สหรัฐฯ ยังเพิ่มจำนวนเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศที่สนามบินเบนกูเรียนและรามอนของอิสราเอล โดยมีรายงานว่าเครื่องบิน KC-46A และเครื่องบินประเภทอื่นรวมประมาณ 60 ลำประจำการอยู่ที่นั่น เพื่อช่วยขยายพิสัยของภารกิจโจมตีเป้าหมายอย่างพิกแอกซ์ เมาน์เทน
เจ้าหน้าที่อิสราเอลประเมินว่าทรัมป์กำลังเตรียมยกระดับการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ และอิสราเอลได้คงระดับความพร้อมทางทหารไว้สูงสุดนับตั้งแต่ได้รับแจ้งจากสหรัฐฯ
ท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ แข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงกลางถึงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้
ชื่อ พิกแอกซ์ เมาน์เทน เป็นคำแปลของชื่อภาษาเปอร์เซีย Kuh-e Kolang Gaz La สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนกลางของอิหร่าน ใกล้แนวเขาซากรอส และอยู่ห่างจากโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่นาทานซ์ไปทางใต้ประมาณ 1 ไมล์ หรือ 1.6–2 กิโลเมตร
จุดที่ทำให้สถานที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์คือความลึกของโครงสร้าง ซึ่งอยู่ต่ำกว่าชั้นหินแกรนิตมากกว่า 300 ฟุต หรือกว่า 90 เมตร ลึกกว่าโรงงานเสริมสมรรถนะที่ฟอร์โดอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อ 15 มิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นว่างานก่อสร้างยังดำเนินอยู่ และสถานที่ดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ณ ปลายเดือนกรกฎาคม 2026 โครงการประกอบด้วยอุโมงค์ที่เจาะเข้าไปในภูเขา โดยเชื่อกันว่าออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของเครื่องหมุนเหวี่ยงในพื้นที่ที่การโจมตีทางอากาศทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของ มูลนิธิเพื่อการป้องกันประชาธิปไตย (FDD) เมื่อ 8 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า อิหร่านยังคงก่อสร้างที่พิกแอกซ์ เมาน์เทนต่อไป ซึ่ง FDD มองว่าเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่มีเป้าหมายระงับการก่อสร้างเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
ด้านศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ (CSIS) ระบุว่า อิหร่านยังเดินหน้าก่อสร้าง รวมถึงมีสัญญาณที่อาจสอดคล้องกับการกลับมาดำเนินกิจกรรมนิวเคลียร์บางส่วน แม้จะมีข้อตกลงทางการทูตอยู่
ข่าวกรองอิสราเอลยังเชื่อว่า อิหร่านอาจเคลื่อนย้ายเครื่องหมุนเหวี่ยงสำหรับเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจำนวนหลายพันเครื่องเข้าไปในเครือข่ายอุโมงค์ของพิกแอกซ์ เมาน์เทน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าเตหะรานกำลังสร้างโครงการนิวเคลียร์ขึ้นใหม่ในพื้นที่ซึ่งผู้ตรวจสอบและการโจมตีทางอากาศทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สรุปเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ว่า อิหร่าน “ไม่ได้กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ได้เริ่มโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือนมิถุนายน 2025
หลังการโจมตีในเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งมีชื่อปฏิบัติการว่า Operation Midnight Hammer และมุ่งเป้าไปที่ฟอร์โด นาทานซ์ และอิสฟาฮาน อิหร่านกลับเพิ่มกิจกรรมก่อสร้างที่พิกแอกซ์ เมาน์เทน สะท้อนความเป็นไปได้ของการปรับยุทธศาสตร์ไปสู่สถานที่ที่ป้องกันและเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม
ผู้เชี่ยวชาญจาก Bulletin of the Atomic Scientists ประเมินว่ายุทธศาสตร์ “แบล็กเมลด้วยประเด็นนิวเคลียร์” ของทรัมป์ไม่สามารถทำให้เตหะรานยอมอ่อนข้อได้ และการโจมตีที่รุนแรงขึ้นอาจผลักให้อิหร่านเข้าใกล้ขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์มองว่า พิกแอกซ์ เมาน์เทนอาจฝังลึกเกินกว่าระยะที่มีประสิทธิภาพของระเบิด GBU-57 Massive Ordnance Penetrator หรือ MOP ซึ่งเป็นอาวุธขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ สำหรับเจาะทำลายเป้าหมายใต้ดิน จึงยังมีข้อสงสัยว่าการโจมตีเพียงครั้งเดียวจะทำลายสถานที่ทั้งหมดได้หรือไม่
นับตั้งแต่ปี 2021 สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยืนยันว่าพิกแอกซ์ เมาน์เทนเป็น โรงงานผลิตเครื่องหมุนเหวี่ยง ไม่ใช่สถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือพัฒนาอาวุธ และปฏิเสธว่ามีกิจกรรมนิวเคลียร์ลับอยู่ภายใน
หัวหน้าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านระบุว่าสถานที่ดังกล่าวใช้ผลิตโรเตอร์ของเครื่องหมุนเหวี่ยงและอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ส่วนอ่อนไหวของโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA แสดงความเคลือบแคลง โดยชี้ว่าความลึก การเสริมความแข็งแรงในระดับทางทหาร และที่ตั้งใกล้นาทานซ์ดูไม่สอดคล้องกับบทบาทโรงงานผลิตอุปกรณ์พลเรือนเพียงอย่างเดียว
อิหร่านเตือนสหรัฐฯ ไม่ให้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และขู่ว่าจะตอบโต้ นอกจากนี้ยังตอบโต้เป้าหมายของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคหลังการโจมตีของอเมริกา
รายงานล่าสุดระบุว่าสหรัฐฯ ได้แจ้งอิสราเอลถึงแผนยกระดับการโจมตีอิหร่าน และอาจใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดหนักโจมตีพิกแอกซ์ เมาน์เทนในไม่กี่วันข้างหน้า ทรัมป์ประกาศต่อสาธารณะว่าจะ “จัดการ” สถานที่แห่งนี้ ขณะที่การส่งเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงไปยังอิสราเอลช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ทางปฏิบัติการของภารกิจ
แต่สถานที่ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ฝังลึกกว่า 300 ฟุตใต้หินแกรนิต และอาจมีเครื่องหมุนเหวี่ยงจำนวนหลายพันเครื่องถูกย้ายเข้าไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจึงยังไม่แน่ใจว่าการโจมตีทางอากาศครั้งเดียวจะทำลายโครงสร้างได้ทั้งหมดหรือไม่ ขณะที่อิหร่านยังยืนยันว่าเป็นเพียงโรงงานผลิตเครื่องหมุนเหวี่ยง และปฏิเสธกิจกรรมด้านอาวุธนิวเคลียร์ลับ