คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ข้อตกลงหยุดยิง Islamabad MoU พังลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 8 กรกฎาคม 2026 หลังจากมีอายุเพียง 3 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกข้อตกลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธการส่งทหารภาคพื้นดิน แต่กลับมาสนใจแผนโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะการเล็งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน 'Pickaxe Mountain' ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในครั้งนี้ 'ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์' ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent เคยทำจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหลังข้อตกลงล่ม ราคาก็พุ่งขึ้น 7% ในวันเดียว ผลกระทบทางเศรษฐกิจขยายวงกว้าง พื้นที่เอเชีย รวมถึงไทย ปากีสถาน เผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ขณะที่ยุโรปก็เจอวิกฤตดีเซลและราคาก๊าซ LNG พุ่งสูง Search & fact-check with cited sources for What are the latest developments in U.S.-Iran military escalation as of mid-July 2026, including AI-generated hero image representing the U.S.-Iran military escalation as of mid-July 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the latest developments in U.S.-Iran military escalation as of mid-July 2026, including. Article summary: Here is a fact-checked rundown of the latest developments as of mid-July 2026.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "วิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน เดือนกรกฎาคม 2026 ข้อตกลงหยุดยิงล่ม สหรัฐฯ เล็งถล่มเป้านิวเคลียร์ใต้ดิน โลกเจอวิกฤตน้ำมันหนักสุด" คืออะไร ข้อตกลงหยุดยิง Islamabad MoU พังลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 8 กรกฎาคม 2026 หลังจากมีอายุเพียง 3 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกข้อตกลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ข้อตกลงหยุดยิง Islamabad MoU พังลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 8 กรกฎาคม 2026 หลังจากมีอายุเพียง 3 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกข้อตกลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธการส่งทหารภาคพื้นดิน แต่กลับมาสนใจแผนโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะการเล็งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน 'Pickaxe Mountain' ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในครั้งนี้ 'ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์' ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent เคยทำจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหลังข้อตกลงล่ม ราคาก็พุ่งขึ้น 7% ในวันเดียว
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ข้อตกลงหยุดยิง Islamabad MoU พังลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 8 กรกฎาคม 2026 หลังจากมีอายุเพียง 3 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกข้อตกลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธการส่งทหารภาคพื้นดิน แต่กลับมาสนใจแผนโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะการเล็งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน 'Pickaxe Mountain' ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในครั้งนี้ 'ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์' ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent เคยทำจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหลังข้อตกลงล่ม ราคาก็พุ่งขึ้น 7% ในวันเดียว ผลกระทบทางเศรษฐกิจขยายวงกว้าง พื้นที่เอเชีย รวมถึงไทย ปากีสถาน เผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ขณะที่ยุโรปก็เจอวิกฤตดีเซลและราคาก๊าซ LNG พุ่งสูง Search & fact-check with cited sources for What are the latest developments in U.S.-Iran military escalation as of mid-July 2026, including AI-generated hero image representing the U.S.-Iran military escalation as of mid-July 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the latest developments in U.S.-Iran military escalation as of mid-July 2026, including. Article summary: Here is a fact-checked rundown of the latest developments as of mid-July 2026.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "วิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน เดือนกรกฎาคม 2026 ข้อตกลงหยุดยิงล่ม สหรัฐฯ เล็งถล่มเป้านิวเคลียร์ใต้ดิน โลกเจอวิกฤตน้ำมันหนักสุด" คืออะไร ข้อตกลงหยุดยิง Islamabad MoU พังลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 8 กรกฎาคม 2026 หลังจากมีอายุเพียง 3 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกข้อตกลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ข้อตกลงหยุดยิง Islamabad MoU พังลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 8 กรกฎาคม 2026 หลังจากมีอายุเพียง 3 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกข้อตกลง หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธการส่งทหารภาคพื้นดิน แต่กลับมาสนใจแผนโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะการเล็งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน 'Pickaxe Mountain' ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในครั้งนี้ 'ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์' ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent เคยทำจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหลังข้อตกลงล่ม ราคาก็พุ่งขึ้น 7% ในวันเดียว
การล่มสลายของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด
แนวคิดเรื่องการส่งทหารภาคพื้นดินของทรัมป์ ทรัมป์ได้ ปฏิเสธอย่างเปิดเผย ถึงความจำเป็นในการส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เขากล่าวว่า 'เรามีกำลังพลเพียงพอแล้ว เราไม่ต้องการทหารภาคพื้นดินอีก' อย่างไรก็ตาม การพัฒนาในช่วงก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นภาพที่ซับซ้อนกว่า:
ใน เดือนมิถุนายน 2026 สำนักข่าว CNN รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เตรียมแผนสำหรับการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่านเพื่อยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของพวกเขา โดยทรัมป์ได้รับการรายงานเป็นการส่วนตัว แต่ในที่สุดก็ชะลอแผนไว้ หลังจากได้รับคำเตือนถึงความเสี่ยงสูงจากการตอบโต้ของอิหร่านและความสูญเสียของทหารอเมริกัน
ใน เดือนมีนาคม 2026 สำนักข่าว BBC รายงานว่าทหารภาคพื้นดินอเมริกันชุดใหม่ รวมถึงหน่วยนาวิกโยธิน Expeditionary Unit กำลังถูกส่งไปยังภูมิภาคนี้ แม้ทรัมป์จะอ้างว่าสงครามกำลัง 'ซาลง'
ณ วันที่ 15–16 กรกฎาคม 2026 ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้รับทางเลือกในการ ขยายปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเน้นไปที่การโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ และอาจรวมถึงภารกิจยึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) แต่ยังไม่มีการยืนยันการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินชุดใหม่
สรุป: แผนการส่งทหารภาคพื้นดินมีอยู่จริง แต่ถูกเก็บเข้าลิ้นชักไว้ เส้นทางการเพิ่มความรุนแรงในปัจจุบันเน้นไปที่การโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธเป็นหลัก
การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน
ทรัมป์ประกาศ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ว่าสหรัฐฯ จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ก่อนหน้านี้ถือเป็นเขตหวงห้าม กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ในวันเดียวกัน
ภาพถ่ายดาวเทียม จากวันที่ 11 กรกฎาคม 2026 ซึ่งวิเคราะห์โดย CNN และสถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) แสดงให้เห็นว่าอิหร่านกำลัง สร้าง โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน Taleghan-2 ขึ้นใหม่ภายในศูนย์ทหาร Parchin ซึ่งเคยถูกทำลายจากการโจมตีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้
รายงานข่าวกรองของเพนตากอนก่อนหน้านี้ (มิถุนายน 2025) สรุปว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เพียงทำให้ล่าช้าไปสองสามเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ IAEA ยังค้นพบว่าอิหร่านซ่อนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงไว้ในโรงงานใต้ดินที่รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในรอบที่ผ่านมา
ความเสี่ยงสำคัญ: นักวิเคราะห์เตือนว่าการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ที่ฝังลึก เช่น อุโมงค์ Pickaxe Mountain อาจต้องใช้อาวุธเจาะเกราะขนาดใหญ่ ซึ่งเสี่ยงต่อการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเดิมพันในการขยายความขัดแย้งอย่างมาก
ผลกระทบในระดับภูมิภาคในวงกว้าง
ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นจุดปะทะหลัก การโจมตีของสหรัฐฯ มีเป้าหมายชัดเจนในการบีบให้เปิดช่องแคบ ขณะที่อิหร่านยังคงคุกคามการเดินเรือ การปิดช่องแคบโดยพฤตินัยส่งผลให้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์กลั่นมากกว่า 1 พันล้านบาร์เรลติดอยู่ในภูมิภาค
ภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตี ต่อประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียยิ่งเพิ่มความไม่มั่นคงในภูมิภาค
อิสราเอล ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ รวมถึงการโจมตีร่วมกันในโรงงานนิวเคลียร์ เมื่อเดือนมีนาคม 2026
กองกำลังสหรัฐฯ ชุดใหม่ รวมถึงหน่วยนาวิกโยธิน Expeditionary Unit ถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคนี้แล้ว กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าใช้กระสุนมากกว่า 2,000 นัด ในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการในเดือนมีนาคม 2026
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นรุนแรง:
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการหยุดชะงักนี้เป็น 'การหยุดชะงักของอุปทานที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก'
ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2026 และทำจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie เตือนว่าราคาอาจพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากวิกฤตรุนแรงขึ้น
หลังจากข้อตกลงหยุดยิงล่มในวันที่ 8 กรกฎาคม ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และตลาดโลก พุ่งขึ้นประมาณ 7% ในวันเดียว
การขาดแคลนเกิดขึ้นทั่วเอเชีย (ไทย ปากีสถาน) และยุโรปเผชิญปัญหาการขาดแคลนดีเซลและราคา LNG ที่พุ่งสูง
การคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงหลายครั้ง โดยนักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่าผลกระทบดังกล่าวอาจเป็นแบบถาวร
en.wikipedia.org
Islamabad Memorandum
การล่มสลายของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด
แนวคิดเรื่องการส่งทหารภาคพื้นดินของทรัมป์ ทรัมป์ได้ ปฏิเสธอย่างเปิดเผย ถึงความจำเป็นในการส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เขากล่าวว่า 'เรามีกำลังพลเพียงพอแล้ว เราไม่ต้องการทหารภาคพื้นดินอีก' อย่างไรก็ตาม การพัฒนาในช่วงก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นภาพที่ซับซ้อนกว่า:
ใน เดือนมิถุนายน 2026 สำนักข่าว CNN รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เตรียมแผนสำหรับการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่านเพื่อยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของพวกเขา โดยทรัมป์ได้รับการรายงานเป็นการส่วนตัว แต่ในที่สุดก็ชะลอแผนไว้ หลังจากได้รับคำเตือนถึงความเสี่ยงสูงจากการตอบโต้ของอิหร่านและความสูญเสียของทหารอเมริกัน
ใน เดือนมีนาคม 2026 สำนักข่าว BBC รายงานว่าทหารภาคพื้นดินอเมริกันชุดใหม่ รวมถึงหน่วยนาวิกโยธิน Expeditionary Unit กำลังถูกส่งไปยังภูมิภาคนี้ แม้ทรัมป์จะอ้างว่าสงครามกำลัง 'ซาลง'
ณ วันที่ 15–16 กรกฎาคม 2026 ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้รับทางเลือกในการ ขยายปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเน้นไปที่การโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ และอาจรวมถึงภารกิจยึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) แต่ยังไม่มีการยืนยันการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินชุดใหม่
สรุป: แผนการส่งทหารภาคพื้นดินมีอยู่จริง แต่ถูกเก็บเข้าลิ้นชักไว้ เส้นทางการเพิ่มความรุนแรงในปัจจุบันเน้นไปที่การโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธเป็นหลัก
การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน
ทรัมป์ประกาศ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ว่าสหรัฐฯ จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ก่อนหน้านี้ถือเป็นเขตหวงห้าม กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ในวันเดียวกัน
ภาพถ่ายดาวเทียม จากวันที่ 11 กรกฎาคม 2026 ซึ่งวิเคราะห์โดย CNN และสถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) แสดงให้เห็นว่าอิหร่านกำลัง สร้าง โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน Taleghan-2 ขึ้นใหม่ภายในศูนย์ทหาร Parchin ซึ่งเคยถูกทำลายจากการโจมตีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้
รายงานข่าวกรองของเพนตากอนก่อนหน้านี้ (มิถุนายน 2025) สรุปว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เพียงทำให้ล่าช้าไปสองสามเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ IAEA ยังค้นพบว่าอิหร่านซ่อนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงไว้ในโรงงานใต้ดินที่รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในรอบที่ผ่านมา
ความเสี่ยงสำคัญ: นักวิเคราะห์เตือนว่าการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ที่ฝังลึก เช่น อุโมงค์ Pickaxe Mountain อาจต้องใช้อาวุธเจาะเกราะขนาดใหญ่ ซึ่งเสี่ยงต่อการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเดิมพันในการขยายความขัดแย้งอย่างมาก
ผลกระทบในระดับภูมิภาคในวงกว้าง
ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นจุดปะทะหลัก การโจมตีของสหรัฐฯ มีเป้าหมายชัดเจนในการบีบให้เปิดช่องแคบ ขณะที่อิหร่านยังคงคุกคามการเดินเรือ การปิดช่องแคบโดยพฤตินัยส่งผลให้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์กลั่นมากกว่า 1 พันล้านบาร์เรลติดอยู่ในภูมิภาค
ภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตี ต่อประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียยิ่งเพิ่มความไม่มั่นคงในภูมิภาค
อิสราเอล ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ รวมถึงการโจมตีร่วมกันในโรงงานนิวเคลียร์ เมื่อเดือนมีนาคม 2026
กองกำลังสหรัฐฯ ชุดใหม่ รวมถึงหน่วยนาวิกโยธิน Expeditionary Unit ถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคนี้แล้ว กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าใช้กระสุนมากกว่า 2,000 นัด ในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการในเดือนมีนาคม 2026
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นรุนแรง:
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการหยุดชะงักนี้เป็น 'การหยุดชะงักของอุปทานที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก'
ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2026 และทำจุดสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie เตือนว่าราคาอาจพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากวิกฤตรุนแรงขึ้น
หลังจากข้อตกลงหยุดยิงล่มในวันที่ 8 กรกฎาคม ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และตลาดโลก พุ่งขึ้นประมาณ 7% ในวันเดียว
การขาดแคลนเกิดขึ้นทั่วเอเชีย (ไทย ปากีสถาน) และยุโรปเผชิญปัญหาการขาดแคลนดีเซลและราคา LNG ที่พุ่งสูง
การคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงหลายครั้ง โดยนักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่าผลกระทบดังกล่าวอาจเป็นแบบถาวร
en.wikipedia.org
Islamabad Memorandum