Nestlé มียอดขายออร์แกนิก (OG) เติบโต 3.6% ในครึ่งปีแรก 2026 โดยการเติบโตของปริมาณขาย (RIG) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.5% กำไรสุทธิร่วงลง 31.4% อยู่ที่ 3.5 พันล้านฟรังก์สวิส จากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนปรับโครงสร้าง ประกาศจัดตั้งกิจการร่วมค้า Peranel ร่วมกับ Platinum Equity มูลค่า 4.9 พันล้านยูโร (ประมาณ 5.6 พันล้านดอ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were Nestlé's first-half 2026 earnings results, including net income, sales, and organic gro. Article summary: Here is a fact-checked summary of Nestlé's H1 2026 results and the major restructuring moves announced alongside them.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illust
วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 Nestlé ได้เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ซึ่งสะท้อนภาพที่แตกต่างกันในหลายมิติ: การเติบโตของยอดขายออร์แกนิกที่แข็งแกร่งและปริมาณขายที่ดีขึ้น แต่กำไรสุทธิที่รายงานกลับทรุดตัวลงอย่างหนักจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง ในขณะเดียวกัน Philipp Navratil ซีอีโอได้ตัดสินใจครั้งสำคัญในการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ โดยประกาศจัดตั้งกิจการร่วมค้าธุรกิจน้ำครั้งใหญ่ การถอนตัวจากธุรกิจไอศกรีม และการปรับลดหน่วยธุรกิจวิตามิน
Nestlé มียอดขายออร์แกนิก (OG) เติบโต 3.6% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยการเติบโตของปริมาณและส่วนผสม (RIG) ซึ่งเป็นตัววัดที่สำคัญ ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.5% การตั้งราคามีส่วนช่วย 2.1%
แนวโน้มปริมาณขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งปี: ไตรมาสที่สอง OG อยู่ที่ 3.7% โดย RIG เพิ่มขึ้นเป็น 1.8% จาก 1.2% ในไตรมาสแรก
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ติดลบถึง 6.2% ได้กลบการเติบโตออร์แกนิก ส่งผลให้ยอดขายที่รายงานลดลง 2.5% เหลือ 43.1 พันล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 52.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) กำไรสุทธิลดลงเหลือ 3.5 พันล้านฟรังก์สวิส คิดเป็นการลดลง 31.4% เมื่อเทียบกับ 5.1 พันล้านฟรังก์สวิสในครึ่งปีแรกของปี 2025
การลดลงนี้สะท้อนถึงต้นทุนการปรับโครงสร้างที่สูงขึ้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
กำไรต่อหุ้นพื้นฐาน (Underlying EPS) เพิ่มขึ้น 4% ในรูปสกุลเงินคงที่ แต่ลดลง 2.4% ในอัตราแลกเปลี่ยนจริง เนื่องจากค่าเงินฟรังก์สวิสแข็งค่า กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 3.4 พันล้านฟรังก์สวิส
อัตรากำไรจากการดำเนินงานพื้นฐาน (UTOP) ลดลงเล็กน้อย 0.10% มาอยู่ที่ 16.4% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 0.20% มาอยู่ที่ 46.4%
ตลาดเกิดใหม่ทำผลงานได้โดดเด่น ส่วนตลาดจีนเริ่มมีเสถียรภาพหลังจากช่วงลดสินค้าคงคลัง การเรียกคืนนมผงสำหรับทารกที่ประกาศในเดือนมกราคม 2026 ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการไตรมาสแรก แต่ผลกระทบถูกจำกัดอยู่ในวงจำกัด
การประกาศเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง Peranel ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าแบบ 50/50 ร่วมกับ Platinum Equity บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เพื่อแยกธุรกิจน้ำและเครื่องดื่มพรีเมียมของ Nestlé กิจการใหม่นี้ประกอบด้วยแบรนด์กว่า 30 แบรนด์ที่จำหน่ายใน 120 ประเทศ รวมถึง Perrier (Source Perrier), S.Pellegrino, Acqua Panna และ Nestlé Pure Life
หมายเหตุเกี่ยวกับตัวเลข 5.6 พันล้านดอลลาร์: แหล่งข่าวหลายแห่งระบุมูลค่าองค์กรรวมของ JV นี้ว่าอยู่ที่ประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่บางแหล่งอ้างอิงถึงเงินสดที่ Nestlé จะได้รับ (สำหรับหุ้น 50%) ว่าอยู่ที่ประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์
ซึ่งไม่มีความขัดแย้งกัน — 5.6 พันล้านดอลลาร์คือมูลค่ารวมของ JV ซึ่ง Nestlé ขายไปครึ่งหนึ่ง
ดีลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของนาย Navratil ในการทำให้พอร์ตโฟลิโอเล็กลง ลดความซับซ้อน และมุ่งเน้นไปที่หมวดหมู่ที่เติบโตเร็วขึ้น
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Nestlé ประกาศแผนการที่จะขายธุรกิจไอศกรีมที่เหลืออยู่ ซึ่งซีอีโอเคยอธิบายว่า "แข็งแกร่งแต่เล็ก" และเป็น "สิ่งรบกวนสมาธิ" หน่วยธุรกิจนี้ถูกจัดประเภทเป็นสินทรัพย์รอขายและคาดว่าจะขายให้กับ Froneri ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมทุนที่มีอยู่แล้ว และถือครองธุรกิจไอศกรีมของ Nestlé ในสหรัฐฯ อยู่แล้ว (ซื้อมาในราคา 4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019)
การถอนตัวนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของนาย Navratil ในการมุ่งเน้นไปที่สี่แกนหลัก: กาแฟ อาหารสัตว์เลี้ยง โภชนาการ และอาหาร-ขนมขบเคี้ยว
นอกเหนือจากการขายไอศกรีมแล้ว Nestlé ยังจัดประเภทธุรกิจวิตามิน แร่ธาตุ และอาหารเสริม (VMS) กระแสหลักของตนเป็นสินทรัพย์รอขายอีกด้วย บริษัทได้เริ่มทบทวนเชิงกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอ VMS ซึ่งรวมถึงแบรนด์ต่างๆ เช่น Nature's Bounty, Puritan's Pride และการดำเนินงานผลิตภายใต้แบรนด์ของร้านค้าในสหรัฐฯ แม้ว่า Solgar และแบรนด์พรีเมียมอื่นๆ คาดว่าจะยังคงอยู่
การขายธุรกิจ VMS เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับพอร์ตโฟลิโอให้เล็กลงแบบเดียวกัน
โปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนทั่วทั้งบริษัทของ Nestlé ซึ่งเปิดตัวในเดือนมกราคม 2026 ดำเนินการได้ดีกว่าแผน การประหยัดสะสมสูงถึง 1.7 พันล้านฟรังก์สวิส โดยมีเงินออมเพิ่มเติม 600 ล้านฟรังก์สวิสในครึ่งปีแรกของปี 2026 เป้าหมายตลอดทั้งปี 2026 คือ 2.0 พันล้านฟรังก์สวิส
โปรแกรมนี้ตั้งเป้าประหยัดเงิน 3.0 พันล้านฟรังก์สวิสจากประสิทธิภาพในการจัดซื้อและการดำเนินงานภายในสิ้นปี 2027 ครอบคลุมการรวมศูนย์การจัดซื้อ การปรับโครงสร้างองค์กร การสร้างมาตรฐาน และระบบอัตโนมัติ ฝ่ายบริหารอธิบายว่าโปรแกรมนี้ "เป็นไปตามแผน" และ "ดีกว่าแผนเล็กน้อย" ซึ่งช่วยปลดปล่อยทรัพยากรสำหรับการลงทุนเพื่อการเติบโต
ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2026 ของ Nestlé แสดงให้เห็นถึงบริษัทที่กำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างตั้งใจ: ปริมาณขายพื้นฐานกำลังฟื้นตัว (RIG เร่งตัวขึ้นสี่ไตรมาสติดต่อกัน) การประหยัดต้นทุนเกิดขึ้นจริง และพอร์ตโฟลิโอกำลังถูกลดทอนความซับซ้อนลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน แรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง และต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น กำลังกดดันกำไรที่รายงานในระยะสั้น กิจการร่วมค้า Peranel การออกจากธุรกิจไอศกรีม และการขายธุรกิจ VMS ถือเป็นการปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี โดย Nestlé วางเดิมพันทั้งหมดไว้ที่กาแฟ อาหารสัตว์เลี้ยง โภชนาการ และอาหาร-ขนมขบเคี้ยว
สำหรับปี 2026 Nestlé คาดการณ์การเติบโตของยอดขายออร์แกนิกในช่วง 3% ถึง 4% โดยอัตรากำไร UTOP คาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2025
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Nestlé มียอดขายออร์แกนิก (OG) เติบโต 3.6% ในครึ่งปีแรก 2026 โดยการเติบโตของปริมาณขาย (RIG) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.5%
Nestlé มียอดขายออร์แกนิก (OG) เติบโต 3.6% ในครึ่งปีแรก 2026 โดยการเติบโตของปริมาณขาย (RIG) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.5% กำไรสุทธิร่วงลง 31.4% อยู่ที่ 3.5 พันล้านฟรังก์สวิส จากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนปรับโครงสร้าง
ประกาศจัดตั้งกิจการร่วมค้า Peranel ร่วมกับ Platinum Equity มูลค่า 4.9 พันล้านยูโร (ประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อแยกธุรกิจน้ำและเครื่องดื่มพรีเมียม รวมถึงแบรนด์ Perrier, S.Pellegrino และ Acqua Panna