลวร้ายที่สุดสำหรับทองคำที่ไม่มีผลตอบแทน
ภายในเดือนพฤษภาคม ทองคำเสียพื้นที่ทุกสัปดาห์ เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้นและราคาน้ำมันที่ทำให้การเดิมพันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยยังคงสูง ราคาทองคำ spot ร่วงลงสู่ 4,519.69 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จากนั้นก็ร่วงต่อเนื่อง
ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทองคำร่วงลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชั่วครู่ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากกว่า 28% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม
สภาทองคำโลกบรรยายว่าเป็นการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ: เรื่องเล่าแบบดั้งเดิมที่ว่า "ทองคำเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ" ใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากภาวะช็อกจากน้ำมันที่ผลักดันให้อัตราดอกเบี้ย สูงขึ้น ทำให้ทองคำถูกเทขายแม้ราคาพลังงานจะสูงขึ้น ซึ่งเป็นการกลับกันของรูปแบบปกติ
การล่มสลายของข้อตกลงหยุดยิงครั้งก่อน
น้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 6%
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำร่วงลงมากกว่า 2%; ทองคำ spot ลดลง 1.8% สู่ 4,030.91 ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งยิ่งซ้ำเติมการขาดทุนของทองคำ เนื่องจากวงจรตอบรับของดอลลาร์/น้ำมัน/เงินเฟ้อย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าการโจมตีที่กลับมาอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ต่อมาทำให้ทองคำร่วงลงไปถึง 4,070 ดอลลาร์ โดยความสับสนเกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซยิ่งเพิ่มความผันผวน
การหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านในปัจจุบัน (วันที่ 1–3) ผลกระทบต่อตลาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและตรงกันข้ามกับการล่มสลายของข้อตกลงเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมโดยสิ้นเชิง:
ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 6% จากความหวังเรื่องการหยุดยิง
ทองคำเปิดตลาดสูงขึ้นในวันจันทร์และแตะ 4,096 ดอลลาร์ จากนั้นขยายกำไรเป็น 4,110.56 ดอลลาร์เมื่อรูปแบบยังคงดำเนินต่อไป
การผ่อนคลายของอารมณ์ risk-off สนับสนุนการดีดตัวของทองคำ แต่ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปี 2569 ยังคงสูงถึง 92% ซึ่งเป็นปัจจัยจำกัดความคึกคัก
การทำผลงานที่เหนือกว่าของเงิน (Silver) เงินเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวรุนแรงกว่าในทั้งสองทิศทางของการเทรดนี้:
เงินทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 121.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนมกราคม จากนั้นก็ร่วงลง 52% มาอยู่ที่ประมาณ 58–59 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio) พุ่งขึ้นไปถึง 69–70:1 ซึ่งใกล้จุดสูงสุดของช่วงในรอบ 50 ปี ส่งสัญญาณว่าเงินถูกประเมินค่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับทองคำ
ในการ rally ที่เกิดจากการหยุดยิงครั้งนี้ เงินทำผลงานเหนือกว่าทองคำอย่างชัดเจนในแง่เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เงินพุ่งขึ้นเกือบ 5% ในขณะที่ทองคำเพิ่มขึ้นเพียงกว่า 1% ในวันที่ 21 กรกฎาคม เงิน rally เพิ่มอีก 2.59% สู่ 57.49 ดอลลาร์ ในขณะที่ทองคำทรงตัว
นักวิเคราะห์ของ StoneX กล่าวว่าเงินจะยังคงรับทิศทางจากทองคำ แต่จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ที่ 55–60 ดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่ 3 โดยการคลี่คลายของความขัดแย้งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
มุมมองที่ระมัดระวังของนักวิเคราะห์ ความเห็นพ้องของธนาคารใหญ่และนักวิเคราะห์คือ เส้นทางของทองคำในการกลับไปสู่จุดสูงสุดในเดือนมกราคมนั้นขึ้นอยู่กับสองตัวแปรเกือบทั้งหมด: การทูต vs. ราคาน้ำมัน
โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับลดเป้าราคาทองคำสิ้นปี 2569 จาก 5,400 ดอลลาร์เป็น 4,900 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน โดยอ้างถึงความคาดหวังว่าเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในปี 2569
เจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) ก็ปรับลดการคาดการณ์เช่นกัน โดยตอนนี้คาดว่าทองคำอาจถึง 5,000 ดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
ยูบีเอส (UBS) ปรับลดเป้าระยะใกล้เป็น 5,200 ดอลลาร์ภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยสังเกตว่าการเทรดตามเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยสงครามกำลังผลักดันอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นแทนที่จะลดลง
StoneX กล่าวว่าทองคำมีแนวโน้มจะสิ้นปี 2569 ใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ปัจจุบัน หากไม่มีการคลี่คลายข้อขัดแย้งในอิหร่านอย่างชัดเจน
รายงานแนวโน้มครึ่งปีของสภาทองคำโลกชี้ว่าราคาทองคำนั้น "สอดคล้องเป็นวงกว้าง" กับภูมิหลังของการเติบโตปานกลาง เงินเฟ้อที่เย็นตัวลงแต่ยังคงสูง และความคาดหวังเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย กล่าวคือ เป็นสภาพแวดล้อมที่เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เว้นแต่จะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงอย่างเด็ดขาด
อะไรที่จะขับเคลื่อนการฟื้นตัว: การหยุดยิงที่ยั่งยืนหรือการแก้ปัญหาทางการทูตที่ดึงราคาน้ำมันลงและขจัดแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ย นั่นคือสิ่งที่ตลาดได้กำหนดราคาไว้ในช่วงสามวันที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
อะไรที่จะจำกัดทองคำหรือทำให้ราคาลดลง: การกลับมาของการโจมตีสหรัฐฯ-อิหร่าน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสัญญาณ Hawkish เพิ่มเติมจากเฟด ความน่าจะเป็น 92% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2569 เป็นเพดานที่คงอยู่
บทสรุป gold.org
Gold Mid-Year Outlook 2026: Point break
นี่คือการวิเคราะห์เชิงลึกที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวล่าสุดของทองคำสู่ระดับ 4,100 ดอลลาร์ บทบาทของการหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน การปรับฐานจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การ diverging ของเงิน (Silver) และสิ่งที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นแนวโน้มต่อไป
ภาพรวมราคาปัจจุบัน
จุดสูงสุดตลอดกาลและการปรับฐาน ทองคำทำสถิติสูงสุดในเดือนมกราคม 2569 เมื่อราคาทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ระหว่างวัน (จุดสูงสุด spot อยู่ที่ประมาณ 5,595 ดอลลาร์) จุดสูงสุดนั้นเกิดจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยจริงที่ปรับตัวลดลง แต่แล้วการกลับตัวอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้น:
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น เริ่มกดดันทองคำตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นกระตุ้นความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งผลักดันให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอุปสรรคที่เลวร้ายที่สุดสำหรับทองคำที่ไม่มีผลตอบแทน
ภายในเดือนพฤษภาคม ทองคำเสียพื้นที่ทุกสัปดาห์ เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้นและราคาน้ำมันที่ทำให้การเดิมพันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยยังคงสูง ราคาทองคำ spot ร่วงลงสู่ 4,519.69 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จากนั้นก็ร่วงต่อเนื่อง
ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทองคำร่วงลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชั่วครู่ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากกว่า 28% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม
สภาทองคำโลกบรรยายว่าเป็นการเริ่มต้นปีที่ดราม่าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ: เรื่องเล่าแบบดั้งเดิมที่ว่า "ทองคำเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ" ใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากภาวะช็อกจากน้ำมันที่ผลักดันให้อัตราดอกเบี้ย สูงขึ้น ทำให้ทองคำถูกเทขายแม้ราคาพลังงานจะสูงขึ้น ซึ่งเป็นการกลับกันของรูปแบบปกติ
การล่มสลายของข้อตกลงหยุดยิงครั้งก่อน
น้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 6%
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำร่วงลงมากกว่า 2%; ทองคำ spot ลดลง 1.8% สู่ 4,030.91 ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งยิ่งซ้ำเติมการขาดทุนของทองคำ เนื่องจากวงจรตอบรับของดอลลาร์/น้ำมัน/เงินเฟ้อย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าการโจมตีที่กลับมาอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ต่อมาทำให้ทองคำร่วงลงไปถึง 4,070 ดอลลาร์ โดยความสับสนเกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซยิ่งเพิ่มความผันผวน
การหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านในปัจจุบัน (วันที่ 1–3) ผลกระทบต่อตลาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและตรงกันข้ามกับการล่มสลายของข้อตกลงเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมโดยสิ้นเชิง:
ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 6% จากความหวังเรื่องการหยุดยิง
ทองคำเปิดตลาดสูงขึ้นในวันจันทร์และแตะ 4,096 ดอลลาร์ จากนั้นขยายกำไรเป็น 4,110.56 ดอลลาร์เมื่อรูปแบบยังคงดำเนินต่อไป
การผ่อนคลายของอารมณ์ risk-off สนับสนุนการดีดตัวของทองคำ แต่ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปี 2569 ยังคงสูงถึง 92% ซึ่งเป็นปัจจัยจำกัดความคึกคัก
การทำผลงานที่เหนือกว่าของเงิน (Silver) เงินเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวรุนแรงกว่าในทั้งสองทิศทางของการเทรดนี้:
เงินทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 121.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนมกราคม จากนั้นก็ร่วงลง 52% มาอยู่ที่ประมาณ 58–59 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio) พุ่งขึ้นไปถึง 69–70:1 ซึ่งใกล้จุดสูงสุดของช่วงในรอบ 50 ปี ส่งสัญญาณว่าเงินถูกประเมินค่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับทองคำ
ในการ rally ที่เกิดจากการหยุดยิงครั้งนี้ เงินทำผลงานเหนือกว่าทองคำอย่างชัดเจนในแง่เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เงินพุ่งขึ้นเกือบ 5% ในขณะที่ทองคำเพิ่มขึ้นเพียงกว่า 1% ในวันที่ 21 กรกฎาคม เงิน rally เพิ่มอีก 2.59% สู่ 57.49 ดอลลาร์ ในขณะที่ทองคำทรงตัว
นักวิเคราะห์ของ StoneX กล่าวว่าเงินจะยังคงรับทิศทางจากทองคำ แต่จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ที่ 55–60 ดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่ 3 โดยการคลี่คลายของความขัดแย้งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
มุมมองที่ระมัดระวังของนักวิเคราะห์ ความเห็นพ้องของธนาคารใหญ่และนักวิเคราะห์คือ เส้นทางของทองคำในการกลับไปสู่จุดสูงสุดในเดือนมกราคมนั้นขึ้นอยู่กับสองตัวแปรเกือบทั้งหมด: การทูต vs. ราคาน้ำมัน
โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับลดเป้าราคาทองคำสิ้นปี 2569 จาก 5,400 ดอลลาร์เป็น 4,900 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน โดยอ้างถึงความคาดหวังว่าเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในปี 2569
เจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) ก็ปรับลดการคาดการณ์เช่นกัน โดยตอนนี้คาดว่าทองคำอาจถึง 5,000 ดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
ยูบีเอส (UBS) ปรับลดเป้าระยะใกล้เป็น 5,200 ดอลลาร์ภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยสังเกตว่าการเทรดตามเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยสงครามกำลังผลักดันอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นแทนที่จะลดลง
StoneX กล่าวว่าทองคำมีแนวโน้มจะสิ้นปี 2569 ใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ปัจจุบัน หากไม่มีการคลี่คลายข้อขัดแย้งในอิหร่านอย่างชัดเจน
รายงานแนวโน้มครึ่งปีของสภาทองคำโลกชี้ว่าราคาทองคำนั้น "สอดคล้องเป็นวงกว้าง" กับภูมิหลังของการเติบโตปานกลาง เงินเฟ้อที่เย็นตัวลงแต่ยังคงสูง และความคาดหวังเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย กล่าวคือ เป็นสภาพแวดล้อมที่เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เว้นแต่จะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงอย่างเด็ดขาด
อะไรที่จะขับเคลื่อนการฟื้นตัว: การหยุดยิงที่ยั่งยืนหรือการแก้ปัญหาทางการทูตที่ดึงราคาน้ำมันลงและขจัดแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ย นั่นคือสิ่งที่ตลาดได้กำหนดราคาไว้ในช่วงสามวันที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
อะไรที่จะจำกัดทองคำหรือทำให้ราคาลดลง: การกลับมาของการโจมตีสหรัฐฯ-อิหร่าน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสัญญาณ Hawkish เพิ่มเติมจากเฟด ความน่าจะเป็น 92% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2569 เป็นเพดานที่คงอยู่
บทสรุป gold.org
Gold Mid-Year Outlook 2026: Point break