ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บประมาณ 100 คน ตามรายงานของอัยการสูงสุดยูเครนและประธานาธิบดีเซเลนสกี หน่วยข่าวกรองด้านการป้องกันประเทศของสหราชอาณาจักร (UK Defence & Security Intelligence) และสภาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยูเครน (Ukrainian Council of Defense Industry) ต่างยืนยันตัวเลขเดียวกัน รายงานช่วงแรกจาก Ukrainska Pravda ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 รายและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน แต่ตัวเลขที่ยืนยันในที่สุดคือเสียชีวิต 10 ราย และบาดเจ็บประมาณ 100 คน
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: ในเขต Bucha การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายให้บ้านเรือน 27 หลัง และยานพาหนะ 44 คัน
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แสดงปฏิกิริยาด้วยความโกรธ โดยระบุว่าเหตุการณ์เช่นนี้ "ไม่ควรเกิดขึ้น" ในภาวะสงคราม เขาออกคำเตือนอย่างชัดเจนไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับสถานที่หรือเวลาจัดงานรวมตัวของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในอนาคต โดยให้เหตุผลว่าการโฆษณางานดังกล่าวอย่างเปิดเผยเป็นช่องทางให้รัสเซียใช้โจมตี
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ (Washington Post) รายงานว่าการโจมตีครั้งนี้ "ทำให้เกิดคำถามและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการตัดสินใจจัดงานอย่างเปิดเผยในขณะที่มอสโกถล่มขีปนาวุธใส่ยูเครน" รุสลัน คราฟเชนโก (Ruslan Kravchenko) อัยการสูงสุดของยูเครนได้ประกาศสอบสวนทางอาญา โดยกล่าวว่า "การสอบสวนจะระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจจัดงาน... และได้ประเมินความเสี่ยงภายใต้กฎอัยการศึกอย่างเหมาะสมหรือไม่"
การโจมตีงานแสดงนิทรรศการที่เคียฟเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียในวันนั้น มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศอย่างน้อย 17 รายจากการถล่มระยะไกลของทั้งรัสเซียและยูเครนรวมกัน
สโลวายันสค์ (Sloviansk, แคว้นโดเนตสค์): กองกำลังรัสเซียโจมตีสโลวายันสค์ด้วยระเบิดนำวิถีทางอากาศ (KAB) สองลูกในเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บ 9 คน การโจมตีสร้างความเสียหายแก่อาคารที่อยู่อาศัย และยังถล่มสถานกงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐลัตเวียในเมืองอีกด้วย วาดิม ฟิลาชคิน (Vadym Filashkin) ผู้ว่าการภูมิภาคกล่าวว่าการอยู่ในสโลวายันสค์นั้นอันตราย
ซาปอริฌเฌีย (Zaporizhzhia): ระหว่างวันที่ 23–24 กรกฎาคม กองกำลังรัสเซียโจมตีซาปอริฌเฌียด้วยระเบิดนำวิถีทางอากาศ ในช่วง 24 ชั่วโมงดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 7 คนในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง การโจมตีมุ่งเป้าไปที่สถานประกอบการในท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ตามคำแถลงของอีวาน เฟโดรอฟ (Ivan Fedorov) หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารแห่งแคว้นซาปอริฌเฌีย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เพียงวันเดียว การโจมตีด้วยระเบิดนำวิถีที่ซาปอริฌเฌียทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่าสองโหล และสร้างความเสียหายแก่ศูนย์การแพทย์และรถยนต์ที่จอดอยู่
พื้นที่อื่นๆ: ในวันเดียวกันยังมีการโจมตีด้วยโดรนข้ามคืนที่กรุงเคียฟ และการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียในแคว้นซูมี (Sumy) ซึ่งคร่าชีวิตพนักงานไปรษณีย์ 3 คน
เดือนกรกฎาคม 2026 เป็นเดือนที่มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ballistic ต่อยูเครนหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซีย สหประชาชาติ (UN) รายงานการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพลเรือนบาดเจ็บล้มตาย สาเหตุหลักมาจากขีปนาวุธ ballistic พิสัยไกลและโดรนที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เมืองหนาแน่นซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้า นี่คือรูปแบบการโจมตีครั้งสำคัญ:
รูปแบบที่ต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนคือการใช้ขีปนาวุธ ballistic อย่างหนัก การขาดแคลนระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการสกัดกั้นขีปนาวุธ ballistic ทำให้เมืองต่างๆ และการชุมนุมของพลเรือนตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการโจมตีที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ละสัปดาห์ของเดือนกรกฎาคมนำมาซึ่งการโจมตีครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นตัวเลขสองหลัก ทำให้เดือนนี้เป็นเดือนที่พลเรือนยูเครนเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ballistic มากที่สุดนับตั้งแต่สงครามจนถึงจุดนั้น