TSMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ทุบสถิติด้วยรายได้ 40,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรสุทธิ 706,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ค... บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ทั้งปี 2569 เป็นมากกว่า 40% จากเดิมที่คาดไว้ที่ประมาณ 3...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What key updates did TSMC announce in July 2026 regarding its sales growth forecast, capital expe. Article summary: Here is a comprehensive, sourced rundown of TSMC's July 2026 announcements.. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual e
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีเกินความคาดหมายในทุกตัวชี้วัดสำคัญ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี และประกาศแผนลงทุนครั้งมหาศาลในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
TSMC รายงานรายได้ในไตรมาส 2 ที่ 40,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของกรอบคาดการณ์ที่บริษัทให้ไว้ กำไรสุทธิอยู่ที่ 706,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้น 77-77.4% เทียบกับปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 632,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวันอย่างมาก
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ขยายตัว 150 จุดพื้นฐาน (basis points) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 67.7% สูงกว่ากรอบคาดการณ์ ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อยู่ที่ 60.3% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์สูงสุดที่ 58.5% กำไรต่อหุ้น (EPS) ในรูป ADR อยู่ที่ 4.31 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.82 ดอลลาร์สหรัฐ
สัดส่วนรายได้ของ TSMC บ่งบอกถึงทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้เป็นอย่างดี รายได้จากกลุ่มคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง (HPC) ซึ่งขับเคลื่อนโดย AI Accelerator สำหรับลูกค้าอย่าง Nvidia, AMD และผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน และคิดเป็นสัดส่วนถึง 66% ของรายได้ในไตรมาส 2 หากคิดเป็นตัวเงินแล้ว รายได้จาก HPC เพียงกลุ่มเดียวสูงกว่า 26,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้
ในทางตรงกันข้าม รายได้จากสมาร์ทโฟนลดลง 4% จากไตรมาสก่อน และมีสัดส่วนเพียง 22% ของยอดขายรวม การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญ TSMC ไม่ใช่ผู้ผลิตชิปที่พึ่งพาโทรศัพท์มือถือเป็นหลักอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ผลิตชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI อย่างแท้จริง
จากดีมานด์ชิป AI ที่ร้อนแรง TSMC ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ทั้งปี 2569 เป็นมากกว่า 40% (คิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากที่เคยคาดไว้ที่ประมาณ 35% สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 TSMC คาดการณ์รายได้ที่ 44,600-45,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเติบโตประมาณ 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น TSMC ได้เพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditure) ประจำปี 2569 เป็น 60,000-64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นสูงถึงประมาณ 14% จากแผนเดิมที่ 52,000-56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว บริษัทใช้จ่ายด้าน Capex ไปถึง 496,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 15,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
การเพิ่มงบลงทุนครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอ ซีอีโอ ซี.ซี. เว่ย (C.C. Wei) กล่าวว่า "เรากำลังเร่งดำเนินการและจัดซื้ออุปกรณ์ล่วงหน้าอย่างเต็มที่ แต่กำลังการผลิตยังคงตึงตัวอยู่"
สิ่งที่ถูกจับตามากที่สุดน่าจะเป็นการประกาศแผนลงทุนเพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐแอริโซนา ส่งผลให้ TSMC มีแผนการลงทุนรวมในสหรัฐฯ สูงถึง 265,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้รวมถึงการสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงเพิ่มอีก 4 แห่ง ซึ่งใช้เทคโนโลยีระดับ 2 นาโนเมตรและต่ำกว่า ทำให้คอมเพล็กซ์ในแอริโซนามีโรงงานผลิตชิปรวม 10 แห่ง พร้อมด้วยโรงงาน Advanced Packaging อีก 2 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันที่ประกาศในเดือนมกราคม 2569 โดยสองในสี่โรงงานใหม่กำลังวางแผนการผลิตชิประดับ 2 นาโนเมตร
การเปิดเผยข้อมูลของ TSMC ในเดือนกรกฎาคม 2569 เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกหลายประการเกี่ยวกับดีมานด์ AI:
ความต้องการสูงเกินกำลังการผลิตอย่างมาก: ซีอีโอ เว่ย กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าความต้องการชิป AI จะ "สูงเกินกว่ากำลังการผลิตไปอีกหลายปี" และ "อีกนานกว่าที่เราจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้" ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ยังคงส่ง "สัญญาณที่แข็งแกร่งและแนวโน้มเชิงบวก" สำหรับการซื้อชิป AI
กรณีการใช้งาน AI แบบใหม่กำลังเกิดขึ้น: ผู้บริหารกล่าวถึง Agentic AI ซึ่งเป็น AI ที่ไม่เพียงแต่ตอบคำถาม แต่ยังสามารถดำเนินการต่างๆ ได้ โดยระบุว่าเป็นชั้นความต้องการใหม่ที่นอกเหนือจากงาน Training และ Inference แบบเดิม ซีอีโอ เว่ย อธิบายว่าการเปลี่ยนผ่านจาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI กำลังเร่งตัวขึ้น
อำนาจในการตั้งราคาเปลี่ยนไป: ในเดือนมิถุนายน 2569 เว่ยกล่าวว่าเขาต้องการปรับขึ้นราคาชิป ซึ่งสะท้อนถึงภาวะอุปทานตึงตัวในกระบวนการผลิตขั้นสูง และต่อรองได้มากขึ้นกับลูกค้าอย่าง Nvidia
กระแสหลัก AI ยังไม่สะดุด: TSMC ยืนยันอย่างชัดเจนถึง "ความเชื่อมั่นในเมกะเทรนด์ AI ที่จะกินเวลาหลายปี" และไม่ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ลง แต่ผู้บริหารกลับส่งสัญญาณว่าอาจจะเติบโตเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
การที่ TSMC เป็นผู้ผลิตชิป AI GPU ขั้นสูงของ Nvidia และชิปตระกูล A/M ของ Apple แต่เพียงผู้เดียว ทำให้ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของ TSMC ส่งผลโดยตรงต่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อย่าง AWS, Microsoft และ Google แผนการใช้จ่ายด้าน AI ของพวกเขาส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของ TSMC ในการผลิต Advanced Packaging (CoWoS) และเวเฟอร์ขนาด 2nm/3nm ได้เพียงพอ
การขยายกำลังการผลิตในแอริโซนามูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐมีจุดประสงค์ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเชิงพาณิชย์ เป็นการลดความเสี่ยงจากการที่กำลังการผลิตกระจุกตัวอยู่ในไต้หวัน ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการส่งเสริมการผลิตชิปภายในประเทศภายใต้กรอบของกฎหมาย CHIPS and Science Act การขยายตัวครั้งนี้ทำให้ TSMC กลายเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
ลูกค้าอาจต้องเผชิญกับการจัดสรรสินค้าที่จำกัด ระยะเวลารอคอยที่นานขึ้น และราคาที่อาจสูงขึ้น เนื่องจาก TSMC ต้องบริหารจัดการช่องว่างระหว่างอุปทานและอุปสงค์ ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจะเป็นตัวกำหนดก้าวของการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอีกหลายปีข้างหน้า
โดยสรุป การเปิดเผยข้อมูลของ TSMC ในเดือนกรกฎาคม 2569 แสดงให้เห็นบริษัทที่ดำเนินงานอยู่ท่ามกลางวิกฤตกำลังการผลิตที่ขับเคลื่อนโดย AI ซึ่งมีความต้องการสูงเกินกว่าอุปทานอย่างมาก ผลประกอบการที่ทำลายสถิติ การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการขยายธุรกิจครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อพยายามลดช่องว่างดังกล่าว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
TSMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ทุบสถิติด้วยรายได้ 40,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรสุทธิ 706,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ค...
TSMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ทุบสถิติด้วยรายได้ 40,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรสุทธิ 706,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ค... บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ทั้งปี 2569 เป็นมากกว่า 40% จากเดิมที่คาดไว้ที่ประมาณ 35% และเพิ่มงบลงทุน (Capex) เป็น 60,000 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับดีมานด์ชิป AI ที่ล้นหลาม
TSMC ประกาศแผนลงทุนเพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐแอริโซนา รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 265,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นหนึ่งในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ