เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ยูเครนขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 27 กรกฎาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าพลเรือนของรัสเซียในทะเลดำ [5][13][14] อันดรี ซิบีฮา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เปิดเผยว่า กองกำลังรัสเซียโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพลเรือนอย่างน้อย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What actions did Ukraine take at the UN in late July 2026 in response to Russian strikes on civil. Article summary: ## Ukraine's UN Response to Russian Strikes on Black Sea Civilian Shipping (Late July 2026). Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factu
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ยูเครนได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าพลเรือนของรัสเซียในทะเลดำ การประชุมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม
อันดรี ซิบีฮา (Andrii Sybiha) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ประกาศคำขอดังกล่าว โดยระบุว่ากองกำลังรัสเซียได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าพลเรือนอย่างน้อย 3 ลำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้การสัญจรของเรือทุกลำผ่านแนวระเบียงธัญพืชทางทะเลของยูเครนต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง รัฐบาลยูเครนยังประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และเริ่มเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยทางทะเลใหม่เพื่อคุ้มครองลูกเรือพลเรือนให้ดียิ่งขึ้น
วิกฤตดังกล่าวปะทุขึ้นจากการโจมตีตอบโต้ซึ่งกันและกันที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2026:
ฝ่ายยูเครนรุก (7-15 กรกฎาคม): กองกำลังระบบไร้คนขับ (Unmanned Systems Forces) ของยูเครนเปิดฉากการโจมตีด้วยโดรนต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 9 วันต่อกองเรือเงา (shadow fleet) ของรัสเซียทั้งในทะเลอาซอฟและทะเลดำ โดยสามารถโจมตีเรือรัสเซียได้รวม 116 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน เรือบรรทุกก๊าซ และเรือลากจูง การโจมตีครั้งนี้บีบให้รัสเซียต้องระงับการสัญจรผ่านช่องแคบเคิร์ช (Kerch Strait) ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เชื่อมทะเลอาซอฟกับทะเลดำ ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม
รัสเซียตอบโต้ (16-19 กรกฎาคม): รัสเซียตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพลเรือนที่ชักธงประเทศแทนซาเนีย ไลบีเรีย และหมู่เกาะมาร์แชลล์ การโจมตีครั้งที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เมื่อขีปนาวุธร่อนของรัสเซียโจมตีเรือธงกินี-บิสเซาที่บรรทุกธัญพืชใกล้กับเมืองโอเดสซา ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน และเกิดเพลิงไหม้บนเรือ
นอกจากนี้ รัสเซียยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือในโอเดสซาและพิฟเดนนีย์ (Pivdennyi) อีกด้วย
ผลลัพธ์: การโจมตีของทั้งสองฝ่ายทำให้การสัญจรของเรือสินค้าพลเรือนผ่านแนวระเบียงทางทะเลต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง เจ้าของเรือต่างหลีกเลี่ยงการส่งเรือเข้าเทียบท่าโอเดสซา ในขณะที่การขนส่งธัญพืชของรัสเซียผ่านคลองดอน-อาซอฟ (Don-Azov Channel) ก็ถูกระงับเช่นกัน
การยกระดับความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลให้ราคาข้าวสาลีพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี และตามการวัดบางอย่างพบว่าเป็น ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี:
ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่าทั้งรัสเซียและยูเครนต่างเป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ที่สุดของโลก และความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นในช่วงพีคของฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนกรกฎาคม
อันดรี ซิบีฮา เปรียบเทียบอย่างชัดเจนระหว่างการรณรงค์ของรัสเซียที่โจมตีเรือขนส่งสินค้าพลเรือนในทะเลดำ กับการโจมตีของอิหร่านต่อเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) การเปรียบเทียบนี้มีวัตถุประสงค์เชิงวาทศิลป์และเชิงยุทธศาสตร์หลายประการ:
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ยูเครนขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 27 กรกฎาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าพลเรือนของรัสเซียในทะเลดำ [5][13][14]
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ยูเครนขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 27 กรกฎาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าพลเรือนของรัสเซียในทะเลดำ [5][13][14] อันดรี ซิบีฮา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เปิดเผยว่า กองกำลังรัสเซียโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพลเรือนอย่างน้อย 3 ลำ ทำให้การสัญจรทางทะเลผ่านแนวระเบียงธัญพืชของยูเครนต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง [5][14]
ก่อนหน้านี้ วันที่ 7 15 กรกฎาคม กองกำลังโดรนของยูเครนเปิดฉากโจมตีกองเรือเงาของรัสเซียในทะเลอาซอฟและทะเลดำ ส่งผลให้เรือรัสเซียเสียหายรวม 116 ลำ จนรัสเซียต้องระงับการสัญจรผ่านช่องแคบเคิร์ชตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม [4][8]...