กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ว่าอิหร่านได้ "ทำผิดพลาดครั้งใหญ่" และผู้วางแผนทางทหารกำลังอนุมัติแผนสำหรับการปฏิบัติการต่อเนื่องในคืนวันอาทิตย์ อิสราเอลเตือนว่าขีปนาวุธที่เข้ามาใกล้พรมแดนอาจทำให้เกิดการตอบโต้ในวงกว้างขึ้น และผู้นำอิสราเอลส่งสัญญาณว่าพร้อมรับมือกับ "การยิงถล่มเพิ่มเติม" จากอิหร่าน
สหรัฐฯ ยังคงโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน สถานการณ์ย่ำแย่ลงเมื่อทหารอเมริกัน 1 นายเสียชีวิตในอิรักเมื่อวันเสาร์ (ระหว่างการทำลายวัตถุระเบิดจากโดรนอิหร่านที่ตก) ทำให้ยอดรวมทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้เพิ่มเป็น 17 นาย และบาดเจ็บกว่า 400 นาย ก่อนหน้านี้ ทหารสหรัฐฯ 2 นายเสียชีวิตในจอร์แดนพร้อมสูญหายอีก 1 นาย ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการโจมตีตอบโต้ครั้งล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตของทหารสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 3 นายภายในวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าอิหร่านได้รับ "ความเสียหายอย่างหนัก" จากการโจมตีครั้งนี้
อิสราเอลกำลังเตรียมรับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ (aerial refueling aircraft) เพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ตามการยืนยันของเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของอิสราเอลในวันอาทิตย์ ทำเนียบขาวของทรัมป์แจ้งต่ออิสราเอลว่าจะส่งเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงหลายสิบลำเพิ่มเติม ก่อนการขยายปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเช่นโรงไฟฟ้า รายงานข่าวระบุว่าเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ มากถึง 42 ลำจะถูกประจำการที่สนามบินเบนกูเรียน เพื่อยืดระยะบินของเครื่องบินรบอเมริกัน
อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อาณาเขตจอร์แดน เสี่ยงให้ความขัดแย้งลุกลามเข้าสู่อิสราเอลอีกครั้ง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เริ่มโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยระบุว่าได้โจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในคูเวต รวมถึงแคมป์อูเดรีและฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม ด้วยโดรนพลีชีพ (kamikaze drones) เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ก่อนหน้านี้ในวันที่ 18 กรกฎาคม อิหร่านเคยโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงแยกเกลือในคูเวต และในช่วงต้นของความขัดแย้ง อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต โอมาน และบาห์เรน โดยกองทัพอากาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นไว้ได้บางส่วน