บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MoU) เป็นกรอบข้อตกลง 14 ข้อ ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 14–18 มิถุนายน 2026 โดยมีสาระสำคัญคือการหยุดยิงทันที การเปิดกรอบเจรจา 60 วันเพื่อหาข้อตกลงที่มีผลผูกพัน การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และคำมั่นสัญญาของอิหร่านที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักมองว่าข้อตกลงนี้ แม้จะมีจุดอ่อน แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาพักรบที่จำเป็นหลังจากหลายเดือนของความขัดแย้ง
ข้อตกลงหยุดยิงพังทลายลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 7–8 กรกฎาคม 2026 หลังจากอิหร่านถูกกล่าวหาว่าโจมตีเรือสินค้าหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิง 'สิ้นสุดลงแล้ว' พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมัน ฝ่ายอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศต่อต้านและปฏิเสธการเจรจาเพิ่มเติม กรอบเวลาเจรจา 60 วันจึงสิ้นสุดลงภายในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์
ทรัมป์ได้ ปฏิเสธอย่างเปิดเผย ถึงความจำเป็นในการส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เขากล่าวว่า 'เรามีกำลังพลเพียงพอแล้ว เราไม่ต้องการทหารภาคพื้นดินอีก' อย่างไรก็ตาม การพัฒนาในช่วงก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นภาพที่ซับซ้อนกว่า:
สรุป: แผนการส่งทหารภาคพื้นดินมีอยู่จริง แต่ถูกเก็บเข้าลิ้นชักไว้ เส้นทางการเพิ่มความรุนแรงในปัจจุบันเน้นไปที่การโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธเป็นหลัก
ความเสี่ยงสำคัญ: นักวิเคราะห์เตือนว่าการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ที่ฝังลึก เช่น อุโมงค์ Pickaxe Mountain อาจต้องใช้อาวุธเจาะเกราะขนาดใหญ่ ซึ่งเสี่ยงต่อการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเดิมพันในการขยายความขัดแย้งอย่างมาก
ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นรุนแรง:
สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ณ วันที่ 15–16 กรกฎาคม 2026 มีรายงานว่าทรัมป์ได้รับรายงานทางเลือกมากมายสำหรับการขยายความรุนแรงต่อไป และขอบเขตของการโจมตีในโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินยังไม่ได้รับการประเมินอย่างสมบูรณ์