กองกำลังระบบไร้คนขับของยูเครน (USF) ปฏิบัติการ 'MoLoChKa' ตั้งแต่วันที่ 6–14 กรกฎาคม 2026 โจมตีเรือเงารัสเซีย 116 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเก่า เรือสินค้าแห้ง เรือเฟอร์รี และเรือลากจูง ในทะเลอาซอฟ การโจมตีหนักสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม เรือ 14 ลำถูกโจมตีในคืนเดียว ภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันเรือนอกสะพานเคิร์ชลดลงจาก 100...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What have been the scope, timeline, and consequences of Ukraine's nine-day drone blitz on Russian. Article summary: Here is the fact-checked account of the campaign.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ในปฏิบัติการระยะเวลา 9 วันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กองกำลังระบบไร้คนขับของยูเครน (Unmanned Systems Forces – USF) ได้ดำเนินการรื้อถอนกองเรือเงาของรัสเซียในทะเลอาซอฟอย่างเป็นระบบ โดยโจมตีเรือ 116 ลำ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อตัดเส้นทางส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสายสุดท้ายที่ยังใช้งานได้ไปยังไครเมียที่ถูกยึดครอง และทำลายเส้นทางการส่งออกที่สำคัญของรัสเซีย ปฏิบัติการที่มีชื่อรหัสว่า "MoLoChKa" (โมโลชกา) ถือเป็นการยกระดับยุทธศาสตร์สงครามทางทะเลของยูเครนอย่างมาก และส่งผลให้รัสเซียต้องระงับการเดินเรือในทะเลอาซอฟ
ปฏิบัติการ MoLoChKa เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 และดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ตามคำกล่าวของผู้บัญชาการ USF พันตรี โรเบิร์ต บรอฟดี (โรเบิร์ต "มักยาร์" บรอฟดี) ทีมงานโดรนของยูเครนสามารถโจมตีเรือรัสเซียได้ 116 ลำตลอดระยะเวลา 9 วันดังกล่าว
ตัวเลขก่อนหน้านี้รวมถึงเรือ 105 ลำใน 8 วัน และเรือ 48 ลำใน 120 ชั่วโมงแรก
ปฏิบัติการมุ่งเป้าไปที่ "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ของรัสเซีย ซึ่งประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมันเก่า ไม่มีการทำประกัน เรือสินค้าแห้ง เรือเฟอร์รี และเรือลากจูง ที่ใช้ในการหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรของตะวันตกและส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังไครเมีย ในคืนสุดท้าย (13-14 กรกฎาคม) การโจมตีประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำ เรือสินค้าแห้ง 5 ลำ และเรือลากจูง 1 ลำ
ปฏิบัติการถึงจุดสูงสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม เมื่อเรือ 14 ลำถูกโจมตีในคืนเดียว การโจมตีหนักในคืนอื่น ๆ ได้แก่ 15 ลำในวันที่ 13 กรกฎาคม และ 11 ลำในวันที่ 14 กรกฎาคม
ภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันความรุนแรงของปฏิบัติการ: มีเรือประมาณ 100 ลำจอดทอดสมออยู่ทางเหนือของสะพานเคิร์ชเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม แต่ภายในวันที่ 8 กรกฎาคม เหลือเรือเพียงประมาณ 20 ลำ โดยมีลำหนึ่งกำลังลุกไหม้อย่างเห็นได้ชัด
การโจมตีดังกล่าวบีบให้รัสเซียต้องระงับการเดินเรือในทะเลอาซอฟ หลังจากเรือ 90 ลำถูกโจมตีในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ นี่เป็นประเด็นสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เพราะทะเลอาซอฟรองรับการส่งออกธัญพืชของรัสเซียประมาณหนึ่งในสี่
นอกเหนือจากธัญพืชแล้ว ปฏิบัติการนี้ยังทำให้ "กองเรือบรรทุกน้ำมันขนส่ง" (courier tanker fleet) ที่ใช้เคลื่อนย้ายน้ำมันรัสเซียไปยังตลาดส่งออกและเชื้อเพลิงไปยังไครเมียเป็นอัมพาต เรือบรรทุกน้ำมันส่งออกขนาดใหญ่หนึ่งลำต้องใช้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กในกองเรือเงาถึง 12-15 ลำเพื่อเติมน้ำมันให้เต็ม ยูเครนได้ทำลายเรือขนาดเล็กเหล่านี้อย่างเป็นระบบ
รัสเซียกล่าวหายูเครนว่าเป็น "การก่อการร้าย" ในทะเลอาซอฟ โดยมองว่าการโจมตีการเดินเรือพาณิชย์เป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่ผิดกฎหมายในสงคราม ผู้ว่าการภูมิภาคของรัสเซียยืนยันการโจมตีที่เฉพาะเจาะจง ผู้ว่าการภูมิภาครอสตอฟ ยูรี สลูซาร์ รายงานว่าโดรนยูเครนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่กำลังเข้าใกล้คลองอะซอฟ-แบล็กซีเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เพลิงถูกควบคุมได้และไม่มีการรั่วไหลเนื่องจากเรือลำดังกล่าวว่างเปล่า
ผู้ว่าการภูมิภาคซาราตอฟรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และเรือบรรทุกน้ำมันเปล่า 2 ลำได้รับความเสียหายเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม
ปฏิบัติการ MoLoChKa เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์หลายมิติเพื่อปิดล้อมไครเมียที่ถูกยึดครอง โดยดำเนินควบคู่ไปกับการโจมตีท่าเรือ คลังน้ำมัน โครงข่ายไฟฟ้า และระบบป้องกันทางอากาศของไครเมีย
ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเชื้อเพลิงที่รุนแรงอยู่แล้วบนคาบสมุทรไครเมีย ไครเมียได้เข้มงวดการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2026 หลังการโจมตีของยูเครนต่อโรงกลั่นและเส้นทางส่งกำลังบำรุงของรัสเซียทำให้เกิดการขาดแคลนอย่างเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2026 เซอร์เกย์ อักซีนอฟ หัวหน้าไครเมียที่รัสเซียแต่งตั้ง ได้ประกาศระงับการขายน้ำมันเบนซินให้กับประชาชนทั้งหมดตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ปัจจุบันน้ำมันเชื้อเพลิงถูกจัดสรรให้เฉพาะหน่วยงานรัฐบาลที่ดูแลบริการที่จำเป็นเท่านั้น
ภายในต้นเดือนกรกฎาคม เกือบทุกภูมิภาคใน 83 ภูมิภาคของรัสเซียกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเบนซินหรือการหยุดชะงักของอุปทาน โดยสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งใช้มาตรการปันส่วน
การเผาทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของกองเรือเงา ซึ่งเป็นเส้นทางส่งเชื้อเพลิงสายสุดท้ายของไครเมีย ปฏิบัติการ MoLoChKa ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้การปิดล้อมเชื้อเพลิงของคาบสมุทรทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้รัสเซียรักษากำลังทหารในไครเมียได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันก็บีบเศรษฐกิจพลเรือนบนคาบสมุทรให้พังทลายลง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กองกำลังระบบไร้คนขับของยูเครน (USF) ปฏิบัติการ 'MoLoChKa' ตั้งแต่วันที่ 6–14 กรกฎาคม 2026 โจมตีเรือเงารัสเซีย 116 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเก่า เรือสินค้าแห้ง เรือเฟอร์รี และเรือลากจูง ในทะเลอาซอฟ
กองกำลังระบบไร้คนขับของยูเครน (USF) ปฏิบัติการ 'MoLoChKa' ตั้งแต่วันที่ 6–14 กรกฎาคม 2026 โจมตีเรือเงารัสเซีย 116 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเก่า เรือสินค้าแห้ง เรือเฟอร์รี และเรือลากจูง ในทะเลอาซอฟ การโจมตีหนักสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม เรือ 14 ลำถูกโจมตีในคืนเดียว ภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันเรือนอกสะพานเคิร์ชลดลงจาก 100 ลำเหลือ 20 ลำ
ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปิดล้อมไครเมีย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการไครเมียที่รัสเซียแต่งตั้งได้สั่งห้ามจำหน่ายน้ำมันเบนซินแก่ประชาชนทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2026 หลังการโจมตีของยูเครนต่อโรงกลั่นและเส้นทางส่งก...