ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ข้อพิพาททางการค้าที่ดำเนินมายาวนานระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง แม้สหรัฐฯ และ EU เพิ่งพยายามลดความเสี่ยงของการเปิดศึกภาษีรอบใหม่
ในจดหมายถึงผู้แทนการค้าสหรัฐฯ Boeing ระบุว่า ทั้งช่วงเวลาและขนาดของเงินกู้ทำให้เกิดคำถามว่าเงินสนับสนุนดังกล่าวสอดคล้องกับข้อตกลงพักรบทางภาษีปี 2021 หรือไม่ ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดกรอบให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการเกี่ยวกับเงินอุดหนุนด้วยกระบวนการที่ “เปิดกว้างและโปร่งใส”
Boeing ชี้ประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่
สิ่งที่ Boeing ต้องการคือให้รัฐบาลสหรัฐฯ ขอข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขของเงินกู้จาก EU อย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าเงินก้อนนี้เป็นสินเชื่อในตลาดตามปกติ หรือเป็นเงินอุดหนุนแฝงที่ทำให้ Airbus ได้เปรียบและบั่นทอนข้อตกลงปี 2021
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| วงเงินรวม | 3 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.42–3.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสินเชื่อภาคธุรกิจวงเงินสูงสุดเท่าที่ EIB เคยอนุมัติ |
| วงเงินงวดแรก | 1 พันล้านยูโร ลงนามที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 |
| ผู้รับเงินกู้ | Airbus SE |
| วัตถุประสงค์ | สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา รวมถึงแผนการลงทุนของ Airbus จนถึงปี 2030 ในด้านการผลิตขั้นสูง การลดการปล่อยคาร์บอน เครื่องบินพาณิชย์ยุคใหม่ เทคโนโลยีด้านกลาโหม และอวกาศ |
| โครงการของ EIB | อยู่ภายใต้โครงการหลัก TechEU ซึ่งมุ่งเร่งการลงทุนในเทคโนโลยีสำคัญของยุโรป |
| ลักษณะสินเชื่อ | EIB ระบุว่าเป็น “เงินกู้ปกติที่มีดอกเบี้ยและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการให้สินเชื่อโดยรวมของ EIB” พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ให้การสนับสนุน Airbus ในลักษณะพิเศษ |
EIB และ Airbus ลงนามในเงินกู้งวดแรก 1 พันล้านยูโรระหว่างพิธีที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ตามแถลงการณ์ของ EIB เงินทุนนี้จะช่วยรองรับแผนการลงทุนของ Airbus ไปจนถึงปี 2030
ข้อขัดแย้งระหว่าง Boeing กับ Airbus ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตเครื่องบินสองราย แต่พัวพันกับนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรปมาอย่างยาวนาน
สหรัฐฯ และ EU ต่อสู้กันในองค์การการค้าโลก (WTO) จากข้อกล่าวหาว่าอีกฝ่ายให้เงินอุดหนุนอย่างผิดกฎหมายแก่ Boeing หรือ Airbus ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับคำตัดสินที่เป็นคุณบางส่วน และข้อพิพาทดังกล่าวนำไปสู่ภาษีตอบโต้สินค้าหลายพันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เครื่องบินและรถแทรกเตอร์ไปจนถึงไวน์และชีส
WTO เคยวินิจฉัยว่า EU ให้เงินอุดหนุนที่ไม่สอดคล้องกับกฎแก่โครงการเครื่องบิน A380 และ A350 ของ Airbus ขณะเดียวกันก็มีคำตัดสินว่าสหรัฐฯ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินสนับสนุนด้านการวิจัยแก่ Boeing ซึ่งเข้าข่ายเงินอุดหนุนที่ไม่ชอบด้วยกฎเช่นกัน
เมื่อเดือนมิถุนายน 2021 สหรัฐฯ และ EU ตกลงระงับการเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเป็นเวลา 5 ปี พร้อมสร้างกรอบความร่วมมือเพื่อจัดการประเด็นเงินอุดหนุนในอนาคต แทนการเดินหน้าฟ้องร้องในทุกประเด็น
ทั้งสองฝ่ายระงับภาษีตอบโต้ซึ่งครอบคลุมมูลค่าการค้ารวมราว 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ประเทศสมาชิก EU เห็นชอบให้ขยายการระงับภาษีตอบโต้ออกไปแบบไม่มีกำหนด หรือไม่มีวันสิ้นสุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพียงไม่กี่วันก่อนข้อตกลงเดิมจะหมดอายุในวันที่ 6 กรกฎาคม
การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามลดระดับความขัดแย้งและป้องกันไม่ให้ภาษีตอบโต้กลับมาใช้ใหม่
Boeing มองว่าเงินกู้ EIB ซึ่งประกาศเพียง 4 วันหลังการขยายข้อตกลงพักรบ อาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกรอบความร่วมมือปี 2021
ด้าน EIB โต้แย้งว่าเงินกู้ลักษณะใกล้เคียงกันเคยได้รับการพิจารณาและยอมรับได้ในช่วงที่ข้อพิพาทอยู่ระหว่างกระบวนการของ WTO อีกทั้งเงินกู้ครั้งนี้เป็นการปล่อยสินเชื่อมาตรฐานที่คิดดอกเบี้ย ไม่ใช่เงินอุดหนุนรูปแบบพิเศษ
รัฐบาล Trump ใช้มาตรการภาษีอย่างกว้างขวาง แต่มีรายงานว่ารัฐบาลไม่ต้องการพึ่งกลไกของ WTO มากนัก เพราะอาจเท่ากับยอมรับกฎการค้าพหุภาคีที่รัฐบาลมีจุดยืนคัดค้านอยู่
ประธานาธิบดี Trump ยังเคยเรียกร้องให้มีการเจรจากับคู่ค้าถึงการนำเข้าเครื่องบินจากต่างประเทศ ทำให้ประเด็นที่ Boeing หยิบยกขึ้นมาอาจถูกนำเข้าสู่การหารือดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 รัฐบาลสหรัฐฯ เคยยกเว้นเครื่องบินและชิ้นส่วนเครื่องบินออกจากมาตรการภาษี หลังจากช่วงหนึ่งได้เรียกเก็บภาษีต่อภาคการบิน
คำร้องของ Boeing ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ได้ตัดสินแล้วว่าเงินกู้ของ EIB เป็นเงินอุดหนุนที่ผิดกฎ แต่เป็นการขอให้รัฐบาลตรวจสอบและเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับเงื่อนไขของเงินกู้ 3 พันล้านยูโร
ฝั่ง Boeing ต้องการให้พิจารณาว่าเงินกู้วงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์นี้ทำให้ Airbus ได้เปรียบและขัดต่อข้อตกลงพักรบหรือไม่ ขณะที่ EIB ยืนยันว่าเป็นสินเชื่อเชิงพาณิชย์ตามปกติ
ท่าทีของวอชิงตันต่อคำร้องดังกล่าวจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ข้อพิพาท Boeing-Airbus จะยังคงสงบอยู่ภายใต้ข้อตกลงพักรบ หรือจะค่อย ๆ กลับมาเป็นชนวนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปอีกครั้ง