กลุ่มอัตรา 10% — สำหรับประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับเป็นของตัวเองอยู่แล้ว หรือได้ให้คำมั่นที่จะบังคับใช้ผ่านข้อตกลงทางการค้าร่วมกันกับสหรัฐฯ หรือมีมาตรการบางส่วนที่ได้ผลในทางปฏิบัติ กลุ่มนี้ครอบคลุม 13 ประเทศบวกกับสหภาพยุโรป (ซึ่งถือเป็นเขตศุลกากรเดียว)
กลุ่มอัตรา 12.5% — สำหรับประเทศอื่นๆ ทั้งหมดที่ถูกสอบสวนและยังไม่มีมาตรการที่เพียงพอ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่กว่า
รายชื่อ 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั้งหมด (ตามรายงานการสอบสวน Section 301 ของ USTR): แอลจีเรีย, แองโกลา, อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บาฮามาส, บาห์เรน, บังกลาเทศ, บราซิล, กัมพูชา, แคนาดา, ชิลี, จีน, โคลอมเบีย, คอสตาริกา, สาธารณรัฐโดมินิกัน, อียิปต์, สหภาพยุโรป, กัวเตมาลา, กายอานา, ฮอนดูรัส, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, คาซัคสถาน, เคนยา, มาเลเซีย, เม็กซิโก, โมร็อกโก, โมซัมบิก, เมียนมาร์, นิวซีแลนด์, ไนจีเรีย, โอมาน, ปากีสถาน, ปานามา, เปรู, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, ศรีลังกา, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, ทาจิกิสถาน, แทนซาเนีย, ไทย, ตูนิเซีย, ตุรกี, ยูกันดา, ยูเครน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, อุรุกวัย, เวเนซุเอลา, เวียดนาม, และแซมเบีย
หมายเหตุ: USTR ไม่ได้เผยแพร่ตารางแยกประเทศที่ชัดเจนแบบง่ายๆ ออกมาเป็นสาธารณะ การกำหนดอัตราภาษีนั้นขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การบังคับใช้แรงงานหรือไม่ สำนักวิเคราะห์กฎหมายการค้าหลายแห่งรายงานว่า จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, และคู่ค้ารายใหญ่อื่นๆ ตกอยู่ในกลุ่มอัตรา 12.5%
ส่วนรายชื่อประเทศในกลุ่ม 10% ที่แน่นอนนั้นระบุอยู่ในประกาศของ Federal Register และภาคผนวกทางเทคนิค
นอกจากนี้ การถูกจัดอยู่ในกลุ่มอัตรา 10% ก็ถือเป็นการได้รับการยกเว้นบางส่วนเมื่อเทียบกับอัตรามาตรฐานที่ 12.5%
คณะกรรมการเพื่อความรับผิดชอบด้านงบประมาณแห่งสหพันธรัฐ (Committee for a Responsible Federal Budget) ประมาณการว่าภาษี Section 301 ชุดใหม่นี้จะสร้างรายได้ประมาณ 980,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 10 ปี (เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์)
ตัวเลขนี้แตกต่างจากการประมาณการก่อนหน้านี้ของ CBO ในปี 2025 CBO เคยคาดการณ์ว่านโยบายภาษีโดยรวมของทรัมป์ (รวมถึงภาษี IEEPA ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว) จะช่วยลดการขาดดุลของรัฐบาลกลางลงได้ถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปี และเคยประมาณการรายได้จากภาษีไว้ที่ประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปี ภายใต้อำนาจก่อนหน้า
CBO ระบุว่าจะออกประมาณการที่อัปเดตเมื่อระบบภาษี Section 301 ใหม่นี้มีความชัดเจนมากขึ้น
ศาลสูงสหรัฐฯ ได้ล้มภาษีฉุกเฉินเดิมของรัฐบาลทรัมป์ที่ใช้บังคับภายใต้ พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อตอบโต้ รัฐบาลจึงหันมาใช้ช่องทางกฎหมายสองแนวทาง:
ในอีกปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องแต่อยู่คนละเรื่องกัน รัฐบาลยังใช้มาตรา 301 เรียกเก็บ ภาษี 25% กับบราซิล ซึ่งเป็นผลจากการสอบสวนอีกกรณีหนึ่งเกี่ยวกับนโยบายภาษีบริการดิจิทัล