สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War: ISW) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวทันทีว่าเป็นเท็จ ISW ประเมินว่า กองทัพรัสเซียมีเพียงหน่วยลาดตระเวนและก่อวินาศกรรมขนาดเล็กที่แทรกซึมอยู่ในที่มั่นของยูเครนเท่านั้น และไม่มีฝ่ายใดควบคุมเมืองได้อย่างสมบูรณ์ มันเป็น 'พื้นที่สีเทา' ที่ยังคงมีการสู้รบ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีและกองทัพใหญ่ยูเครนก็ปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้ในวันที่ 4 กรกฎาคม โดยยืนยันว่าเมืองยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน
CNN รายงานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมว่า การแทรกซึมที่ช้าและต้องสูญเสียหนักของรัสเซียในคอสตียานตินิฟกาแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจของเครมลินที่จะยอมรับความสูญเสียมหาศาลเพื่อความได้เปรียบทางยุทธวิธีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ทหารจากกรมทหารจู่โจมเฉพาะกิจที่ 425 'สเกลยา' (Skelya หรือ Skala แปลว่า หินผา) ได้ดำเนินการกวาดล้าง (Sweep/Clearing Operation) ในเมืองคอสตียานตินิฟกา สังหารทหารรัสเซียที่เหลืออยู่ และชักธงชาติยูเครนขึ้นเหนืออาคารใจกลางเมือง สื่อยูเครนหลายสำนักรายงานปฏิบัติการนี้ พร้อมคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียของกรมทหาร
กรมทหารแถลงว่า 'เมืองนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพยูเครน' ข่าวนี้ได้รับการรายงานอย่างแพร่หลายโดย Interfax-Ukraine, UNN, Militarnyi, Euromaidan Press และ Censor.NET เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม
ทั้งสองฝ่ายต่างใช้การบิดเบือนข้อมูล:
ฝ่ายรัสเซีย: ISW เตือนว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียและแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่คลิปวิดีโอจำนวนมากที่อาจถูกดัดแปลงด้วย AI เพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่เกินจริง ทำให้การยืนยันด้วยตัวเองทำได้ยาก ผู้บัญชาการรัสเซียยังส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจ 'ปักธง' ในพื้นที่เสี่ยงสูงเพื่อสร้างรายงานภาพถ่ายให้กับผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นวิธีที่ Radio Svoboda รายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม
ข้อกล่าวหาของรัสเซียต่อยูเครน: ในวันที่ 18 กรกฎาคมเอง กระทรวงกลาโหมรัสเซียและสื่อของรัฐ (TASS, Rossiyskaya Gazeta) กล่าวหาว่าคลิปวิดีโอชักธงของยูเครนนั้นถูกสร้างขึ้นด้วย AI และเป็นของปลอม โดยชี้ให้เห็นการเคลื่อนไหวของร่างและธงที่ 'ผิดธรรมชาติ' ข้อกล่าวหานี้มาจากแหล่งข่าวทางทหารของรัสเซีย ไม่ใช่นักวิเคราะห์อิสระ มันเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ถูกบันทึกไว้ — ISW ระบุว่ารัสเซียใช้เนื้อหาที่ถูกดัดแปลงด้วย AI อย่างเป็นระบบเพื่อบิดเบือนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในสนามรบ
รายงานอิสระจาก CNN, Reuters และ ISW พบว่าปฏิบัติการวันที่ 18 กรกฎาคมของยูเครนนั้นน่าเชื่อถือ โดยมีหลักฐานวิดีโอระดับหน่วยสนับสนุน และสอดคล้องกับรูปแบบการปรากฏตัวของรัสเซียในเมืองที่มีอยู่อย่างจำกัด
เหตุการณ์ที่คอสตียานตินิฟกาเกิดขึ้นท่ามกลางความล้มเหลวเชิงปฏิบัติการที่ชัดเจนของแผนการรณรงค์ปี 2026 ของรัสเซีย:
| เหตุการณ์ | วันที่ | ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง |
|---|---|---|
| ปูตินอ้างยึดครองสมบูรณ์ | 3 กรกฎาคม 2026 | เท็จ: มีเพียงหน่วยลาดตระเวนขนาดเล็ก; ISW, Reuters, เซเลนสกีปฏิเสธ |
| ความเป็นจริง 'พื้นที่สีเทา' | 3-17 กรกฎาคม | ไม่มีฝ่ายใดควบคุมได้สมบูรณ์; ธงรัสเซียถูกปักผ่านภารกิจถ่ายภาพ |
| ปฏิบัติการกวาดล้างของยูเครน | 18 กรกฎาคม 2026 | กรมทหารสเกลยาปฏิบัติการกวาดล้างเมือง ชักธงยูเครน |
| รัสเซียกล่าวหาเรื่อง AI/Deepfake | 18 กรกฎาคม | รัสเซียกล่าวหาคลิปของยูเครนเป็น AI; ISW เคยเตือนว่ารัสเซียใช้เนื้อหา AI มาก่อน |
| ความล้มเหลวของปฏิบัติการฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน | มิถุนายน-กรกฎาคม 2026 | การรุกคืบช้าลง 16 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2025; ยึดได้แค่ 30 ตร.กม. ในเดือนมิถุนายน; ไม่มีผลลัพธ์เชิงปฏิบัติการที่มีนัยสำคัญ |
บทสรุป: คำกล่าวอ้างของปูตินเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมว่ายึดเมืองคอสตียานตินิฟกาได้นั้นไม่มีหลักฐานสนับสนุน เมืองยังคงเป็นพื้นที่สีเทาที่มีการสู้รบเป็นเวลาสองสัปดาห์ จนกระทั่งกองกำลังยูเครนจากกรมทหารสเกลยาปฏิบัติการกวาดล้างและชักธงได้สำเร็จในวันที่ 18 กรกฎาคม เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวในวงกว้างของปฏิบัติการรุกในฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนปี 2026 ของรัสเซีย ที่ไม่สามารถบรรลุผลประโยชน์ที่มีนัยสำคัญใดๆ ได้ แม้จะต้องสูญเสียทหารอย่างมหาศาล