ตัวเลขดังกล่าวทำให้ 737 MAX กลายเป็นเครื่องบินรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Boeing โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 ตระกูล 737 ทั้งหมดมียอดสั่งซื้อรวม 17,393 ลำเมื่อรวมทุกรุ่นย่อย
737 MAX 8 ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับคำสั่งซื้อมากที่สุด ขณะที่ MAX 7 และ MAX 10 ยังไม่ได้รับการรับรองจาก FAA
ตลอดเวลากว่าห้าทศวรรษที่ผ่านมา Boeing ประกอบเครื่องบิน 737 ที่โรงงาน Renton ทางใต้ของ Seattle มาโดยตลอด แต่ภาพนี้เปลี่ยนไปเมื่อ 6 กรกฎาคม 2026 หลัง Boeing เริ่มผลิตที่สายการประกอบแห่งใหม่ซึ่งเรียกว่า “North Line” ภายในโรงงาน Everett
ประเด็นสำคัญของสายการผลิตแห่งใหม่นี้ ได้แก่
Boeing ระบุว่า North Line ถูกออกแบบให้คล้ายกับสายการผลิตทั้ง 3 แห่งใน Renton โดยเพิ่มอุปกรณ์ขนส่งปีกที่ใช้ลำเลียงปีกจาก Renton ไปยัง Everett
สายการผลิตใหม่นี้เข้ามาแทนที่พื้นที่เดิมของการผลิต 787 ที่ Everett และเมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง คาดว่าจะช่วยให้สายการผลิตเดียวมีกำลังผลิตได้สูงสุดประมาณ 52 ลำต่อเดือน สนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มกำลังผลิตของโครงการโดยรวม
การเพิ่มกำลังผลิตของ 737 MAX ดำเนินไปแบบเป็นขั้นตอนภายใต้การกำกับดูแลของ FAA โดยมีความคืบหน้าหลักดังนี้
| ช่วงหรือเป้าหมาย | กำลังผลิต | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| เพดานเดิมที่ FAA กำหนดในช่วงต้นปี 2026 | 38 ลำต่อเดือน | |
| ระดับการผลิตช่วงประกาศในเดือนพฤษภาคม 2026 | 42 ลำต่อเดือน | |
| ระดับที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มเมื่อ 27 พฤษภาคม 2026 | 47 ลำต่อเดือน | |
| เป้าหมายระยะใกล้ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ | 53 ลำต่อเดือนภายในสิ้นปี 2026 | |
| ตัวเลขที่อยู่ระหว่างการศึกษาภายใน | สูงสุด 63–70 ลำต่อเดือน |
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 Ortberg กล่าวว่า Boeing “ผ่านการทบทวนขั้นสุดท้ายสำหรับอัตรา 47 ลำ” กับ FAA แล้ว และกำลังเริ่มเดินสายการผลิตที่ระดับดังกล่าว โดยย้ำว่าบริษัท “เริ่มเดินหน้าเต็มที่”
ก่อนหน้านี้ FAA เคยจำกัดการผลิต Boeing ไว้ที่ 38 ลำต่อเดือนในช่วงต้นปี 2024 หลังเหตุการณ์ Alaska Airlines เที่ยวบิน 1282 จากนั้นจึงเพิ่มเพดานเป็น 42 ลำต่อเดือนในช่วงปลายปี 2025 ก่อนมาถึงการเพิ่มครั้งล่าสุด
การเร่งผลิตเริ่มสะท้อนออกมาในตัวเลขการส่งมอบจริงของ Boeing ได้แก่
Boeing ยังส่งมอบ MAX ได้ 42 ลำในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าผลผลิตจากการประกอบขั้นสุดท้ายกำลังเข้าใกล้ระดับ 42 ลำต่อเดือน แม้บริษัทจะเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมาย 47 ลำต่อเดือนแล้ว
ฝ่ายการเงินของ Boeing มองว่าอัตรา 53 ลำต่อเดือน เป็นระดับสำคัญที่จะช่วยลดยอดคำสั่งซื้อค้างส่งของ 737 MAX ซึ่งมีมากกว่า 4,800 ลำได้อย่างมีนัยสำคัญ Ortberg ระบุว่าบริษัทคาดว่าจะไปถึงอัตรานี้ภายในสิ้นปี 2026
ส่วนเป้าหมายที่สูงกว่านั้นยังอยู่ในขั้นประเมิน ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน Boeing ยืนยันว่ากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิต 737 MAX ที่ระดับ 63–70 ลำต่อเดือน หากทำได้จริง ตัวเลขดังกล่าวจะใกล้เคียงกับระดับสูงสุดของการผลิตเครื่องบินตระกูล Airbus A320
Ortbergกล่าวว่าการศึกษานี้มุ่งประเมินความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนและค้นหาข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 63 ลำต่อเดือนยังคงเป็นเป้าหมายระยะยาวอย่างเป็นทางการของบริษัท ขณะที่ระดับ 70 ลำต่อเดือนยังไม่ใช่แผนผลิตที่ได้รับการยืนยัน
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า Boeing กำลังเร่งฟื้นตัวทั้งด้านคำสั่งซื้อ โครงสร้างการผลิต และการส่งมอบ แต่ความสำเร็จของ 737 MAX ในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดจากตัวเลขเป้าหมายเพียงอย่างเดียว หากยังขึ้นอยู่กับการรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถของซัพพลายเชนในการรองรับอัตราผลิตที่สูงขึ้นด้วย