ยอดจดทะเบียนรวมของ BYD ใน EU, EFTA และสหราชอาณาจักรในช่วง H1 นั้น นักวิเคราะห์คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 160,000+ คัน ขณะที่ Tesla คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 140,000+ คัน
ทั้งสองบริษัทมีการเติบโตที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ BYD เติบโตในอัตราที่เร็วเกือบเป็นสองเท่าของ Tesla:
ตำแหน่งผู้นำสลับกันไปมาในช่วง H1 BYD ขายได้มากกว่า Tesla ในหลายเดือนแรก (กุมภาพันธ์, มีนาคม, เมษายน) ทำให้มีปริมาณสะสมมากกว่าในตลาดยุโรปวงกว้าง อย่างไรก็ตาม Tesla กลับมาเป็นผู้นำรายเดือนได้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 ด้วยยอดขายใน EU ที่เพิ่มขึ้น 72.1%
ตลาด EV ในยุโรปเร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026:
ปัจจัยกระตุ้นส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคที่หันหลังให้กับน้ำมันราคาแพง หลังจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่านทำให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น
ผู้ผลิตรถยนต์จีนสร้างสถิติ penetration สูงสุดในตลาดยุโรปในช่วง H1 2026:
การขยายตัวนี้เกิดขึ้น แม้ว่า EU จะคงภาษีนำเข้ารถยนต์ EV ที่ผลิตในจีนในระดับสูง โดยผู้ผลิตจีนใช้ประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำกว่าประมาณ 30% และความสามารถด้านซอฟต์แวร์ที่เหนือกว่าเพื่อดึงดูดผู้ซื้อชาวยุโรป
| ปัจจัย | Tesla | BYD |
|---|---|---|
| ส่วนแบ่งตลาด H1 (ยุโรปวงกว้าง) | 2.4% | 2.4% |
| ยอดจดทะเบียนใน EU H1 | 124,242 คัน (+75.4% YoY) | 130,743 คัน (+168.2% YoY) |
| ยอดจดทะเบียน H1 โดยประมาณ (EU+EFTA+UK) | ~140,000+ คัน | ~160,000+ คัน |
| อัตราการเติบโต (โดยประมาณ) | ~75% YoY | ~150%+ YoY |
| ผู้นำเดือนมิถุนายน | กลับมาเป็นผู้นำ (+72.1%) | หลุดตำแหน่งผู้นำในเดือนมิถุนายน |
บทสรุป: BYD สามารถไล่ตาม Tesla ทันในแง่ส่วนแบ่งตลาดโดยรวมเป็นครั้งแรกใน H1 2026 และเติบโตในอัตราที่เร็วกว่าประมาณเท่าตัว แต่ Tesla แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งรูปตัว V จากภาวะตกต่ำในปี 2025 และกลับมาครองตำแหน่งผู้นำรายเดือนได้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน ทั้งสองบริษัทได้รับอานิสงส์อย่างมากจากตลาด EV ในยุโรปที่ทะยานขึ้น โดยมียอดจดทะเบียน BEV มากกว่า 1 ล้านคันในครึ่งปีแรก และจากการขยายตัวอย่างกว้างขวางของค่ายรถจีนที่ทำให้แบรนด์จีนสามารถครองส่วนแบ่งตลาด EU ได้มากกว่า 10% ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นได้แม้จะมีกำแพงภาษีที่สูงขึ้นก็ตาม