ทรัมป์ถูกแฟนบอลส่งเสียงโห่ดังลั่นหลายครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนเริ่มเกม หลังจากนักร้องสาวเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ขับร้องเพลงชาติสหรัฐฯ เสร็จ กล้องจอยักษ์ในสนามก็ตัดไปที่ทรัมป์ที่กำลังปรบมืออยู่ในห้องวีไอพี เสียงโห่ก็ดังขึ้นทันที
แฟนบอลทั้งจากอาร์เจนตินาและสเปนต่างลืมความขัดแย้งของทีมตัวเอง หันมาโห่ทรัมป์พร้อมกัน เสียงโห่ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อทรัมป์และอินฟานติโนเดินลงสนามเพื่อร่วมพิธีมอบถ้วย คลื่นเสียงในสนามวัดได้ประมาณ 78 เดซิเบล แต่เมื่อโห่ทรัมป์ ความดังเพิ่มขึ้นเป็น 84 เดซิเบล
การตัดสินใจให้ทรัมป์ร่วมมอบถ้วยแชมป์ถือเป็นการแหกกฎของฟีฟ่า ซึ่งที่ผ่านมาในฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 มีเพียงประธานฟีฟ่าคนเดียวเท่านั้นที่มอบถ้วยให้กับกัปตันทีมที่ชนะ จานนี อินฟานติโนให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า "เราจะอยู่ร่วมกับท่านประธานาธิบดีระหว่างเกมและร่วมกันมอบถ้วยให้กับผู้ชนะ"
ระหว่างพิธี ทรัมป์เดินลงสนามพร้อมอินฟานติโน ส่งมอบถ้วยฟุตบอลโลกให้กับโรดรีกัปตันทีมสเปน จากนั้น ทรัมป์ยังคงยืนอยู่บนเวทีระหว่างพิธีชูถ้วยของสเปน ซึ่งไม่ใช่ธรรมเนียมของฟีฟ่าในการให้บุคคลภายนอกขึ้นเวทีร่วม สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่าทรัมป์ "แย่งซีน" หรือ "เข้าร่วมอย่างไม่เหมาะสม" ในพิธีชูถ้วยของสเปน
มีรายงานในโลกโซเชียลบางส่วนอ้างว่านักเตะสเปนคนหนึ่งผลักทรัมป์ออกไปให้พ้นพื้นที่เฉลิมฉลอง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากสำนักข่าวหลัก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แทรกแซงพิธีมอบถ้วยของฟีฟ่าที่เมทไลฟ์สเตเดียม ก่อนหน้านี้ในนัดชิงฟุตบอลสโมสรโลกปี 2025 เขาก็ทำแบบเดียวกันหลังจากเชลซีคว้าแชมป์ และถูกแฟนบอลโห่เช่นกัน
เสียงฟ้าสวรรค์ของฟุตบอลโลกในนัดนี้คงเป็นชัยชนะของสเปน แต่ความทรงจำที่แฟนบอลทั่วโลกจะจดจำมากกว่าคือการปรากฏตัวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในพิธีที่สำคัญที่สุดของฟีฟ่าอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน