14 กรกฎาคม 2026 สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรตีพิมพ์กรอบความร่วมมือ Stablecoin ครั้งสำคัญและโรดแมปสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Transatlantic Taskforce for Markets of the Future (TTMF) TTMF ยืนยันหลักการ 7 ข้อ รวมถึงการสำรอง 1:1 ด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูง และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันของเงินดิจิทัลภาคเอกชนกับระบบภาครัฐ ประธานธนาคารกลาง...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What was the content and significance of the joint U.S.-UK stablecoin framework published on July. Article summary: On July 14, 2026, the U.S. and UK published a landmark joint stablecoin framework and a broader digital asset roadmap through the **Transatlantic Taskforce for Markets of the Future (TTMF)**, established in September 202. Topic tags: general, government, education, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้เผยแพร่กรอบความร่วมมือด้าน Stablecoin (เหรียญ stablecoin) ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ พร้อมด้วยโรดแมปสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง ผ่านทาง Transatlantic Taskforce for Markets of the Future (TTMF) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2025 ในวันเดียวกันนั้นเอง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ให้การต่อสภาคองเกรสว่า เฟดจะไม่ใช้เงินภาษีประชาชน (bailout) เพื่อช่วยเหลือธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีหรือ Stablecoin
การดำเนินการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากกฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ (ที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเต็มรูปแบบภายในวันที่ 18 มกราคม 2027) และกรอบการกำกับ Stablecoin ที่เป็นระบบ (Systemic) ร่วมกันของ BoE-FCA ของสหราชอาณาจักรซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026
TTMF ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นในเดือน กันยายน 2025 ในระหว่างการเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยมีรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent และรัฐมนตรีคลังสหราชอาณาจักร Rachel Reeves เป็นผู้ร่วมนำ ผลงานเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ประกอบด้วยโรดแมปสินทรัพย์ดิจิทัล 10 ประการ ที่ครอบคลุม Stablecoin, การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็น (Tokenization) และการทดลองสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเค็นข้ามพรมแดนที่นำโดยภาคเอกชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับ SEC, CFTC และธนาคารกลางแห่งอังกฤษ (Bank of England)
ข้อเสนอแนะเบื้องต้น ของ TTMF มีเป้าหมายเพื่อ "เพิ่มความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน, ลดการแตกกระจายของตลาด และเร่งการนำ Tokenization มาใช้ในตลาดดิจิทัล"
แถลงการณ์ร่วมสหราชอาณาจักร-สหรัฐฯ ว่าด้วย Stablecoin (เผยแพร่บน gov.uk) ยืนยันหลักการร่วมเจ็ดประการ :
ในวันเดียวกันนั้น ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) Kevin Warsh ให้การต่อ คณะกรรมาธิการบริการการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎร (House Financial Services Committee) และระบุว่า เฟด "ไม่มีเจตนาที่จะให้ความช่วยเหลือ (bailout) ในกรณีที่เกิดการแห่ถอนเงิน (run) ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีหรือ Stablecoin" เขาเน้นย้ำว่าเฟดไม่ควรอยู่ใน "ธุรกิจการช่วยเหลือ" และว่าไม่มีภาคส่วนใดที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางวินัยทางการคลังในวงกว้าง
Warsh ยังกล่าวถึงบทบาทของ Bitcoin ในฐานะ ตัวบ่งชี้ (indicator) นโยบายการเงิน มากกว่าที่จะเป็นสิ่งทดแทนดอลลาร์สหรัฐ
คำแถลงนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจน: ในขณะที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรกำลังสร้างกรอบการกำกับดูแลเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม Stablecoin แต่เฟดจะไม่ทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกัน (backstop) สำหรับความล้มเหลวของธุรกิจคริปโต
GENIUS Act สร้าง ระบบการกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางแห่งแรกของสหรัฐฯ สำหรับ Payment Stablecoin โดยจำกัดการออก Stablecoin ให้กับ "ผู้ออก Payment Stablecoin ที่ได้รับอนุญาต" (Permitted Payment Stablecoin Issuers) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในสหรัฐฯ และเป็นบริษัทย่อยของสถาบันรับฝากเงินที่ได้รับการประกัน หรือเป็น Nonbank ที่ได้รับการอนุมัติ ข้อกำหนดสำคัญประกอบด้วย:
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ธนาคารกลางแห่งอังกฤษ (Bank of England - BoE) และ Financial Conduct Authority (FCA) ได้ตีพิมพ์ แนวทางการกำกับดูแลร่วมสำหรับผู้ออก Stablecoin ที่เป็นระบบ (Systemic Stablecoin Issuers) องค์ประกอบสำคัญประกอบด้วย:
กรอบการทำงานนี้ทำให้ระบบ Stablecoin ในประเทศของสหราชอาณาจักรเสร็จสมบูรณ์ โดยจัดให้มีช่องทางเข้าสู่การกำกับดูแลที่ชัดเจน นับตั้งแต่การกำกับดูแลโดย FCA สำหรับผู้ออกทุกราย ไปจนถึงการกำกับดูแลโดย BoE สำหรับรายที่มีความสำคัญเชิงระบบ
การรวมกันของโรดแมปข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกของ TTMF, ข้อกำหนดที่มีผลผูกพันของ GENIUS Act ในสหรัฐฯ และกฎระเบียบที่เสร็จสมบูรณ์ของ FCA/BoE ในสหราชอาณาจักร ได้สร้าง สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ Stablecoin ข้ามพรมแดนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ณ กลางปี 2026 กรอบการทำงานของ TTMF มีเป้าหมายอย่างชัดเจนเพื่อ ส่งเสริมการบรรจบกัน (Convergence) ระหว่างระบบของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร โดยให้ "ความเชื่อมั่นและความชัดเจนที่มากขึ้นแก่ผู้เข้าร่วมตลาดในการดำเนินนวัตกรรมทางการเงิน"
เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรมี ความเห็นที่ไม่ตรงกัน เกี่ยวกับความร่วมมือด้านคริปโต (Reuters รายงานว่าเกิด "การแตกแยก" เมื่อเดือนมีนาคม 2026)
แต่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมสามารถคลี่คลายความตึงเครียดนั้นไปสู่ชุดหลักการร่วมกัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
14 กรกฎาคม 2026 สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรตีพิมพ์กรอบความร่วมมือ Stablecoin ครั้งสำคัญและโรดแมปสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Transatlantic Taskforce for Markets of the Future (TTMF)
14 กรกฎาคม 2026 สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรตีพิมพ์กรอบความร่วมมือ Stablecoin ครั้งสำคัญและโรดแมปสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Transatlantic Taskforce for Markets of the Future (TTMF) TTMF ยืนยันหลักการ 7 ข้อ รวมถึงการสำรอง 1:1 ด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูง และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันของเงินดิจิทัลภาคเอกชนกับระบบภาครัฐ
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) Kevin Warsh ให้การต่อสภาคองเกรสในวันเดียวกันว่าเฟด ‘ไม่มีเจตนา’ ที่จะใช้เงินภาษีประชาชนช่วยเหลืออุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี