เซาท์แคโรไลนาได้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ปะทะสำคัญ โดยมีหลายเคาน์ตี้ประกาศพักการพัฒนาโครงการใหม่
เชสเตอร์ เคาน์ตี้ (Chester County) – เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 สภาเคาน์ตี้เชสเตอร์ลงมติเห็นชอบให้พักการรับคำขอจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเป็นเวลา 6 เดือน การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2026 สภามีมติ 7-0 เสียง เปิดทางให้มีการพัฒนาโดยไม่ต้องให้ชุมชนลงคะแนนเสียง ซึ่งจุดชนวนให้เกิดแคมเปญรณรงค์ลงชื่อของประชาชนในชื่อ "No Data Centers in Chester County" ผู้นำเคาน์ตี้ได้สร้างกฎระเบียบใหม่เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลอยู่ห่างจากย่านที่อยู่อาศัย และปกป้องทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า
ยอร์ก เคาน์ตี้ (York County) – ในเดือนกรกฎาคม 2026 คณะกรรมการวางแผนของยอร์ก เคาน์ตี้ แนะนำให้พักการพัฒนาศูนย์ข้อมูลเป็นเวลา 9 เดือน หลังจากสภาเคาน์ตี้มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านการอ่านวาระที่สองของมาตรการพักโครงการนี้
ระดับรัฐ – ในระดับรัฐ สภานิติบัญญัติแห่งเซาท์แคโรไลนามีร่างกฎหมาย House Bill 5286 ซึ่งเสนอเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 โดยจะห้ามหน่วยงานของรัฐ เคาน์ตี้ และเทศบาล อนุมัติหรือให้สิทธิประโยชน์ใด ๆ แก่ศูนย์ข้อมูลใหม่ จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2028 นอกจากนี้ ส.ส. แนนซี เมซ (Nancy Mace) ยังได้เรียกร้องให้มีการพักโครงการศูนย์ข้อมูลใหม่ในรัฐเป็นเวลา 1 ปี ในระดับรัฐบาลกลาง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026
ในแคนาดา เหตุการณ์สำคัญที่สุดกำลังเกิดขึ้นในรัฐอัลเบอร์ตา ซึ่งรัฐบาลได้ริเริ่มภาษีรูปแบบใหม่ พร้อมกับเผชิญแรงกดดันมหาศาลต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า
รัฐอัลเบอร์ตาประกาศจัดเก็บภาษีร้อยละ 2 จากมูลค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในศูนย์ข้อมูลที่มีขนาดกำลังไฟฟ้าเชื่อมต่อ (connected load) 75 เมกะวัตต์ (MW) ขึ้นไป โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2026 ภาษีนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถนำไปหักลดหย่อนจากภาษีเงินได้นิติบุคคลของรัฐอัลเบอร์ตาซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 8 ได้เต็มจำนวน หมายความว่าเมื่อศูนย์ข้อมูลเริ่มมีกำไรและเสียภาษีเงินได้ ภาระภาษีนี้ก็จะไม่เพิ่มขึ้นอีก ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์ข้อมูลที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (โดยไม่ดึงจากระบบโครงข่าย) สามารถขอใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ได้ รัฐบาลได้ผ่านร่างกฎหมาย Bill 8 ซึ่งชี้แจงกรอบการกำกับดูแล และ Bill 12 ซึ่งบังคับใช้ภาษีดังกล่าว ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2025
เอกสารภายในของรัฐบาลที่อ้างอิงโดยสื่อ The Canadian Press ระบุว่าท่อส่งโครงการศูนย์ข้อมูล (pipeline) ของแคนาดาอาจสูงถึง 20 GW แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะปฏิเสธ โดยเรียกว่าเป็นเพียง "ภาพรวม ณ จุดเวลา" (point-in-time snapshot) ไม่ใช่การคาดการณ์ แต่ประเด็นที่แท้จริงอยู่ที่คิวขอเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (interconnection queue) ของรัฐอัลเบอร์ตา ระบบปฏิบัติการไฟฟ้าอัลเบอร์ตา (AESO) รายงานว่ามีคำขอใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลประมาณ 20.7 GW ในกระบวนการขอเชื่อมต่อ ขณะที่ขีดจำกัดการเชื่อมต่อโหลดขนาดใหญ่ชั่วคราว (interim large-load connection limit) อยู่ที่เพียง 1,200 MW ไปจนถึงสิ้นปี 2028 ซึ่งเป็นความไม่สมดุลครั้งใหญ่ที่ท้าทายการพัฒนาโครงการอย่างมาก
ในอินเดีย การขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลกำลังปะทะกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการต่อต้านจากคนในพื้นที่อย่างดุเดือด
การประท้วงที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองฐาเณ (Thane) ซึ่งเป็นเมืองชานเมืองของมุมไบ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ชาวบ้านมากกว่า 100 คน รวมตัวกันเป็น 'แนวร่วมมนุษย์' (human chain) ด้านนอกพื้นที่โครงการขนาด 58 เอเคอร์ของ Amazon สำหรับศูนย์ข้อมูลไฮเปอร์สเกล (hyperscale) มูลค่า 45,000 ล้านรูปี ที่บัลกุม (Balkum) ซึ่งจัดโดยกลุ่มพลเมือง "Wake Up Thanekar"
ประเด็นสำคัญที่จุดชนวนการประท้วง ได้แก่:
Amazon ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่าการตัดต้นไม้เป็นไปตามใบอนุญาตที่ถูกต้อง และโรงงานจะไม่ใช้น้ำประปาสำหรับทำความเย็น อย่างไรก็ตาม ส.ส. นเรศ มหัสเก (Naresh Mhaske) ได้เรียกร้องให้หยุดการก่อสร้าง การประท้วงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสระดับประเทศ โดยรายงานของ BBC ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของศูนย์ข้อมูลในอินเดียกำลังสร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการสูญเสียน้ำและการใช้พลังงาน