เกมนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามเมทไลฟ์สเตเดียม เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ในการมอบถ้วยแชมป์ให้กับสเปน ซึ่งเป็นการแหกกฎฟีฟ่าที่กำหนดให้มีเพียงประธานฟีฟ่าเท่านั... ทรัมป์ถูกแฟนบอลในสนามส่งเสียงโห่ไม่พอใจถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปรากฏบนจอยักษ์หลังจบเพลงชาติสหรั...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What happened when President Donald Trump co-presented the FIFA World Cup trophy to Spain at the. Article summary: Here is the fact-checked account of what happened at the 2026 FIFA World Cup final on July 19, 2026, at MetLife Stadium.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illus
วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามเมทไลฟ์สเตเดียม ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากจะเป็นเรื่องที่สเปนพลิกชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษแล้ว การปรากฏตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตลอดงานกลับกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงมากกว่า
สเปนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดย เฟร์รัน ตอร์เรส เป็นคนยิงประตูชัยในนาทีที่ 106 นับเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของสเปน และเป็นสมัยแรกตั้งแต่ปี 2010
การแข่งขันจัดขึ้นที่สนามเมทไลฟ์สเตเดียม ซึ่งฟีฟ่าใช้ชื่อว่า "นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม" ในเมืองอีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์
ทรัมป์ถูกแฟนบอลส่งเสียงโห่ดังลั่นหลายครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนเริ่มเกม หลังจากนักร้องสาวเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ขับร้องเพลงชาติสหรัฐฯ เสร็จ กล้องจอยักษ์ในสนามก็ตัดไปที่ทรัมป์ที่กำลังปรบมืออยู่ในห้องวีไอพี เสียงโห่ก็ดังขึ้นทันที
แฟนบอลทั้งจากอาร์เจนตินาและสเปนต่างลืมความขัดแย้งของทีมตัวเอง หันมาโห่ทรัมป์พร้อมกัน เสียงโห่ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อทรัมป์และอินฟานติโนเดินลงสนามเพื่อร่วมพิธีมอบถ้วย
คลื่นเสียงในสนามวัดได้ประมาณ 78 เดซิเบล แต่เมื่อโห่ทรัมป์ ความดังเพิ่มขึ้นเป็น 84 เดซิเบล
การตัดสินใจให้ทรัมป์ร่วมมอบถ้วยแชมป์ถือเป็นการแหกกฎของฟีฟ่า ซึ่งที่ผ่านมาในฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 มีเพียงประธานฟีฟ่าคนเดียวเท่านั้นที่มอบถ้วยให้กับกัปตันทีมที่ชนะ จานนี อินฟานติโนให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า "เราจะอยู่ร่วมกับท่านประธานาธิบดีระหว่างเกมและร่วมกันมอบถ้วยให้กับผู้ชนะ"
ระหว่างพิธี ทรัมป์เดินลงสนามพร้อมอินฟานติโน ส่งมอบถ้วยฟุตบอลโลกให้กับโรดรีกัปตันทีมสเปน จากนั้น ทรัมป์ยังคงยืนอยู่บนเวทีระหว่างพิธีชูถ้วยของสเปน ซึ่งไม่ใช่ธรรมเนียมของฟีฟ่าในการให้บุคคลภายนอกขึ้นเวทีร่วม สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่าทรัมป์ "แย่งซีน" หรือ "เข้าร่วมอย่างไม่เหมาะสม" ในพิธีชูถ้วยของสเปน
มีรายงานในโลกโซเชียลบางส่วนอ้างว่านักเตะสเปนคนหนึ่งผลักทรัมป์ออกไปให้พ้นพื้นที่เฉลิมฉลอง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากสำนักข่าวหลัก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แทรกแซงพิธีมอบถ้วยของฟีฟ่าที่เมทไลฟ์สเตเดียม ก่อนหน้านี้ในนัดชิงฟุตบอลสโมสรโลกปี 2025 เขาก็ทำแบบเดียวกันหลังจากเชลซีคว้าแชมป์ และถูกแฟนบอลโห่เช่นกัน
เสียงฟ้าสวรรค์ของฟุตบอลโลกในนัดนี้คงเป็นชัยชนะของสเปน แต่ความทรงจำที่แฟนบอลทั่วโลกจะจดจำมากกว่าคือการปรากฏตัวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในพิธีที่สำคัญที่สุดของฟีฟ่าอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เกมนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามเมทไลฟ์สเตเดียม เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ในการมอบถ้วยแชมป์ให้กับสเปน ซึ่งเป็นการแหกกฎฟีฟ่าที่กำหนดให้มีเพียงประธานฟีฟ่าเท่านั...
เกมนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามเมทไลฟ์สเตเดียม เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ในการมอบถ้วยแชมป์ให้กับสเปน ซึ่งเป็นการแหกกฎฟีฟ่าที่กำหนดให้มีเพียงประธานฟีฟ่าเท่านั... ทรัมป์ถูกแฟนบอลในสนามส่งเสียงโห่ไม่พอใจถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปรากฏบนจอยักษ์หลังจบเพลงชาติสหรัฐฯ และครั้งที่สองเมื่อเดินลงสนามเพื่อร่วมพิธีมอบถ้วย [1][2][10][32] ระดับเสียงโห่ดังถึง 84 เดซิเบล จากเสียงปกติ 78 เดซิเบ...
ทรัมป์ยังคงยืนอยู่บนโพเดียมระหว่างที่ทีมชาติสเปนชูถ้วยแชมป์ ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพิธีการของฟีฟ่า โดยหลายสำนักข่าวรายงานว่าทรัมป์ 'แย่งซีน' หรือ 'เข้าร่วมอย่างไม่เหมาะสม' ในพิธีชูถ้วยของสเปน [7][53]