สัญญาณสำคัญที่สุด: ยอดขายให้กับลูกค้ากลุ่ม AI และคลาวด์เพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แตะที่ 446 ล้านยูโร หน่วยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เน็ตเวิร์ก (Data-center Networking) มียอดคำสั่งซื้อใหม่ (Order Backlog) มูลค่า 2.8 พันล้านยูโร ซึ่งชี้ให้เห็นถึงอุปสงค์ที่ยั่งยืนเกินกว่าไตรมาสนี้
Nokia ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี (Full-year outlook) จากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งนี้ โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าการเติบโตจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก:
| บริษัท | การเติบโตของรายได้ Q2 2026 | ไฮไลท์ด้าน AI | สัญญาณการลงทุน / งบประมาณ |
|---|---|---|---|
| Nokia | +8.3% YoY สู่ 4.82 พันล้านยูโร | รายได้จาก AI/คลาวด์เพิ่มเท่าตัวเป็น 446 ล้านยูโร; Backlog คำสั่งซื้อ 2.8 พันล้านยูโร | ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี; เปลี่ยนโฉมจากผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมสู่ผู้เล่น AI Networking |
| Alphabet | +24% YoY สู่ 119.8 พันล้านดอลลาร์ | Google Cloud รายได้พุ่ง 82% สู่ 24.8 พันล้านดอลลาร์; กำไรจากคลาวด์เพิ่มสามเท่าเป็น 8.8 พันล้านดอลลาร์ | Q2 CapEx 44.9 พันล้านดอลลาร์ (เกือบเท่าตัว YoY); คาดการณ์ทั้งปีถูกปรับเพิ่มเป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ |
| TSMC | +36% YoY สู่ 40.2 พันล้านดอลลาร์ (สถิติใหม่) | ชิป HPC/AI คิดเป็น 66% ของรายได้; กำไรสุทธิ Q2 พุ่ง 77% สู่ 706.6 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน | ประกาศลงทุนเพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ ในสหรัฐฯ; ปรับเพิ่มแผนการใช้จ่ายด้านทุน |
| ASML | Q2 รายได้ 9.33 พันล้านยูโร (สูงกว่าคาด) | คำสั่งซื้อที่ขับเคลื่อนโดย AI สำหรับเครื่อง lithography ขั้นสูง; อัตรากำไรขั้นต้น 54% | ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2569 เป็น 43–45 พันล้านยูโร; ขยายกำลังการผลิต 30% ในปี 2570-2571 |
การจัดวางตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทาน AI:
ประเด็นที่น่าสนใจ: แม้การเติบโตของรายได้ Nokia ที่ 8.3% จะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ TSMC 36% หรือ Alphabet 24% แต่ อัตราการเปลี่ยนแปลง ในกลุ่มธุรกิจ AI/คลาวด์ของ Nokia (+100% YoY) นั้นน่าทึ่งไม่แพ้ใคร Nokia กำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดโทรคมนาคมที่เติบโตช้าหรือทรงตัว ไปสู่ตลาดแนวตั้ง (Vertical) ของดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด TSMC และ ASML เป็นผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ AI โดยตรงอยู่แล้ว ส่วน Nokia อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการประกาศผลประกอบการที่สูงกว่าคาดและการปรับเพิ่มคาดการณ์จึงมีน้ำหนักมาก หุ้นของ Nokia พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปีหลังจากผลประกอบการ Q1 และยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ข้อสังเกตด้านความไม่แน่นอน: หุ้นของ Alphabet ร่วงลงประมาณ 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours) แม้จะมีผลประกอบการที่ดี เนื่องจากการคาดการณ์ CapEx ที่สูงถึง 195–205 พันล้านดอลลาร์ทำให้ Wall Street กังวลว่ารายจ่ายด้าน AI จะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ ความเสี่ยงแบบ 'Show-me' นี้รุนแรงน้อยกว่าสำหรับ Nokia, TSMC และ ASML ซึ่งเป็นผู้ขาย 'อุปกรณ์และเครื่องมือ' (Picks and Shovels) ไม่ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนของ Hyperscaler จะเกิดขึ้นทันทีหรือไม่ก็ตาม