บริบทสำคัญ: สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสลงนามในปฏิญญาเมื่อเดือนมกราคม 2026 ให้คำมั่นจะส่งกองกำลังไปยูเครนหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง โดยเป็นส่วนหนึ่งของ "พันธมิตรแห่งความสมัครใจ" (Coalition of the Willing) ซึ่งมี 34 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานว่าสมาชิกหลายประเทศยอมรับเป็นการส่วนตัวว่าพวกเขาจะส่งกองกำลังได้ก็ต่อเมื่อ รัสเซียยินยอมด้วย เท่านั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการให้สิทธิ์ยับยั้งแก่รัสเซีย
โปแลนด์:
นายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสก์ เตือนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ว่าสันติภาพในยูเครน "ไม่น่าเกิดขึ้นในเร็ววัน" และรัสเซียมีแนวโน้มจะยืดเยื้อความขัดแย้งไปจนถึงฤดูหนาว เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เขากล่าวว่าปีกตะวันออกของ NATO ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ "การยกระดับความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ" เพราะสถานการณ์ความมั่นคงยังคง "ไม่มั่นคงอย่างยิ่ง" และเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เขาเรียกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า "วิกฤติ" และ "เป็นจุดเปลี่ยน" สำหรับโปแลนด์ หลังจากมีรายงานว่ามอสโกกำลังพิจารณา "การยั่วยุ" ด้วยอาวุธต่อดินแดนของ NATO
รัฐมนตรีต่างประเทศ ราดอสวัฟ ซิคอร์สกี ออกคำเตือนหลายครั้ง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เขากล่าวว่ารัสเซียอาจ กำลังเตรียมแกล้งทำเป็นถูกโจมตีในดินแดนของตนเอง ซึ่งคล้ายกับการลวงโลกไกลวิทซ์ (Gleiwitz hoax) ในปี 1939 ที่ฮิตเลอร์ใช้เป็นข้ออ้างบุกโปแลนด์ หลังจากปูตินขู่จะโจมตีรัฐต่างๆ ในยุโรป เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ซิคอร์สกีระบุว่ารัสเซียวางแผนโจมตีทางไซเบอร์หรือการยั่วยุอื่นๆ โดยกล่าวว่า "รัสเซียกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอีกแล้ว เรามีข้อมูลที่เชื่อถือได้" และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เขาเตือนโดยเฉพาะว่ารัสเซียอาจจัดฉาก เพื่อหาเหตุโจมตีสมาชิก NATO
รองนายกรัฐมนตรี ราเดค ซิคอร์สกี (ชื่อพ้องกับรมว.ต่างประเทศ) ให้สัมภาษณ์กับ CBS News (2 กรกฎาคม) ว่าเขาจะไม่ตัดทิ้งความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะจัดฉากปฏิบัติการธงปลอมภายในสองปีข้างหน้า เพื่อหาเหตุโจมตีประเทศสมาชิก NATO
เอสโตเนีย:
การเจรจายังคง หยุดชะงัก ไร้ความคืบหน้า