คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ รายงาน Bloomberg เปิดเผยว่ารัสเซียเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ ไม่ยอมคืนดินแดนบางส่วนที่ยึดครองในยูเครน โดยเฉพาะพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยวางแผนจะยึดเป็น 'เขตกันชน' ถาวร [1] เครมลินตั้งเงื่อนไขสูงสุด ปูตินยังคงยืนยันจะยึดครองดอแนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริฌเฌีย และเคอร์ซอนให้ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยูเครนสละสิทธิ์ในดอนบาส ยุติความหวังในการเข้า NATO และห้ามกองกำลังตะวันตกเข้าประเทศ [1][2] แหล่งข่าวใกล้ชิดเครมลินระบุว่า การเจรจาสันติภาพที่จริงจังอาจไม่เกิดขึ้นก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2027 เนื่องจากรัสเซียเชื่อว่าเวลากำลังเป็นใจ [1] การประชุมลับที่บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ในเดือนกรกฎาคม 2026 ระหว่างอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเยอรมนีและรัสเซีย ถูกเปิดโปง แม้นายกฯ เยอรมนีจะปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น [33][34][35] Search & fact-check with cited sources for What is the content and significance of the Bloomberg report from July 21, 2025, regarding Russia Visual representation of the conflict in Ukraine, highlighting the regions affected by Russia's hardened territorial demands. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is the content and significance of the Bloomberg report from July 21, 2025, regarding Russia. Article summary: ## Bloomberg Report of July 21, 2025: Key Findings and Context. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com รายงาน Bloomberg: จุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นของรัสเซีย
รายงานของ Bloomberg ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 (ซึ่งถูกอ้างอิงอย่างกว้างขวางว่าเป็นรายงาน 'กรกฎาคม 2025') เปิดเผยว่ารัสเซียได้เปลี่ยนท่าทีเป็นแข็งกร้าวมากขึ้นเกี่ยวกับดินแดนที่ยึดครองในยูเครน จากแหล่งข่าวใกล้ชิดเครมลินสามราย มอสโกไม่เต็มใจที่จะคืนดินแดนที่ยึดครองบางส่วนอีกต่อไป โดยวางแผนที่จะยึดไว้เป็น 'เขตกันชน' ถาวร
รายงานนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการส่งสัญญาณถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจนของเครมลิน ภายหลังการประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูตินที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 ซึ่งจบลงโดยไม่มีข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "รัสเซียแข็งกร้าว! Bloomberg ชี้เครมลินไม่คืนดินแดนยึดครองในยูเครน วางเป็น 'เขตกันชน' ถาวร" คืออะไร รายงาน Bloomberg เปิดเผยว่ารัสเซียเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ ไม่ยอมคืนดินแดนบางส่วนที่ยึดครองในยูเครน โดยเฉพาะพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยวางแผนจะยึดเป็น 'เขตกันชน' ถาวร [1]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? รายงาน Bloomberg เปิดเผยว่ารัสเซียเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ ไม่ยอมคืนดินแดนบางส่วนที่ยึดครองในยูเครน โดยเฉพาะพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยวางแผนจะยึดเป็น 'เขตกันชน' ถาวร [1] เครมลินตั้งเงื่อนไขสูงสุด ปูตินยังคงยืนยันจะยึดครองดอแนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริฌเฌีย และเคอร์ซอนให้ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยูเครนสละสิทธิ์ในดอนบาส ยุติความหวังในการเข้า NATO และห้ามกองกำลังตะวันตกเข้าประเทศ [1][2]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? แหล่งข่าวใกล้ชิดเครมลินระบุว่า การเจรจาสันติภาพที่จริงจังอาจไม่เกิดขึ้นก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2027 เนื่องจากรัสเซียเชื่อว่าเวลากำลังเป็นใจ [1]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ รายงาน Bloomberg เปิดเผยว่ารัสเซียเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ ไม่ยอมคืนดินแดนบางส่วนที่ยึดครองในยูเครน โดยเฉพาะพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยวางแผนจะยึดเป็น 'เขตกันชน' ถาวร [1] เครมลินตั้งเงื่อนไขสูงสุด ปูตินยังคงยืนยันจะยึดครองดอแนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริฌเฌีย และเคอร์ซอนให้ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยูเครนสละสิทธิ์ในดอนบาส ยุติความหวังในการเข้า NATO และห้ามกองกำลังตะวันตกเข้าประเทศ [1][2] แหล่งข่าวใกล้ชิดเครมลินระบุว่า การเจรจาสันติภาพที่จริงจังอาจไม่เกิดขึ้นก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2027 เนื่องจากรัสเซียเชื่อว่าเวลากำลังเป็นใจ [1] การประชุมลับที่บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ในเดือนกรกฎาคม 2026 ระหว่างอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเยอรมนีและรัสเซีย ถูกเปิดโปง แม้นายกฯ เยอรมนีจะปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น [33][34][35] Search & fact-check with cited sources for What is the content and significance of the Bloomberg report from July 21, 2025, regarding Russia Visual representation of the conflict in Ukraine, highlighting the regions affected by Russia's hardened territorial demands. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is the content and significance of the Bloomberg report from July 21, 2025, regarding Russia. Article summary: ## Bloomberg Report of July 21, 2025: Key Findings and Context. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com รายงาน Bloomberg: จุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นของรัสเซีย
รายงานของ Bloomberg ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 (ซึ่งถูกอ้างอิงอย่างกว้างขวางว่าเป็นรายงาน 'กรกฎาคม 2025') เปิดเผยว่ารัสเซียได้เปลี่ยนท่าทีเป็นแข็งกร้าวมากขึ้นเกี่ยวกับดินแดนที่ยึดครองในยูเครน จากแหล่งข่าวใกล้ชิดเครมลินสามราย มอสโกไม่เต็มใจที่จะคืนดินแดนที่ยึดครองบางส่วนอีกต่อไป โดยวางแผนที่จะยึดไว้เป็น 'เขตกันชน' ถาวร
รายงานนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการส่งสัญญาณถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจนของเครมลิน ภายหลังการประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูตินที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 ซึ่งจบลงโดยไม่มีข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "รัสเซียแข็งกร้าว! Bloomberg ชี้เครมลินไม่คืนดินแดนยึดครองในยูเครน วางเป็น 'เขตกันชน' ถาวร" คืออะไร รายงาน Bloomberg เปิดเผยว่ารัสเซียเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ ไม่ยอมคืนดินแดนบางส่วนที่ยึดครองในยูเครน โดยเฉพาะพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยวางแผนจะยึดเป็น 'เขตกันชน' ถาวร [1]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? รายงาน Bloomberg เปิดเผยว่ารัสเซียเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ ไม่ยอมคืนดินแดนบางส่วนที่ยึดครองในยูเครน โดยเฉพาะพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยวางแผนจะยึดเป็น 'เขตกันชน' ถาวร [1] เครมลินตั้งเงื่อนไขสูงสุด ปูตินยังคงยืนยันจะยึดครองดอแนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริฌเฌีย และเคอร์ซอนให้ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยูเครนสละสิทธิ์ในดอนบาส ยุติความหวังในการเข้า NATO และห้ามกองกำลังตะวันตกเข้าประเทศ [1][2]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? แหล่งข่าวใกล้ชิดเครมลินระบุว่า การเจรจาสันติภาพที่จริงจังอาจไม่เกิดขึ้นก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2027 เนื่องจากรัสเซียเชื่อว่าเวลากำลังเป็นใจ [1]
ข้อเรียกร้องดินแดนของรัสเซีย
ควบคุมสี่แคว้นโดยสมบูรณ์ : ปูตินยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดครองแคว้นดอแนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริฌเฌีย และเคอร์ซอนของยูเครนให้ได้ทั้งหมด ด้วยกำลังทหาร ก่อนที่จะเริ่มการเจรจาสันติภาพที่จริงจัง
เขตกันชนในคาร์คิฟและซูมี : มอสโกมองว่าพื้นที่ชายแดนที่ยึดครองในแคว้นคาร์คิฟและซูมีเป็นเขตกันชนเชิงยุทธศาสตร์ถาวรที่จะไม่คืนให้ยูเครน
เงื่อนไขสูงสุด : ในเดือนสิงหาคม 2025 ปูตินยังเรียกร้องให้ยูเครนสละสิทธิ์ทั้งหมดในดอนบาส ละทิ้งความทะเยอทะยานในการเข้าร่วม NATO ธำรงความเป็นกลาง และห้ามกองกำลังทหารตะวันตกเข้าประเทศ
ข้อกำหนดเชิงลงโทษ : ในเดือนมิถุนายน 2025 รัสเซียได้วางข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ โดยให้ยูเครนต้องยกดินแดนส่วนสำคัญและยอมรับข้อจำกัดด้านขนาดกองทัพ
เส้นเวลาของเครมลิน: การเจรจาสันติภาพอาจไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2027 แหล่งข่าวของ Bloomberg ระบุว่าเครมลินมองว่าการเจรจาสันติภาพที่มีความหมายไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งสะท้อนถึงการคำนวณที่ว่าเวลากำลังเอื้อต่อสถานการณ์ทางทหารของรัสเซีย และความสนใจของชาติตะวันตกอาจถูกเบี่ยงเบนไปด้วยวิกฤตอื่นๆ
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน ปฏิเสธรายงานของ Bloomberg ว่าเป็น 'การคาดเดา' โดยบอกกับสำนักข่าว RBC ว่าบทความดังกล่าว 'อยู่ในประเภทของการคาดเดา' และไม่ควรนำมาเชื่อถือ แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงโดยตรงถึงข้อกล่าวหาที่ว่ามอสโกไม่มีเจตนาจะหารือเกี่ยวกับการคืนดินแดนอีกต่อไป
กระทรวงกลาโหมรัสเซีย reportedly รับประกันกับปูตินว่าสามารถยึดครองแคว้นดอแนตสก์ได้ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกระทรวงฯ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารหลายนายมองว่าเส้นเวลานี้ไม่สมจริง และเชื่อว่าการควบคุมดอนบาสทั้งหมดไม่น่าจะสำเร็จก่อนปี 2027
การประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูตินที่อลาสก้าล้มเหลว ความสำคัญของรายงาน Bloomberg ถูกตอกย้ำด้วยช่วงเวลาที่ออกมา: ภายหลังการประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูตินที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 ซึ่งเป็นการพบหน้ากันครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซียนับตั้งแต่เริ่มสงครามในยูเครน การประชุมกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง แต่จบลงโดยไม่มีข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ
ช่องทางลับ: การประชุมบากู ประธานาธิบดีอิลฮัม แอลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน ยืนยันว่าอดีตเจ้าหน้าที่จากทั้งสองประเทศอยู่ในบากูในเวลาเดียวกัน แต่ทางการอาเซอร์ไบจานไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนีปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ทราบหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเจรจา ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของเยอรมนีประเมินว่าการประชุมดังกล่าวเป็นปฏิบัติการแทรกซึมทางอิทธิพลของรัสเซีย
นายเฮโอฮีย์ ทิคคีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เรียกการประชุมครั้งนี้ว่า 'ไม่สำคัญ' โดยระบุว่ายูเครนไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้เข้าร่วมในการเจรจาดังกล่าว
สถานการณ์ในสนามรบและอุปสรรคทางการทูต
ยูเครนยึดคืนพื้นที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตรได้ในเดือนพฤษภาคม 2025 ผ่านการตอบโต้เฉพาะจุด แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนสมดุลทางยุทธศาสตร์โดยรวม
การเจรจาไตรภาคีถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเบี่ยงเบนความสนใจและทรัพยากรทางการทูตออกไปจากการเจรจาไกล่เกลี่ยในยูเครน
คำเตือนจากผู้นำยุโรป
ประธานาธิบดีเปเตอร์ ปาเวล แห่งสาธารณรัฐเช็ก เตือนในบทสัมภาษณ์กับเดอะ เทเลกราฟ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ว่ายูเครนและพันธมิตรมี เวลาอีกเพียง 2 เดือน ที่จะเริ่มการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง ก่อนที่รัสเซียจะขยายวงสงคราม ซึ่งอาจรวมถึงการประกาศระดมพลทั่วไปหลังการเลือกตั้งรัฐสภารัสเซียในวันที่ 20 กันยายน 2026
นายราโดสวัฟ ซิคอร์สกี รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ เตือนต่อสาธารณะถึงความเสี่ยงที่ รัสเซียจะสร้างเหตุการณ์ 'ธงเท็จ' ซึ่งอาจใช้เป็นข้ออ้างในการขยายสงครามหรือโจมตีครั้งใหญ่
นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ แห่งโปแลนด์ ระบุว่าสันติภาพ ไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนฤดูหนาว เนื่องจากข้อเรียกร้องสูงสุดของรัสเซียและการไม่มีความก้าวหน้าในช่องทางการทูต
การประเมินสถานการณ์ รายงานของ Bloomberg สอดคล้องกับแนวโน้มที่รัสเซียมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นนับตั้งแต่การประชุมสุดยอดที่แองเคอเรจล้มเหลว เครมลินดูเหมือนจะเชื่อว่าเวลากำลังเป็นใจ การสนับสนุนจากชาติตะวันตกสำหรับยูเครนกำลังเสื่อมถอย และความได้เปรียบในสนามรบสามารถรวบรวมไว้ได้โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนทางการทูต
ช่องทางลับที่บากู แม้จะถูกเบอร์ลินปฏิเสธ ก็ชี้ให้เห็นว่าช่องทางการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่เส้นตาย 2 เดือนของประธานาธิบดีปาเวล คำเตือนของโปแลนด์เกี่ยวกับความเสี่ยงจาก 'ธงเท็จ' และมุมมองของเครมลินที่ว่าการเจรจายังห่างไกลจนถึงปี 2027 มาบรรจบกัน ชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาของความขัดแย้งที่รุนแรงยืดเยื้อ โดยมีโอกาสน้อยมากที่จะบรรลุข้อตกลงโดยสันติในระยะใกล้นี้
ground.news Kremlin Rules Out Returning Occupied Sumy, Kharkiv ...
ข้อเรียกร้องดินแดนของรัสเซีย
ควบคุมสี่แคว้นโดยสมบูรณ์ : ปูตินยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดครองแคว้นดอแนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริฌเฌีย และเคอร์ซอนของยูเครนให้ได้ทั้งหมด ด้วยกำลังทหาร ก่อนที่จะเริ่มการเจรจาสันติภาพที่จริงจัง
เขตกันชนในคาร์คิฟและซูมี : มอสโกมองว่าพื้นที่ชายแดนที่ยึดครองในแคว้นคาร์คิฟและซูมีเป็นเขตกันชนเชิงยุทธศาสตร์ถาวรที่จะไม่คืนให้ยูเครน
เงื่อนไขสูงสุด : ในเดือนสิงหาคม 2025 ปูตินยังเรียกร้องให้ยูเครนสละสิทธิ์ทั้งหมดในดอนบาส ละทิ้งความทะเยอทะยานในการเข้าร่วม NATO ธำรงความเป็นกลาง และห้ามกองกำลังทหารตะวันตกเข้าประเทศ
ข้อกำหนดเชิงลงโทษ : ในเดือนมิถุนายน 2025 รัสเซียได้วางข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ โดยให้ยูเครนต้องยกดินแดนส่วนสำคัญและยอมรับข้อจำกัดด้านขนาดกองทัพ
เส้นเวลาของเครมลิน: การเจรจาสันติภาพอาจไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2027 แหล่งข่าวของ Bloomberg ระบุว่าเครมลินมองว่าการเจรจาสันติภาพที่มีความหมายไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งสะท้อนถึงการคำนวณที่ว่าเวลากำลังเอื้อต่อสถานการณ์ทางทหารของรัสเซีย และความสนใจของชาติตะวันตกอาจถูกเบี่ยงเบนไปด้วยวิกฤตอื่นๆ
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน ปฏิเสธรายงานของ Bloomberg ว่าเป็น 'การคาดเดา' โดยบอกกับสำนักข่าว RBC ว่าบทความดังกล่าว 'อยู่ในประเภทของการคาดเดา' และไม่ควรนำมาเชื่อถือ แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงโดยตรงถึงข้อกล่าวหาที่ว่ามอสโกไม่มีเจตนาจะหารือเกี่ยวกับการคืนดินแดนอีกต่อไป
กระทรวงกลาโหมรัสเซีย reportedly รับประกันกับปูตินว่าสามารถยึดครองแคว้นดอแนตสก์ได้ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกระทรวงฯ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารหลายนายมองว่าเส้นเวลานี้ไม่สมจริง และเชื่อว่าการควบคุมดอนบาสทั้งหมดไม่น่าจะสำเร็จก่อนปี 2027
การประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูตินที่อลาสก้าล้มเหลว ความสำคัญของรายงาน Bloomberg ถูกตอกย้ำด้วยช่วงเวลาที่ออกมา: ภายหลังการประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูตินที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 ซึ่งเป็นการพบหน้ากันครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซียนับตั้งแต่เริ่มสงครามในยูเครน การประชุมกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง แต่จบลงโดยไม่มีข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ
ช่องทางลับ: การประชุมบากู ประธานาธิบดีอิลฮัม แอลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน ยืนยันว่าอดีตเจ้าหน้าที่จากทั้งสองประเทศอยู่ในบากูในเวลาเดียวกัน แต่ทางการอาเซอร์ไบจานไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนีปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ทราบหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเจรจา ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของเยอรมนีประเมินว่าการประชุมดังกล่าวเป็นปฏิบัติการแทรกซึมทางอิทธิพลของรัสเซีย
นายเฮโอฮีย์ ทิคคีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เรียกการประชุมครั้งนี้ว่า 'ไม่สำคัญ' โดยระบุว่ายูเครนไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้เข้าร่วมในการเจรจาดังกล่าว
สถานการณ์ในสนามรบและอุปสรรคทางการทูต
ยูเครนยึดคืนพื้นที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตรได้ในเดือนพฤษภาคม 2025 ผ่านการตอบโต้เฉพาะจุด แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนสมดุลทางยุทธศาสตร์โดยรวม
การเจรจาไตรภาคีถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเบี่ยงเบนความสนใจและทรัพยากรทางการทูตออกไปจากการเจรจาไกล่เกลี่ยในยูเครน
คำเตือนจากผู้นำยุโรป
ประธานาธิบดีเปเตอร์ ปาเวล แห่งสาธารณรัฐเช็ก เตือนในบทสัมภาษณ์กับเดอะ เทเลกราฟ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ว่ายูเครนและพันธมิตรมี เวลาอีกเพียง 2 เดือน ที่จะเริ่มการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง ก่อนที่รัสเซียจะขยายวงสงคราม ซึ่งอาจรวมถึงการประกาศระดมพลทั่วไปหลังการเลือกตั้งรัฐสภารัสเซียในวันที่ 20 กันยายน 2026
นายราโดสวัฟ ซิคอร์สกี รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ เตือนต่อสาธารณะถึงความเสี่ยงที่ รัสเซียจะสร้างเหตุการณ์ 'ธงเท็จ' ซึ่งอาจใช้เป็นข้ออ้างในการขยายสงครามหรือโจมตีครั้งใหญ่
นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ แห่งโปแลนด์ ระบุว่าสันติภาพ ไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนฤดูหนาว เนื่องจากข้อเรียกร้องสูงสุดของรัสเซียและการไม่มีความก้าวหน้าในช่องทางการทูต
การประเมินสถานการณ์ รายงานของ Bloomberg สอดคล้องกับแนวโน้มที่รัสเซียมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นนับตั้งแต่การประชุมสุดยอดที่แองเคอเรจล้มเหลว เครมลินดูเหมือนจะเชื่อว่าเวลากำลังเป็นใจ การสนับสนุนจากชาติตะวันตกสำหรับยูเครนกำลังเสื่อมถอย และความได้เปรียบในสนามรบสามารถรวบรวมไว้ได้โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนทางการทูต
ช่องทางลับที่บากู แม้จะถูกเบอร์ลินปฏิเสธ ก็ชี้ให้เห็นว่าช่องทางการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่เส้นตาย 2 เดือนของประธานาธิบดีปาเวล คำเตือนของโปแลนด์เกี่ยวกับความเสี่ยงจาก 'ธงเท็จ' และมุมมองของเครมลินที่ว่าการเจรจายังห่างไกลจนถึงปี 2027 มาบรรจบกัน ชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาของความขัดแย้งที่รุนแรงยืดเยื้อ โดยมีโอกาสน้อยมากที่จะบรรลุข้อตกลงโดยสันติในระยะใกล้นี้
ground.news Kremlin Rules Out Returning Occupied Sumy, Kharkiv ...