ผลประกอบการที่โดดเด่นนี้ทำให้คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (interim dividend) สำหรับปีงบประมาณ 2025 ในอัตรา 2.59 ยูโรต่อหุ้น โดยจะจ่ายเป็นเงินสดในวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มผลประกอบการและสถานะเงินกองทุนของธนาคาร นอกจากนี้ BNP ยังได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืน (share buyback) มูลค่า 1.08 พันล้านยูโรเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ธนาคารยังคงเป้าหมายกำไรสุทธิทั้งปี 2568 สูงกว่า 12.2 พันล้านยูโร
คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับปีงบประมาณ 2025 ในอัตรา 2.59 ยูโรต่อหุ้น โดยจ่ายเป็นเงินสดในวันที่ 30 กันยายน 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นในแนวโน้มกำไรและสถานะเงินกองทุนของธนาคาร นอกจากนี้ BNP ยังได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.08 พันล้านยูโรเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568
ถึงแม้ผลประกอบการจะแข็งแกร่ง แต่ BNP Paribas ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ:
ในวันเดียวกัน UniCredit ธนาคารใหญ่ของอิตาลี ก็รายงานผลประกอบการเช่นกัน โดยทำกำไรสุทธิไตรมาส 2 เป็นประวัติการณ์ที่ 2.91 พันล้านยูโร (หรือ 3.1 พันล้านยูโรหากไม่รวมรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับ Commerzbank) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 2.8 พันล้านยูโร และนับเป็นไตรมาสที่ทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นครั้งที่ 22 ประเด็นสำคัญ:
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของธนาคารยุโรปในฤดูกาลนี้มีแนวโน้มร่วมกันคือ ธุรกิจวาณิชธนกิจ (investment banking) โดยเฉพาะด้าน equities และธุรกิจธนาคารรายย่อยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ธุรกิจลีสซิ่งรถยนต์ (Arval) และต้นทุนการรวมกิจการเป็นปัจจัยถ่วง