เหตุการณ์ถล่มสนามบินครั้งนี้ได้ทำลายข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางที่ดำรงอยู่ตั้งแต่สหรัฐฯ และฮูตีบรรลุการหยุดยิงในเดือนพฤษภาคม 2025
ไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุโจมตีสนามบินซานา กลุ่มฮูตีตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีสนามบินนานาชาติอับฮา (Abha International Airport) ของซาอุดีอาระเบีย นายยาห์ยา ซารี (Yahya Saree) โฆษกทหารฮูตียืนยันการโจมตีผ่านแพลตฟอร์ม Telegram และเตือนสายการบินต่างๆ ให้หลีกเลี่ยงน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่การตอบโต้กันครั้งนี้เป็นสัญญาณของความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างฮูตีและริยาดห์
เจ้าหน้าที่ฮูตีได้ออกคำขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างชัดเจนถึงการปิดทั้งช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab al-Mandeb Strait) และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานไปถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์เตือนว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบพร้อมกันอาจเป็นหายนะ:
กลุ่มฮูตีซึ่งถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มที่ ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และ เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสำคัญในกลยุทธ์ของเตหะรานในการใช้ประโยชน์จากประตูทะเลแดง ตัวบ่งชี้สำคัญของการประสานงาน:
สรุป: การโจมตีทางอากาศที่สนามบินซานาเมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2026 ได้ทำลายข้อตกลงหยุดยิงระหว่างฮูตีและซาอุดีอาระเบีย และจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธของฮูตีต่อสนามบินซาอุฯ ทันที ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฮูตีข่มขู่อย่างชัดเจนว่าจะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ และอาจปิดช่องแคบทั้งสองแห่งพร้อมกัน พร้อมเตือนว่าราคาน้ำมันจะพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ ด้วยปริมาณน้ำมันประมาณ 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และการขนส่งสินค้าทางทะเลของโลกเกือบ 30% ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบทั้งสองแห่ง จุดคอขวดในทะเลแดงแห่งนี้จึงกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญของตลาดพลังงานโลก ขณะที่อิหร่านใช้กลุ่มฮูตีเป็นตัวแทนกดดันในสมรภูมิที่ห่างไกลจากช่องแคบฮอร์มุซ