| ลักษณะ | แสงออโรราบนโลก (แสงเหนือ/แสงใต้) | แสงออโรราบนดาวอังคาร (จาก MAVEN) |
|---|---|---|
| สนามแม่เหล็ก | ระดับโลก, สนามไดโพลที่แข็งแกร่ง ลำเลียงอนุภาคไปยังขั้วโลก | ไม่มีสนามแม่เหล็กระดับโลก มีเพียงสนามแม่เหล็กหลงเหลือในเปลือกดาวเป็นหย่อมๆ |
| อนุภาคหลัก | อิเล็กตรอน (แสงออโรราโปรตอนพบน้อยมากและเล็กมากใกล้ขั้วโลก) | โปรตอน (ตัวขับเคลื่อนหลัก; อิเล็กตรอนก็มีบทบาทในบางประเภท) |
| ขอบเขตเชิงพื้นที่ | รวมตัวอยู่ที่บริเวณวงรีขั้วโลก | กระจายทั่วด้านกลางวัน; สามารถครอบคลุมซีกโลกทั้งหมด |
| ความยาวคลื่น | ส่วนใหญ่เป็นแสงที่มองเห็นได้ (สีเขียว, สีแดง) | ส่วนใหญ่เป็นแสงอัลตราไวโอเลต; เพิ่งตรวจพบแสงที่มองเห็นได้โดย Perseverance |
| กลไกกระตุ้น | วัฏจักรดันจีในระดับโลก | วัฏจักรดันจีเดียวกันแต่จำกัดเฉพาะบริเวณสนามแม่เหล็กในเปลือกดาว |
| ความถี่ | ต่อเนื่องแต่ความเข้มเปลี่ยนไป | แสงออโรราโปรตอนต่อเนื่องในเวลากลางวัน; เกิดเป็นครั้งคราวจากพายุ |
โดยสรุป ดาวอังคารมี 'ออโรรายูนิเวอร์แซลลิส (aurora universalis)' ซึ่งเป็นแสงออโรราที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์ ไม่ใช่แค่ขั้วโลก โดยขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์การเชื่อมต่อสนามแม่เหล็กแบบเดียวกัน แต่ถูกปรับขนาดและจำกัดขอบเขตให้เล็กลง
เครื่องมือหลักคือ Imaging Ultraviolet Spectrograph (IUVS) ซึ่งตรวจจับการเปล่งแสงออโรราในช่วงอัลตราไวโอเลต (โดยเฉพาะการเปล่งแสง Lyman-alpha จากไฮโดรเจน) เครื่องมือสนับสนุนได้แก่:
การค้นพบ แสงออโรราอัลตราไวโอเลตแบบกระจาย ในปี 2015 (เหตุการณ์ 'Christmas lights') มาจากข้อมูล IUVS ที่แสดงแสงสีอัลตราไวโอเลตสว่างครอบคลุมซีกโลกเหนือเป็นเวลาห้าวันในเดือนธันวาคม 2014 ส่วนการค้นพบ แสงออโรราโปรตอน ในปี 2018 มาจากการเชื่อมโยงข้อมูลการเปล่งแสงไฮโดรเจนจาก IUVS กับการวัดจาก SWIA ที่แสดงฟลักซ์โปรตอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
การศึกษาสำคัญในเดือนกรกฎาคม 2026:
เอกสารพื้นฐานก่อนหน้านี้:
ภารกิจ MAVEN สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 เมื่อ NASA ประกาศว่ายานไม่สามารถกู้คืนได้อีกต่อไป ไทม์ไลน์: