ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลัง Bank of America (BofA) เตือนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันที่ผันผวนยืดเยื้อจากความขัดแย้งในอิหร่าน กำลังแทรกซึมเข้าสู่เงิน... สถานการณ์ส่งผลกระทบหนักต่อไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (net oil importer): สำนักงานเศรษฐกิจการค...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What warnings has Bank of America issued about oil price volatility potentially forcing central b. Article summary: Here is a comprehensive, source-backed summary of each component.. Topic tags: general, government, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกครั้งสำคัญ หลังจาก Bank of America (BofA) Global Research เตือนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันที่ผันผวนยืดเยื้อจากความขัดแย้งในอิหร่านและการหยุดชะงักของการขนส่งทั่วโลก กำลังแทรกซึมเข้าไปในเงินเฟ้อพื้นฐาน และอาจบีบให้ธนาคารกลางต้องละทิ้งแนวทาง 'มองผ่าน' (look-through) ที่ใช้กับราคาพลังงานที่ผันผวนในระยะสั้น
คำเตือนของ BofA นี้น่าสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2566 ตัววาณิชธนกิจเองยังคงมีท่าทีที่ 'กลางๆ' กว่านี้ โดย Aditya Bhave นักเศรษฐศาสตร์ของ BofA ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ว่า ตลาดเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตอบสนองของเฟดต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยชี้ว่าการช็อกจากด้านอุปทาน (supply shock) บางครั้งก็นำไปสู่การคงอัตราดอกเบี้ยหรือแม้แต่การลดอัตราดอกเบี้ย ไม่ได้หมายถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเสมอไป
แต่เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อขึ้น BofA จึงปรับเปลี่ยนมุมมองอย่างมีนัยสำคัญ โดยในวันที่ 1 เมษายน 2569 BofA ปรับลดคาดการณ์ทางเศรษฐกิจเข้าสู่สถานการณ์ 'stagflation แบบอ่อนๆ' (mild stagflation) นั่นคือ เศรษฐกิจชะลอตัวลง เงินเฟ้อสูงขึ้น และราคาน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปตลอดปี 2569 เนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่านที่ขัดขวางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
หัวใจสำคัญของคำเตือนของ BofA คือ เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้นเป็นเวลานานพอ มันจะเริ่มซึมเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ซึ่งรวมถึงค่าจ้าง ค่าบริการ และราคาสินค้าที่ไม่ใช่พลังงาน สิ่งนี้ทำให้ข้อโต้แย้งเดิมที่ว่าการขึ้นของราคาน้ำมันเป็นแค่ 'การช็อกทางอุปทานชั่วคราว' นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไป
BofA เตือนว่านโยบายการเงินมาตรฐานอาจไม่เพียงพอ หลังจากที่หลายประเทศเผชิญกับเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายมานานถึง 5 ปี และราคาของสินค้าและบริการอื่นๆ ที่มีแนวโน้มปรับตัวลงยาก (downward-rigid) หมายความว่าความผันผวนของน้ำมันสามารถฝังตัวถาวรอยู่ในอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานได้
ภายใต้กรณีฐาน (base case) ที่สงครามสิ้นสุดลงก่อนสิ้นเดือนเมษายน BofA คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตน้ำมันจะขาดดุลถึงวันละ 4 ล้านบาร์เรลในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 และเฉลี่ยวันละ 2.5 ล้านบาร์เรลในช่วงครึ่งปีหลัง ในกรณีนี้ BofA คาดว่าราคา Brent จะเฉลี่ยอยู่ที่ 92.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2569 โดยราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปจนถึงสิ้นปี
คำเตือนของ BofA ท้าทายคำแนะนำโดยตรงจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ซึ่งเป็นองค์กรแม่ของธนาคารกลางโลก เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 BIS เรียกร้องให้ธนาคารกลางไม่ตอบสนองต่อการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานมากเกินไป โดยระบุว่านี่เป็น 'ตัวอย่างคลาสสิก' ของเวลาที่เหมาะสมที่จะ 'มองผ่าน' การช็อก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น
แต่มาถึงเดือนกรกฎาคม BofA ก็กำลังโต้แย้งอย่างมีประสิทธิภาพว่าการช็อกครั้งนี้ยืดเยื้อนานเกินไปแล้วสำหรับแนวทางดังกล่าวที่จะยังคงใช้ได้ ในช่วงที่เรียกว่า 'G4 central bank week' ในเดือนมีนาคม 2569 ตลาดฟิวเจอร์สตราสารหนี้ได้ปรับราคาไปในทิศทางคุมเข้ม แม้ว่าธนาคารกลางหลักๆ (เฟด, ECB, BOJ) จะยังไม่ได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ตาม
DBS วิเคราะห์ว่าการช็อกของน้ำมันทำให้ 'การสู้ศึกเงินเฟ้อของเฟดยุ่งยากขึ้น' โดยเฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ PCE พื้นฐาน (core PCE) สำหรับปี 2569 และ 2570 ขึ้นอีก 0.2 และ 0.1 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ในสุนทรพจน์เมื่อเดือนเมษายน 2569 ยอมรับถึงความตึงเครียดนี้: 'นโยบายการเงินไม่สามารถลดราคาพลังงานได้ แต่เราต้องระบุว่าเมื่อใดที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะเสี่ยงต่อการลุกลามไปสู่เงินเฟ้อในวงกว้าง ไม่ว่าจะผ่านผลกระทบทางอ้อม หรือผ่านผลกระทบรอบสองจากค่าจ้างและความคาดหวังเงินเฟ้อ'
ไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ (net oil importer) ต้องเผชิญกับแรงกดดันโดยตรง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณ์ราคาดุไบปี 2569 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ลงมาอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 91 ดอลลาร์ โดยระบุว่าความเสี่ยงด้านอุปทานที่คลี่คลายลงจะดึงราคาลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 เป็นต้นไป โดยคาดการณ์ราคาเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง 77-87 ดอลลาร์
การประชุม Monetary Policy Forum ของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะแตะจุดสูงสุดในไตรมาสที่ 2/2569 ก่อนจะทยอยปรับลดลง แต่ราคา ณ สิ้นปียังคงคาดว่าจะสูงกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม ภายใต้กรณีฐาน ธปท. คาดว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายภายในครึ่งปีแรกของปี 2569 แต่ในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น การหยุดชะงักของอุปทานจะยืดเยื้อไปตลอดทั้งปี 2569
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงรุนแรง อัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 38 เดือน จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้วางกรอบประมาณการเงินเฟ้อไว้ 2 สถานการณ์: กรณีแรกอยู่ที่ 1.5-2.5% หากน้ำมันพุ่งสูงแล้วปรับลง และกรณีที่สองอยู่ที่ 2.5-3.5% หากราคาน้ำมันสูงยืดเยื้อเป็นเวลา 3 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตือนในเดือนเมษายนว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จนอุปทานน้ำมันและก๊าซอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปีในการฟื้นตัว ขณะที่บมจ. ปตท. กล่าวในเดือนเมษายนว่า ราคาน้ำมันอาจทยอยลดลงในไตรมาสที่ 3/2569 หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่เตือนว่าการลดลงจะไม่เกิดขึ้นทันที เนื่องจากน้ำมันที่กำลังอยู่ในระหว่างการขนส่ง (stock in transit) และความยากลำบากในการหาอุปทานทดแทน
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กำลังพัฒนา) ถึงสองครั้งในปีนี้ จากการคาดการณ์ในเดือนเมษายน 2569 ที่ 5.1% ADB ปรับลดลงเหลือ 4.9% ในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งลดลงจาก 5.5% ในปี 2568
อัตราเงินเฟ้อในเอเชีย (กำลังพัฒนา) คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 4.3% ในปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2568 และเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์จากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน ADB ระบุอย่างชัดเจนว่าการหยุดชะงักของพลังงานและห่วงโซ่อุปทานที่ยืดเยื้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มต้นทุนการผลิตและฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ โอกาสในการเติบโตดูมืดมนยิ่งขึ้น รายงานของ ADB ประจำเดือนเมษายน 2569 คาดการณ์ว่า GDP จะชะลอตัวลงอีกในปี 2569 ก่อนจะดีขึ้นในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์โลกที่อ่อนแอและราคาพลังงานที่สูงขึ้น โพสต์ในโซเชียลมีเดียของ ADB เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าการเติบโตของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่เพียง 1.8%
การคาดการณ์ของ ADB ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน 2568 ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของไทยลงเหลือ 1.6% สำหรับปี 2569 ไปแล้ว
ขณะที่รายงานนโยบายการเงินไตรมาสที่ 4/2568 ของธนาคารแห่งประเทศไทย คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 1.5% ในปี 2569
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการในเดือนมีนาคม 2569 ว่าการช็อกของน้ำมันอาจฉุด GDP ของไทยปี 2569 ลดลงถึง 0.2-0.7 จุดเปอร์เซ็นต์
การคาดการณ์หลายแห่งชี้ไปที่รูปแบบเศรษฐกิจแบบ 'stagflation' แบบคลาสสิก ซึ่งเป็นการเติบโตช้าลงรวมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยเป็นสถานการณ์ที่ยากที่สุดสำหรับนโยบายการเงิน เนื่องจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อจะยิ่งกดการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ลดลงไปอีก
หากราคาน้ำมันยังคงสูงไปจนถึงสิ้นปี 2569 ธนาคารกลางในประเทศผู้นำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะในเอเชียที่กำลังพัฒนา รวมถึงไทย จะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากที่สุด นั่นคือ การใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวเพื่อสกัดเงินเฟ้อในขณะที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว หรือการยอมให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของความไม่แน่นอนคือการคาดการณ์ราคาน้ำมันที่แตกต่างกันอย่างมากจากหลายสำนัก
EIA ตั้งข้อสังเกตว่าราคา Brent ลดลงในเดือนพฤษภาคม 2569 จากอุปสงค์ที่อ่อนแอและรายงานเกี่ยวกับข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการผลิตที่หยุดชะงักและปริมาณสำรองน้ำมันที่ลดลงจะยังคงกดดันราคาให้สูงขึ้น การคาดการณ์ก่อนเกิดความขัดแย้งของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทย ตั้งสมมติฐานว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดปี 2569 จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ช้าและอุปทานล้นตลาด
ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ดูเหมือนจะห่างไกลจากความเป็นจริง
หากความขัดแย้งในอิหร่านและการหยุดชะงักของอุปทานยังคงทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงไปจนถึงสิ้นปี 2569 ธนาคารกลางในประเทศผู้นำเข้าพลังงานจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่แสนเจ็บปวด คำเตือนของ BofA ที่ว่าแนวทาง 'look-through' อาจไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปนั้น เป็นการตกผลึกถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก: ยอมรับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวในขณะที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว
สำหรับประเทศไทย ที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 38 เดือน และคาดการณ์ GDP ไว้ที่ 1.5-1.8%
ส่วนต่างของความผิดพลาดนั้นแคบมาก การคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ตั้งสมมติฐานว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายภายในครึ่งปีแรกของปี 2569
นั้น ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ยังไม่เป็นจริง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลัง Bank of America (BofA) เตือนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันที่ผันผวนยืดเยื้อจากความขัดแย้งในอิหร่าน กำลังแทรกซึมเข้าสู่เงิน...
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลัง Bank of America (BofA) เตือนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันที่ผันผวนยืดเยื้อจากความขัดแย้งในอิหร่าน กำลังแทรกซึมเข้าสู่เงิน... สถานการณ์ส่งผลกระทบหนักต่อไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (net oil importer): สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณ์ราคาดุไบปี 2569 ลงเหลือ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 91 ดอลลาร์ [2] ขณะที่ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB...
การคาดการณ์ราคาน้ำมันยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างมาก: BofA มองว่าราคาจะอยู่ราว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดทั้งปี [22] ในขณะที่เจพีมอร์แกนคาดการณ์ราคา Brent เฉลี่ยเพียง 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล [6] แ...