คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแผน Electrification Action Plan เมื่อ 17 กรกฎาคม 2026 กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคพลังงานรวมจาก 23% เป็น 46% ภายในปี 2040 เพื่อลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล [1][2] แผนฯ คาดว่าจะลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้กว่า 70% และลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้กว่า 40% ภายในปี 2040 ส่งผลให้สหภาพยุโรปประหยัดเงิ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What does the European Commission's 2026 Electrification Action Plan propose, including the targe. Article summary: Here is a verified, source-by-source breakdown of the European Commission's 2026 Electrification Action Plan and accompanying ETS reform, published on 17 July 2026.. Topic tags: general, government, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icon
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวแผนปฏิบัติการด้านไฟฟ้า (Electrification Action Plan) ที่รอคอยมานาน พร้อมกับการปฏิรูประบบการซื้อขายสิทธิ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป (EU ETS) ครั้งใหญ่ โดยแผนงานนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนยุโรปให้เป็น 'ทวีปที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า' แห่งแรกของโลก ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคพลังงานรวมเป็นเท่าตัว ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล และปรับโฉมตลาดคาร์บอนเพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม
ปัจจุบันไฟฟ้าคิดเป็นเพียง 23% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของสหภาพยุโรป ซึ่งสัดส่วนนี้หยุดนิ่งมานานกว่าทศวรรษ คณะกรรมาธิการเสนอ เป้าหมายเชิงชี้นำ (indicative target) ที่ 46% ภายในปี 2040 ซึ่งเป็นการเพิ่มเป็นสองเท่าของอัตราปัจจุบัน
โดยมีเป้าหมายระหว่างทางที่ 32% ภายในปี 2030 ซึ่งถูกกำหนดไว้แล้วภายใต้ Clean Industrial Deal
เป้าหมายนี้ถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็น 'เป้าหมายเชิงชี้นำ' มากกว่าที่จะมีผลผูกพันทางกฎหมายในขั้นตอนนี้ คณะกรรมาธิการจะดำเนินการประเมินผลกระทบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 เพื่อพิจารณาว่าจะรวมเป้าหมาย 46% เข้าเป็นกฎหมายที่มีผลผูกพันหรือไม่ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของ Energy Union Package หลังจากปี 2030 ก่อนหน้านี้ (ร่างแรก) มีการเสนอให้เป้าหมายนี้มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่แผนสุดท้ายได้ถอยกลับ
คณะกรรมาธิการระบุว่าการบรรลุเป้าหมายนี้จะ ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้มากกว่า 70% และลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้มากกว่า 40% ภายในปี 2040 ช่วยให้สหภาพยุโรปประหยัดเงินได้ถึง 260,000 ล้านยูโรต่อปี จากค่านำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แผนนี้มองว่าการใช้ไฟฟ้าไม่ใช่แค่มาตรการด้านสภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับวิกฤตในตะวันออกกลางปี 2026 และความผันผวนของตลาดเชื้อเพลิงฟอสซิล
ความท้าทายสำคัญคือค่าไฟฟ้าในสหภาพยุโรปที่แพงกว่าค่าก๊าซธรรมชาติสำหรับครัวเรือนประมาณ 2.5 เท่า แผนงานเสนอมาตรการหลายอย่างเพื่อลดช่องว่างนี้:
การแก้ไข ETS (COM(2026) 600) ซึ่งเผยแพร่ในวันเดียวกัน แสดงถึงการออกแบบตลาดคาร์บอนของยุโรปครั้งสำคัญ :
Electrification Action Plan (แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการ) และข้อเสนอทางกฎหมาย ETS จะถูกส่งต่อไปยัง รัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป เพื่อเจรจาและบังคับใช้ต่อไป คณะกรรมาธิการจะดำเนินการประเมินผลกระทบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 เพื่อพิจารณาให้เป้าหมาย 46% มีผลผูกพัน
กลุ่มสิ่งแวดล้อมหลายกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์แพ็กเกจดังกล่าว European Environmental Bureau (EEB) กล่าวว่าคณะกรรมาธิการ 'ยอมจำนนต่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่เชื่องช้า' โดยชี้ให้เห็นถึง LRF ที่อ่อนแอลงและการขยายสิทธิ์ฟรีเป็นข้อกังวลหลัก 350.org ต้อนรับความทะเยอทะยาน แต่เตือนว่าแผนนี้ 'ยังขาดความทะเยอทะยาน การทูต และการเงิน'
รอยเตอร์สรายงานว่านักวิจารณ์โต้แย้งว่า ค่าไฟฟ้าที่สูงอาจทำให้เป้าหมายมีความซับซ้อน
Heinrich Böll Foundation ตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายเป็น 'เทคโนโลยีที่เป็นกลาง' ซึ่งอาจส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์ต่อไป
เป้าหมายการติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะคือ 75% ภายในปี 2033 ไม่ใช่ 65% ตามที่รายงานในเอกสารร่างแรก ข้อเสนอทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ COM(2026) 600 กำหนดเป้าหมายที่มีผลผูกพันไว้ที่ 75%
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแผน Electrification Action Plan เมื่อ 17 กรกฎาคม 2026 กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคพลังงานรวมจาก 23% เป็น 46% ภายในปี 2040 เพื่อลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล [1][2]
คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแผน Electrification Action Plan เมื่อ 17 กรกฎาคม 2026 กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคพลังงานรวมจาก 23% เป็น 46% ภายในปี 2040 เพื่อลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล [1][2] แผนฯ คาดว่าจะลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้กว่า 70% และลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้กว่า 40% ภายในปี 2040 ส่งผลให้สหภาพยุโรปประหยัดเงินได้ถึง 260,000 ล้านยูโรต่อปี [2][8]
มาตรการสำคัญ ได้แก่ การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับแบตเตอรี่ในบ้าน รถยนต์ไฟฟ้า และปั๊มความร้อน ตั้งเป้าติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะ 75% ภายในปี 2033 และเป้าหมายติดตั้งปั๊มความร้อน 4 ล้านเครื่องต่อปีภายในปี...