กองทุนหุ้นจีนครองสัดส่วนมหาศาล กองทุนที่เน้นจีน (China Funds) เพียงอย่างเดียวมีเงินไหลเข้า 21.3 พันล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งเป็น สถิติเงินไหลเข้ารายสัปดาห์มากเป็นอันดับสาม ในประวัติศาสตร์ การหลั่งไหลเข้ามาครั้งนี้มีแรงหนุนจากความคาดหวังว่า Fed จะมีท่าทีผ่อนคลาย (Dovish), การกลับมาคึกคักของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากจีน, และการโยกย้ายเงินทุนทั่วโลกเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง
สาเหตุหลักเกิดจากการมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในที่อื่น ขณะที่ความโดดเด่นของสหรัฐฯ (U.S. Exceptionalism) เริ่มเลือนราง
กองทุนที่เน้นอินเดียแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง หลังจากที่เผชิญเงินไหลออกอย่างหนัก
ผลสำรวจ基金经理ทั่วโลกของ BofA ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 เผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นเชิงบวก (Bullish) ที่รุนแรงและการถือสินทรัพย์เสี่ยงในระดับสูง:
| หัวข้อ | ตัวเลขที่อ่านได้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ความคาดหวัง 'No Landing' | สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 54% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหลีกเลี่ยงทั้งภาวะถดถอยและ Hard Landing ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการสำรวจนี้ | |
| สัดส่วนการถือเงินสด | ลดลงเหลือ 3.6% (จาก 4.1% ในเดือนมิถุนายน) — ถูกอธิบายว่า "ต่ำเป็นพิเศษ" (exceptionally low) | |
| ดัชนี Bull & Bear | อยู่ที่ 9.4 — ซึ่งเป็นระดับ 'Bull สุดขั้ว' (extreme bull) และใกล้จะถึงสัญญาณขายที่สวนทางกับตลาด (contrarian sell signal) | |
| การจัดสรรหุ้น | เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง; ผู้จัดการกองทุนถือหุ้นเกินน้ำหนัก (overweight) ในระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ต้นปี 2022 | |
| กระแสเงินไหลเข้า Tech/AI | สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 82% ระบุว่า 'Long Global Semiconductors' เป็นการเทรดที่แออัดที่สุด (most crowded trade) ; ความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI เพิ่มขึ้นเป็น 45% ซึ่งเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่ง (top tail risk) เพิ่มขึ้นจาก 28% ในเดือนมิถุนายน | |
| ความเสี่ยงเชิงระบบอันดับหนึ่ง | 48% ระบุว่ารายจ่ายลงทุนของ AI Hyperscaler (AI hyperscaler capital expenditure) เป็นตัวกระตุ้นที่น่าจะทำให้เกิดเหตุการณ์วิกฤตสินเชื่อเชิงระบบ (systemic credit event) มากที่สุด — แซงหน้าความเสี่ยงจาก Private Credit, สินเชื่อผู้บริโภค และความเสี่ยงมหภาคอื่นๆ เช่น อิหร่านหรือภาษีศุลกากร |
บทสรุป: ผลสำรวจของ BofA ในเดือนกรกฎาคม 2569 วาดภาพของ ความเชื่อมั่นเชิงบวกที่รุนแรงเกินเหตุ (hyper-bullish sentiment): การถือเงินสดต่ำเป็นประวัติการณ์, ความคาดหวัง 'No Landing' สูงเป็นประวัติการณ์, และความแออัดในการเทรดกลุ่ม Tech/AI ในอีกด้านหนึ่ง รายจ่าย AI capex กลายเป็นความเสี่ยงที่ตลาดมองว่าใหญ่ที่สุด และดัชนี Bull & Bear ที่ 9.4 ก็ใกล้เคียงกับระดับที่ในอดีตมักจะนำไปสู่การปรับฐานของตลาด