17 กรกฎาคม 2026 ไมเคิล เบอร์รี โพสต์สาธารณะให้ซื้อหุ้นฮ่องกง โดยมองว่าเงินทุนจะไหลออกจากตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐที่ร้อนแรงเกินไป หัวใจของกลยุทธ์ : หุ้นฮ่องกงถูกมองข้ามในช่วง AI Rally ทำให้ Valuation ถูก การเทขายเป็นเรื่องเทคนิค (การโยกย้ายเงินทุน) ไม่ใช่พื้นฐานธุรกิจที่แย่ลง บริบทตลาดรวม : KOSPI ขอ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is Michael Burry's contrarian investment thesis on Hong Kong stocks amid the July 2026 Asian. Article summary: On July 17, 2026, Michael Burry went against the grain of the Asian tech rout by publicly urging investors to buy Hong Kong stocks, arguing that capital would rotate out of overheated Korean, Japanese, and U.S. semicondu. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
วันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียกำลังเผชิญกับการเทขายอย่างหนัก ไมเคิล เบอร์รี (Michael Burry) นักลงทุนผู้โด่งดังจากการเดิมพันฟองสบู่ตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐก่อนวิกฤตปี 2008 กลับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสัญญาณตลาดที่แดงก่ำ : เขาประกาศให้นักลงทุนซื้อหุ้นฮ่องกง
ข้อโต้แย้งของเขาไม่ใช่ว่าฮ่องกงจะรอดพ้นจากการเทขาย แต่เป็นการมองว่าการเทขายครั้งนี้คือโอกาสทอง มาดูรายละเอียดทั้งหมดของกลยุทธ์สวนกระแสนี้ รวมถึงพอร์ตการลงทุนที่เขาสะสมไว้ และบริบทตลาดที่หนุนให้เกิดการเดิมพันครั้งนี้
บนแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) เบอร์รีเขียนข้อความว่า "นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีเป็นพิเศษในการมองหาหุ้นราคาถูกในฮ่องกง ที่น่าจะทำผลงานได้ดีเมื่อความร้อนแรงของตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และตลาดเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐ (SOXX) ค่อยๆ จางหายไป" คำว่า "SOXX" หมายถึงกองทุน ETF ที่ติดตามดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่เบอร์รีกำลังชอร์ตอยู่
ตรรกะของเขาตรงไปตรงมา : หุ้นฮ่องกงถูกทิ้งไว้ข้างหลังในช่วง AI Rally ที่ผลักดันตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐให้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ตอนนี้เมื่อตลาดที่ถูก AI ผลักดันกำลังปรับฐานอย่างรุนแรง เบอร์รีเชื่อว่าเงินทุนจะไหลกลับเข้ามายังตลาดที่ไม่เคยเข้าร่วมกับฟองสบู่ AI เขาบรรยายว่าแรงกดดันในการขายหุ้นฮ่องกงเป็นเรื่องเทคนิค (Technical) ไม่ใช่พื้นฐาน (Fundamental) และเป็นแค่เรื่องชั่วคราว
เบอร์รีไม่ได้แค่พูด เขาลงมือทำตามกลยุทธ์นี้มาหลายเดือนแล้ว โดยสร้างพอร์ตที่ถือ Long หุ้นเทคโนโลยีฮ่องกง/จีน และ Short หุ้นกลุ่ม AI-เซมิคอนดักเตอร์ ประกอบด้วย:
นี่ไม่ใช่แค่ทวีตเพื่อเก็งกำไร แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างพอร์ตที่ดำเนินมาหลายเดือน
จุดยืนที่เป็นบวกต่อหุ้นฮ่องกงของเบอร์รีในตอนนี้มีความซับซ้อนมากกว่าการกลับทิศแบบง่ายๆ ก่อนหน้านี้ในปี 2026 เขาได้ตีพิมพ์บทความสองตอนบน Substack ของเขาชื่อ "Cassandra Unchained" ซึ่งเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของโครงสร้างหุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกง โดยชี้ว่านักลงทุนจำนวนมากอาจไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ที่แท้จริงเนื่องจากโครงสร้างบริษัทนอมินีที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นคำเตือนที่สื่อรายงานไปในทางลบ
แต่เมื่ออ่านงานเขียนของเขาอย่างละเอียดมากขึ้น ดังที่นักวิเคราะห์การเงินหลายคนชี้ให้เห็น แท้จริงแล้วเขาไม่ได้มองหุ้นเทคโนโลยีจีนในแง่ร้ายทั้งหมด เขากลับมองในแง่ดีแบบเลือกได้ ในบทความชุดเดียวกันนี้ เขาให้คะแนน Haidilao 8/10, BYD 7/10 และปิดท้ายด้วยการบอกว่า "ผมมุ่งมั่นที่จะหาบริษัทที่ใช่ในราคาที่ใช่"
ภายในเดือนมิถุนายน 2026 ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปอีกขั้น ในโพสต์ Substack หัวข้อ "Trading Post June 25, 2026" เขาเขียนว่าการเทขายหุ้นจีนและฮ่องกง "มีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจน้อยมาก" แต่เป็นผลจากการไหลของเงินทุนเชิงเทคนิคเป็นหลัก โดยนักเทรดโมเมนตัมและกองทุนขนาดใหญ่ที่เน้นเอเชียต่างพากันเทขายหุ้นฮ่องกงเพื่อโยกเงินเข้าไปในธีม AI
ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 เขาเปิดเผยว่าได้เพิ่มสัดส่วนใน JD.com และเชื่อมโยงมุมมองเชิงบวกของเขาเข้ากับการคาดการณ์ว่าการลงทุนที่เน้น AI-Memory ในเกาหลีจะเริ่มคลี่คลาย
ภาพที่ชัดเจนคือ: เบอร์รีกำลังสร้างพอร์ต Long หุ้นฮ่องกงและ Short หุ้น AI-เซมิคอนดักเตอร์มาหลายเดือน เขาเดิมพันว่าการเทรดธีม AI แน่นเกินไปแล้ว ในขณะที่หุ้นฮ่องกงซึ่งมีมูลค่าถูกกลับถูกมองข้ามอย่างมาก
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการเรียกร้องของเบอร์รีถึงเป็นการสวนกระแส เราต้องเห็นขนาดของการเทขายที่เขากำลังเผชิญ เดือนกรกฎาคม 2026 เป็นหนึ่งในช่วงที่ตลาดเทคโนโลยีย่อตัวลงอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย
เกาหลีใต้เป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ดัชนี KOSPI แตะมาตรวัด Circuit Breaker ในวันที่ 7 กรกฎาคม หลังร่วงลงเกือบ 5% โดยมีแรงขายนำโดย Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของดัชนี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน KOSPI ร่วงลงถึง 8.1% ในวันเดียว ทำให้ต้องหยุดการซื้อขายนาน 20 นาที ซึ่งเป็นครั้งที่สี่ของปี
หุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำถูกขายหนักที่สุดจากความกังวลว่าการใช้จ่ายด้าน AI ร้อนแรงเกินไป
หุ้น Samsung Electronics ร่วง 9.06% และ SK Hynix ร่วง 14.57% ในวันเดียวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม
ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเข้าสู่แดน Correction (ปรับตัวลงกว่า 10%) ในวันที่ 17 กรกฎาคม หลังการร่วงลง 4.3% ของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ Philadelphia (SOX) ในคืนก่อนหน้า หุ้น SoftBank ร่วง 9%, Tokyo Electron ลดลงกว่า 8% และ Advantest ลดลง 7.2%
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปของญี่ปุ่นปรับตัวตามการเทขายหุ้น AI ของวอลล์สตรีทอย่างใกล้ชิด
ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ Philadelphia (SOX) ลดลงประมาณ 19% จากจุดสูงสุดในกลางเดือนกรกฎาคม การเทขายเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายน หลังจาก Meta ประกาศแผนขายการเข้าถึงพลังประมวลผล AI ซึ่งกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินในโครงสร้างพื้นฐาน AI
แรงขายทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการใช้จ่ายมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI จะให้ผลตอบแทนตามที่ตลาดคาดหวังไว้หรือไม่
หุ้นฮ่องกงถูกกดดันมาหลายปีแล้ว และไม่ได้ร่วม Rally ในปี 2026 ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่เบอร์รีมองว่ามันเป็นโอกาส ดัชนี Hang Seng ซื้อขายอยู่ในระดับ Valuation ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดเพื่อนบ้านในเอเชีย ขณะเดียวกัน Morgan Stanley ก็ได้เปลี่ยนมามองบวกต่อตลาดฮ่องกงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุน
เนื้อหาเต็มของโพสต์บน Substack ของเบอร์รีอยู่หลังเพย์วอลล์ และโพสต์สาธารณะของเขาบน X นั้นสั้นมาก ข้อมูลที่สรุปนี้มาจากการรายงานของ Bloomberg , Reuters
, CNBC
และสื่อการเงินชั้นนำอื่นๆ ที่รายงานคำพูดของเขา สัดส่วนการถือหุ้นที่แน่นอนของเขาเปิดเผยเพียงบางส่วนผ่านเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลและโพสต์ของเขาเอง ข้อมูลที่มีอยู่ทำให้เห็นภาพทิศทางที่ชัดเจน แต่ไม่ใช่ภาพพอร์ตทั้งหมด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
17 กรกฎาคม 2026 ไมเคิล เบอร์รี โพสต์สาธารณะให้ซื้อหุ้นฮ่องกง โดยมองว่าเงินทุนจะไหลออกจากตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐที่ร้อนแรงเกินไป
17 กรกฎาคม 2026 ไมเคิล เบอร์รี โพสต์สาธารณะให้ซื้อหุ้นฮ่องกง โดยมองว่าเงินทุนจะไหลออกจากตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐที่ร้อนแรงเกินไป หัวใจของกลยุทธ์ : หุ้นฮ่องกงถูกมองข้ามในช่วง AI Rally ทำให้ Valuation ถูก การเทขายเป็นเรื่องเทคนิค (การโยกย้ายเงินทุน) ไม่ใช่พื้นฐานธุรกิจที่แย่ลง
บริบทตลาดรวม : KOSPI ของเกาหลีใต้แตะ Circuit Breaker, Nikkei ของญี่ปุ่นเข้าสู่ Correction, และ Philadelphia Semiconductor Index ร่วง 19% จากจุดสูงสุดในกลางเดือนกรกฎาคม 2026