อัตราการจ้างงานในกลุ่มประเทศ OECD พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 72.1% ในปี 2026 ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.9% ซึ่งไม่พบหลักฐานว่าการจ้างงานถดถอยจาก AI [2][10] มีเพียง 3% ขององค์กรเท่านั้นที่ผู้นำพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำทีมที่ทำงานร่วมกับ AI และมีแค่ 17% ที่รายงานว่ามีความพร้อมของกำลังคนในระดับสูง [2][34] งานวิจัยชี...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What do the Adecco Group and ManpowerGroup's latest studies reveal about the real impact of AI on. Article summary: Based on the latest findings from the Adecco Group, ManpowerGroup, the OECD, and related research published as of late July 2026, here is a fact-checked overview of the real impact of AI on employment.. Topic tags: general, education, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wit
เรื่องเล่าที่ว่า AI กำลังทำลายงานเป็นจำนวนมากกลายเป็นพาดหัวข่าวและความกังวลในห้องประชุมคณะกรรมการบริหารทั่วโลก แต่ผลวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในช่วงกลางปี 2026 จาก OECD, Adecco Group และ ManpowerGroup บอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างและละเอียดอ่อนกว่านั้นมาก การจ้างงานในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ วิกฤตที่แท้จริงไม่ใช่การว่างงานหมู่ แต่เป็นช่องว่างด้านความพร้อมของผู้นำ ที่กำลังจะบ่อนทำลายการเปลี่ยนแปลงที่บริษัทต่างๆ กำลังเร่งดำเนินการ
การจ้างงานในกลุ่มประเทศ OECD ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไป แม้จะมีความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการถูกแทนที่ด้วย AI รายงาน OECD Employment Outlook 2026 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 รายงานว่าอัตราการจ้างงานเฉลี่ยของประเทศสมาชิกทั้ง 38 ประเทศอยู่ที่ 72.1% โดยอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์
ไวท์เปเปอร์ของ Adecco Group ในเดือนกรกฎาคม 2026 อ้างโดยตรงว่า 'อัตราการจ้างงานของ OECD ยังคงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์' และเน้นย้ำว่า 'AI กำลังเปลี่ยนงาน (tasks) เร็วกว่าการทำให้งาน (jobs) หายไป' แม้ว่าการปรับตัวจะไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วนและระดับความพร้อมขององค์กร
ระหว่างปี 2022 ถึง 2025 มีการสร้างงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ใหม่ประมาณ 1.9 ล้านตำแหน่งทั่วโลก
ข้อมูลนี้ทำให้สิ่งหนึ่งชัดเจน: ตัวเทคโนโลยีเองไม่ได้เป็นสาเหตุให้ความต้องการแรงงานลดลงในวงกว้าง ตามที่งานวิจัยของ OECD แสดงให้เห็น สัดส่วนการจ้างงานในอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อระบบอัตโนมัติยังคงอยู่ในระดับปานกลาง และการสัมผัสกับ AI ยังสัมพันธ์กับการเติบโตของการจ้างงานที่สูงขึ้นในหลายภาคส่วน
Adecco Group ได้ออกมาคัดค้าน — อย่างชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ — ต่อเรื่องเล่าที่ว่า AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเลิกจ้างจำนวนมาก ในรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ซีอีโอของ Adecco กล่าวว่า 'AI จะไม่ทำให้เกิดการล่มสลายของการจ้างงาน' และ AI 'เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงงานและบทบาทมากกว่าการกำจัดงาน'
นัยยะที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจากงานวิจัยของ Adecco Group คือ บริษัทบางแห่งอาจอ้างว่า AI เป็นสาเหตุของการเลิกจ้าง ในขณะที่สาเหตุที่แท้จริงนั้นไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น การปรับโครงสร้างองค์กร การลดต้นทุน หรือแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ข้อมูลของ OECD สนับสนุนข้อนี้: สัดส่วนการจ้างงานในอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อระบบอัตโนมัติยังคงอยู่ในระดับปานกลาง แต่การจ้างงานโดยรวมกลับอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพาดหัวข่าวการเลิกจ้างที่เชื่อมโยงกับระบบอัตโนมัติมักจะปิดบังการตัดสินใจทางธุรกิจอื่นๆ ตามที่ไวท์เปเปอร์ของ Adecco Group ระบุ AI กำลัง 'เปลี่ยนงานเร็วกว่าการทำให้งานหายไป' และจำนวนงานโดยรวม 'ไม่น่าจะลดลงเพราะ AI'
นี่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการหยุดชะงัก รายงานเดียวกันนี้เตือนว่างานในสำนักงานระดับเริ่มต้น (entry-level) มีความเสี่ยงมากที่สุด และบริษัทต่างๆ ต้อง 'ออกแบบบทบาทระดับจูเนียร์ใหม่เพื่อปกป้องท่อส่งบุคลากรที่มีความสามารถ' แต่เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของวิวัฒนาการ ไม่ใช่การมาถึงของวันสิ้นโลก
ผลการวิจัยร่วมที่สำคัญจาก ManpowerGroup และ Adecco Group (22-23 กรกฎาคม 2026) เผยให้เห็นว่า มีเพียง 3% ขององค์กรเท่านั้นที่บอกว่าผู้นำของตนพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำทีมที่ทำงานร่วมกับ AI การวิจัยยังรายงานว่า มีเพียง 17% ขององค์กรที่มี 'ความพร้อมของกำลังคนในระดับสูงหรือระดับการเปลี่ยนแปลง' โดยที่ความสามารถด้าน AI ถูกฝังลึกอยู่ในขั้นตอนการทำงานและเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้
ในขณะเดียวกัน ผู้นำระดับสูง 46% กล่าวว่าพวกเขาพร้อม 'เพียงเล็กน้อย' ที่จะนำการเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กรที่ขับเคลื่อนโดย AI และ 2% กล่าวว่าพวกเขาไม่พร้อมเลย
ข้อมูลอื่นๆ ก็วาดภาพที่ bleak ไม่แพ้กัน:
รูปแบบนี้สอดคล้องกันในทุกการศึกษาหลัก: การลงทุนกำลังเร่งตัวขึ้น แต่องค์ประกอบด้านมนุษย์ยังตามหลังอย่างมาก
ความท้าทายหลักสามประการโดดเด่นขึ้นมาจากงานวิจัย:
การวิจัยของ ManpowerGroup พบว่าพนักงาน 78% กลัวการตกงานจาก AI และ 63% รายงานว่ามีการต่อต้านเครื่องมือ AI สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความกังวลของคนส่วนน้อย แต่เป็นประสบการณ์ของคนส่วนใหญ่ในหลายองค์กร
Global Talent Barometer 2026 ของ ManpowerGroup ซึ่งสำรวจพนักงานเกือบ 14,000 คนใน 19 ประเทศ พบความขัดแย้งที่น่าสนใจ: ในขณะที่การใช้งาน AI เป็นประจำเพิ่มขึ้น 13% ในปี 2025 (ถึง 45% ของพนักงาน) แต่ความเชื่อมั่นของพนักงานในเทคโนโลยีกลับลดลง 18 จุดเปอร์เซ็นต์ในปีเดียว พนักงานใช้ AI มากขึ้นแต่เชื่อถือน้อยลง สิ่งนี้เด่นชัดที่สุดในกลุ่มพนักงานสูงอายุ โดยความเชื่อมั่นลดลง 35% ในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และลดลง 25% ในกลุ่ม Gen X
การสำรวจของ ManpowerGroup ในปี 2026 พบว่านายจ้าง 72% รายงานว่ามีปัญหาในการหาบุคลากรที่มีทักษะ ทักษะที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดคือ การพัฒนาโมเดล AI (39%), ทักษะอ่อน เช่น ความอยากรู้อยากเห็นและการสื่อสาร (39%), และความรู้ด้าน AI — การรู้วิธีทำงานกับเครื่องมือ AI อย่างมีประสิทธิภาพ (38%)
บุคลากรด้านเทคนิคหายาก แต่ความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ก็หายากไม่แพ้กัน
งานวิจัยไม่ได้แค่วินิจฉัยปัญหา แต่ยังเสนอแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนและปฏิบัติได้:
งานวิจัยของ Adecco Group และ ManpowerGroup สรุปว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีหรืองบประมาณ แต่คือความพร้อมของผู้นำ คำแนะนำอันดับต้นๆ คือให้ผู้บริหารมีส่วนร่วมและเป็นแบบอย่างในการใช้ AI ด้วยตนเอง แทนที่จะมองว่าเป็นโครงการของแผนกไอที
การวิเคราะห์รูปแบบความพร้อมด้าน AI ของ Korn Ferry แสดงให้เห็นว่าผู้นำที่ 'ปฏิบัติต่อ AI เป็นโครงการไอทีแทนที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ' หรือ 'ต้องการความแน่นอนก่อนที่จะทดลอง' มักจะล้มเหลวในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ซีอีโอของ Adecco เตือนโดยเฉพาะว่างานในสำนักงานระดับเริ่มต้นมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการหยุดชะงักของ AI และบริษัทต่างๆ ต้อง 'ออกแบบบทบาทระดับจูเนียร์ใหม่เพื่อปกป้องท่อส่งบุคลากรที่มีความสามารถ' นี่ไม่ใช่การกำจัดงานระดับเริ่มต้น แต่เป็นการคิดใหม่ว่างานเหล่านั้นควรมีลักษณะอย่างไรเมื่อ AI จัดการงานประจำได้
รายงานของ ManpowerGroup เน้นย้ำว่าองค์กรส่วนใหญ่กำลังลงทุนในการยกระดับทักษะและการฝึกอบรมที่เน้น AI แต่แนวทางยังไม่เป็นระบบ มีบริษัทน้อยกว่า 5% ที่รายงานผลกระทบ 'เชิงการเปลี่ยนแปลง' จากโปรแกรมดังกล่าว ช่องว่างระหว่างการใช้จ่ายและผลลัพธ์นั้นกว้างมาก
ไวท์เปเปอร์ของ Adecco Group ในเดือนกรกฎาคม 2026 โต้แย้งว่าอนาคตของการทำงานต้องการ 'การประสานงานกำลังคนแบบผสมผสาน' — การจัดการคน, เอเจนต์ AI, และ AI เชิงกายภาพร่วมกัน — แทนที่จะปฏิบัติต่อ AI เป็นเครื่องมือทดแทน นี่คือความท้าทายด้านการจัดการที่แตกต่างโดยพื้นฐานจากการปรับใช้ซอฟต์แวร์
ผู้เชี่ยวชาญจาก Korn Ferry และหน่วยงานอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่าความพร้อมด้าน AI ในระดับผู้นำต้องการ 'การทดลองอย่างมั่นใจ' — ความเต็มใจที่จะลองใช้ AI, ทำผิดพลาด, และเรียนรู้โดยไม่ต้องรอคำตอบที่สมบูรณ์แบบ องค์กรที่จะประสบความสำเร็จคือองค์กรที่สร้างวัฒนธรรมที่ให้รางวัลแก่ความอยากรู้อยากเห็นและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ
หลักฐานชัดเจนและสอดคล้องกันจากการศึกษาของ Adecco Group, ManpowerGroup, OECD และ McKinsey การจ้างงานในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ AI กำลังเปลี่ยนงานเร็วกว่าการทำลายงาน วิกฤตที่แท้จริงไม่ใช่การว่างงานทางเทคโนโลยี แต่เป็นช่องว่างความพร้อมของผู้นำที่รุนแรงจนมีเพียง 3% ขององค์กรเท่านั้นที่รู้สึกพร้อม ความท้าทายหลักคือด้านองค์กร วัฒนธรรม และมนุษย์: ความกลัว ความไว้วางใจ ทักษะ และความกล้าที่จะทดลอง แนวทางแก้ไขเน้นที่การมีส่วนร่วมของผู้นำ การออกแบบบทบาทระดับจูเนียร์ใหม่ และการยกระดับทักษะอย่างเป็นระบบ — ไม่ใช่การชะลอเทคโนโลยี แต่เป็นการเร่งการปรับตัวของมนุษย์
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
อัตราการจ้างงานในกลุ่มประเทศ OECD พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 72.1% ในปี 2026 ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.9% ซึ่งไม่พบหลักฐานว่าการจ้างงานถดถอยจาก AI [2][10]
อัตราการจ้างงานในกลุ่มประเทศ OECD พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 72.1% ในปี 2026 ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.9% ซึ่งไม่พบหลักฐานว่าการจ้างงานถดถอยจาก AI [2][10] มีเพียง 3% ขององค์กรเท่านั้นที่ผู้นำพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำทีมที่ทำงานร่วมกับ AI และมีแค่ 17% ที่รายงานว่ามีความพร้อมของกำลังคนในระดับสูง [2][34]
งานวิจัยชี้ว่าบางบริษัทอาจใช้ AI เป็นแพะรับบาปสำหรับการเลิกจ้างที่มีสาเหตุจากการปรับโครงสร้างหรือลดต้นทุน ขณะที่ AI กำลัง 'เปลี่ยนแปลงงานเร็วกว่าที่จะทำให้งานหายไป' [49][50]