การยืนยันนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามที่ถูกถามซ้ำๆ ว่าลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับอินเตอร์ ไมอามี่ ในเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ (MLS) จะมีสิทธิ์ลุ้นบัลลงดอร์สมัยที่ 9 หรือไม่
บริบททางประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงกฎ:
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 เมสซี่ทำสองประตูในนัดที่ชนะออสเตรีย 2-0 ทำให้เขากลายเป็น ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยจำนวน 18 ประตู แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่ทำไว้ 16 ประตู หลายแหล่งข่าวรายงานว่าเขาจบทัวร์นาเมนต์ด้วย 21 ประตู ซึ่งเป็นการขยายสถิตินี้ออกไปอีก
อาร์เจนตินาตามหลังอังกฤษ 1-0 ในช่วงท้ายเกมรอบรองชนะเลิศที่สนามแอตแลนตา สเตเดี้ยม เมสซี่เป็นคนออกแบบการพลิกเกมทั้งหมด:
อาร์เจนตินาจะพบกับสเปนในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หากเมสซี่นำอาร์เจนตินาคว้าชัยชนะ — ซึ่งจะทำให้พวกเขาเป็นแชมป์โลกสองสมัยติดต่อกัน (2022 และ 2026) เรื่องราวของกัปตันทีมวัย 39 ปีที่พาทีมคว้าแชมป์ติดต่อกัน พร้อมกับทำลายสถิติการทำประตูสูงสุดตลอดกาล และส่งมอบผลงานคลาสสิกในรอบรองชนะเลิศจาก MLS จะสร้างเคสที่แทบจะปฏิเสธไม่ได้สำหรับรางวัลบัลลงดอร์
เป็นความจริงที่ว่าตั้งแต่ปี 2007 ผู้ชนะบัลลงดอร์ชายทุกคนเล่นให้สโมสรในยุโรป — ยกเว้นเพียงเมสซี่เองในปี 2023 อย่างไรก็ตาม:
ประเด็นสำคัญคือ รูปแบบทางประวัติศาสตร์เป็นเพียง แบบอย่าง ไม่ใช่กฎเกณฑ์ ตัวฟรองซ์ ฟุตบอลเองได้ยกเลิกข้อจำกัดเรื่องการเล่นในยุโรปไปเมื่อ 19 ปีที่แล้ว และเมสซี่คือหลักฐานที่มีชีวิตว่ามันสามารถเอาชนะได้
สรุป: ฟรองซ์ ฟุตบอลได้ยืนยันอย่างชัดเจนถึงสิทธิ์ของเมสซี่ในการลุ้นรางวัลจาก MLS ผลงานฟุตบอลโลก 2026 ของเขา — การเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาล (21 ประตู), การพลิกเกมรอบรองชนะเลิศกับอังกฤษเพียงลำพัง (สองแอสซิสต์), และการพาทีมไปถึงรอบชิงฯ — มอบข้อโต้แย้งที่แข็งแกร่งที่สุดในการเอาชนะแบบอย่างทางประวัติศาสตร์ที่เขาเคยทำลายมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2023