ผลสำรวจ Pew Research Center ปี 2026 (สำรวจ 42,151 คนใน 36 ประเทศ) พบว่าจีนได้รับความนิยมมากกว่าสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ของจีนดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่เป็นเพราะคะแนนนิยมของสหรัฐฯ ตกต่ำลงอย่างหนัก จากนโยบายภาษีทรัมป์ สงครามในอิหร่าน และควา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for According to a June 2026 Pew Research Center survey, what factors explain why China is now viewed. Article summary: Here is the verified, source-cited breakdown of the factors behind China surpassing the U.S. in global favorability for the first time in roughly two decades.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbn
การสำรวจ Global Attitudes Survey ปี 2026 โดย Pew Research Center ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 36 ประเทศ จากผู้ตอบแบบสอบถาม 42,151 คน พบว่า จีนได้รับความนิยมมากกว่าสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การสำรวจของ Pew ที่ดำเนินมากว่า 20 ปี โดยจีนถูกมองในแง่บวกมากกว่าใน 27 จาก 36 ประเทศและดินแดน โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่คะแนนนิยมของสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนัก ไม่ใช่เพราะคนทั่วโลกเริ่มรักจีนมากขึ้น
ใน 25 จาก 36 ประเทศ สัดส่วนของผู้ที่มีมุมมองเชิงบวกต่อจีนมากกว่าสหรัฐฯ ความนิยมของสหรัฐฯ ลดลงถึงสองหลักในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย อิตาลี ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และตุรกี
ทั่วโลกมีคนมั่นใจในตัวสีจิ้นผิงมากกว่าดอนัลด์ ทรัมป์ถึง 22 ประเทศ
รายงานเฉพาะของ Pew เรื่อง "มุมมองต่อจีนและสีจิ้นผิงกำลังดีขึ้นทั่วโลก" (มิถุนายน 2569) พบว่าภาพลักษณ์ของจีนที่เพิ่มขึ้นนั้น "ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาพลักษณ์ของจีนที่ดีขึ้น – แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากความคิดเห็นที่เสื่อมถอยลงเกี่ยวกับสหรัฐฯ"
แบบสำรวจของ Pew ถามถึงการจัดการปัญหาต่างประเทศที่สำคัญของทรัมป์ รวมถึงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ทรัมป์ได้รับคะแนนนิยมในระดับลบเป็นส่วนใหญ่
การมองว่าสหรัฐฯ เป็น "พันธมิตรที่ไม่น่าเชื่อถือ" เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามรายงานของ Pew เดือนมิถุนายน 2569 มีเพียง 23% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศที่สำรวจเท่านั้นที่เชื่อมั่นในทรัมป์ในการจัดการกิจการโลก
แบบสอบถามรวมถึงหัวข้อเฉพาะเรื่อง "นโยบายภาษีของสหรัฐฯ" ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความเชื่อมั่น
ข้อมูลของ Pew แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านยิ่งทำลายภาพลักษณ์ของอเมริกา ในเกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ ที่สำรวจ ความนิยมที่มีต่อสหรัฐฯ ลดลง "ควบคู่ไปกับสงครามอิหร่าน" ทรัมป์ได้รับคะแนนที่ไม่ดีเป็นพิเศษสำหรับการจัดการสถานการณ์ในอิหร่าน
การลดลงของคะแนนนิยมสหรัฐฯ เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในหมู่พันธมิตรที่ใกล้ชิด ผลสำรวจของ Pew เดือนมิถุนายน 2569 พบว่ามีชาวแคนาดาเพียง 33% เท่านั้นที่มองสหรัฐฯ ในแง่บวกในปี 2569 ลดลงจาก 54% ในปี 2567 มีเพียง 35% ของชาวแคนาดาที่คิดว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ เทียบกับ 83% ในปี 2565
ข้อมูลของ Pew ยืนยันถึง "การลดลงอย่างรุนแรงโดยเฉพาะในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่ใกล้ชิดกับวอชิงตันมาอย่างยาวนาน"
ภาพลักษณ์ที่ดีของจีนดีขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ปักกิ่งดำเนินการทางการทูตอย่างแข็งขันและลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเชื่อมั่นในภาวะผู้นำของสีจิ้นผิงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับทรัมป์ โดยสีจิ้นผิงได้รับคะแนนนิยมมากกว่าใน 22 ประเทศจากทั้งหมด 36 ประเทศที่ทำการสำรวจ
โดยเฉลี่ยแล้ว ในทุกประเทศที่สำรวจ ร้อยละ 51 มีมุมมองที่ดีต่อจีน ขณะที่ร้อยละ 39 มีมุมมองที่ไม่ดี
ในเดือนมกราคม 2569 มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินทางไปกรุงปักกิ่งและประกาศข้อตกลงการค้าที่ยกเลิกภาษีร้อยละ 100 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เพื่อแลกกับการที่จีนลดภาษีตอบโต้สินค้าเกษตรของแคนาดา เช่น คาโนลา แคนาดาจะอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนเริ่มต้นที่ 49,000 คันต่อปี ในอัตราภาษีร้อยละ 6.1 และเพิ่มเป็น 70,000 คันภายในปีที่ห้า
รายงานข่าวระบุว่านี่เป็น "การออกจากนโยบายของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ" และเป็นสัญญาณว่าแคนาดา "จริงจังที่จะเปลี่ยนจุดยืนจากสหรัฐฯ"
การสำรวจ World Poll ปี 2025 ของ Gallup (รายงานเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569) ยืนยันแนวโน้มดังกล่าวโดยอิสระ: การยอมรับภาวะผู้นำของจีนทั่วโลกอยู่ที่ค่ามัธยฐานร้อยละ 36 ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ที่ร้อยละ 31 ซึ่งเป็นช่องว่างร้อยละ 5 ที่มากที่สุดที่ Gallup เคยบันทึกไว้ให้จีนเป็นฝ่ายนำ คะแนนไม่เห็นชอบต่อสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 48
การสำรวจของ Gallup ครอบคลุมกว่า 130 ประเทศ
ภายในสหรัฐฯ การสำรวจของ Pew ในเดือนมีนาคม 2569 พบว่าชาวอเมริกันร้อยละ 27 มีมุมมองที่ดีต่อจีน เพิ่มขึ้น 6 จุดจากปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากเกือบทศวรรษที่มีมุมมองเชิงลบต่อเนื่อง แม้จะยังเป็นเสียงข้างน้อย แต่แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นถึงความนุ่มนวลลงเล็กน้อยของความคิดเห็นสาธารณะในอเมริกาที่มีต่อจีน
การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากพรรคเดโมแครตและผู้มีแนวโน้มเอียงไปทางเดโมแครต
ตัวขับเคลื่อนหลักของการพลิกประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะกระแสความรักจีนทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น แต่เป็น การลดลงอย่างรุนแรงของคะแนนนิยมสหรัฐฯ ซึ่งเกิดจากนโยบายภาษีของทรัมป์ ความขัดแย้งทางทหารในอิหร่าน และการรับรู้ว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ไม่น่าเชื่อถือ การเพิ่มขึ้นของภาพลักษณ์จีนในระดับปานกลาง คะแนนความเชื่อมั่นในตัวสีจิ้นผิงที่เพิ่มขึ้น และชัยชนะทางการทูตอย่างข้อตกลงภาษีรถยนต์ไฟฟ้ากับแคนาดา ล้วนตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่นักวิเคราะห์ของ Pew เองและสำนักข่าวต่างๆ เน้นย้ำว่าการทรุดตัวของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยชี้ขาด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผลสำรวจ Pew Research Center ปี 2026 (สำรวจ 42,151 คนใน 36 ประเทศ) พบว่าจีนได้รับความนิยมมากกว่าสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ
ผลสำรวจ Pew Research Center ปี 2026 (สำรวจ 42,151 คนใน 36 ประเทศ) พบว่าจีนได้รับความนิยมมากกว่าสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ของจีนดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่เป็นเพราะคะแนนนิยมของสหรัฐฯ ตกต่ำลงอย่างหนัก จากนโยบายภาษีทรัมป์ สงครามในอิหร่าน และความเชื่อมั่นต่อ 'พันธมิตรที่ไว้ใจได้...
นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Gallup ยังยืนยันแนวโน้มเดียวกัน โดยพบว่า จีนมีคะแนนนำสหรัฐฯ ในด้านการยอมรับในภาวะผู้นำทั่วโลก (36% ต่อ 31%) ซึ่งเป็นช่องว่างที่มากที่สุดในรอบ 20 ปี