บนสายประชุมผลประกอบการ พิชัย ซีอีโอของกูเกิล ปฏิเสธข้อครหาที่ว่ากูเกิลกำลังตามหลังในเกม AI โดยยอมรับว่า Gemini 3.5 Pro ยังอยู่ระหว่างการทดสอบกับพาร์ทเนอร์ หลังจากพลาดกำหนดเปิดตัวในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เขาชี้ว่าการชะลอนี้เป็น ‘การตัดสินใจที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ’ ไม่ใช่ความผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ พิชัยย้ำว่าเป้าหมายระยะยาวของกูเกิลคือ Gemini 4 ซึ่งเป็นโมเดลที่จำเป็นเพื่อแข่งขันในระดับแนวหน้า โดยเฉพาะในเรื่องการเขียนโค้ดและ ‘Agentic coding’
เขาเผยด้วยว่ากูเกิลได้เริ่ม ‘กระบวนการฝึก Pre-training ที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เคยมีมา’ สำหรับ Gemini 4 และกำลังจะปล่อยรุ่นต่างๆ ในตระกูล Flash อย่างต่อเนื่องแทบทุกรายเดือนเพื่อตอบโจทย์องค์กรในทันที
อัลฟาเบ็ทปรับเพิ่มคาดการณ์ Capex ทั้งปี 2026 เป็น 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ตั้งไว้ 180,000-190,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน การใช้จ่ายใน Q2 เพียงไตรมาสเดียวสูงถึง 44,900 ล้านดอลลาร์ และที่สำคัญที่สุดคือ บริษัทมีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ติดลบ 5,900 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ซีเอฟโอ อนัต อัชเคนาซี ระบุว่าเงินส่วนใหญ่ (ประมาณ 60%) ถูกใช้ไปกับเซิร์ฟเวอร์ (TPU, GPU) และ 40% ในศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อรองรับการลงทุน AI ขณะที่บริษัทยังส่งสัญญาณว่าการใช้จ่ายในปี 2027 จะ ‘เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ’ เมื่อเทียบกับปี 2026
แม้รายรับและคลาวด์จะโตแรง แต่ตลาดกลับโฟกัสที่ต้นทุนอันมหาศาล:
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 16 กรกฎาคม หุ้น Alphabet เพิ่งสูญเสียมูลค่าตลาดไปถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ (ร่วง 4.4%) หลังจากข่าวจาก Bloomberg ที่อ้างอิงพนักงานกูเกิล 10 คนว่า Gemini 3.5 Pro มีประสิทธิภาพในการเขียนโค้ดต่ำกว่าเป้าหมาย
แม้ว่าในเอกสารการประชุมจะไม่ได้เอ่ยชื่อคู่แข่งโดยตรง แต่ประเด็นสำคัญที่แฝงอยู่คือการแข่งอันดุเดือด:
สรุป: Alphabet มีไตรมาสที่แข็งแกร่งมากในแง่ของรายรับ คลาวด์ และมาร์จิ้น แต่ตลาดกำลังกังวลกับต้นทุนมหาศาลของสงคราม AI ที่ยังมองไม่เห็นผลตอบแทนชัดเจน พิชัยบอกว่านี่คือ ‘เกมยาว’ แต่สิ่งที่นักลงทุนเห็นในวันนี้คือค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แคชที่ติดลบ และคู่แข่งที่กำลังวิ่งนำ