10 ก.ค. 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นพบ Meta ละเมิด DSA ฐานใช้ดีไซน์เสพติดบน Facebook และ Instagram โดยเฉพาะฟีเจอร์ 4 อย่าง: ฟีดเลื่อนไม่มีที่สิ้นสุด (infinite scroll), วิดีโอเล่นอัตโนมัติ (autoplay),...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the details of the European Commission's July 2026 preliminary findings that Meta violat. Article summary: Here is a complete, sourced breakdown of the European Commission's July 2026 addictive-design preliminary findings against Meta, the fine exposure, the remedies demanded, Meta's parallel Irish court challenge, and the Ap. Topic tags: general, government, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้ออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นว่า Meta Platforms ละเมิด Digital Services Act (DSA) หรือกฎหมายบริการดิจิทัลของสหภาพยุโรป เนื่องจาก Facebook และ Instagram มีการออกแบบที่ 'เสพติด' ซึ่งเอารัดเอาเปรียบจิตวิทยาผู้ใช้และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานมากเกินไป
คณะกรรมาธิการระบุว่า Meta ล้มเหลวในการประเมินและบรรเทาความเสี่ยงเชิงระบบ ที่ดีไซน์เหล่านี้ก่อให้เกิดต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็กและกลุ่มเปราะบาง
คณะกรรมาธิการชี้ว่า Meta ออกแบบฟีเจอร์เหล่านี้อย่างรู้เท่าทันเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ โดยไม่ได้ทำการประเมินความเสี่ยงตามที่ DSA กำหนด
ตามบทลงโทษของ DSA อียูสามารถปรับ Meta ได้สูงถึง 6% ของรายได้รวมต่อปีทั่วโลกของบริษัท โดยหลายแหล่งข้อมูลระบุว่า Meta อาจต้องเจอค่าปรับประมาณ $12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท) คำนวณจากรายได้ปี 2025 ที่ราว $200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การปรับนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคำวินิจฉัยเบื้องต้นได้รับการยืนยันหลังจากที่ Meta ได้ใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดีตามกระบวนการ
คณะกรรมาธิการยุโรปมีคำสั่งให้ Meta เปลี่ยนการตั้งค่าเริ่มต้น (default settings) เพื่อลดความเสพติดและแนะนำให้มี มาตรการพักหน้าจอ (screen-time breaks) ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 Meta ได้ยื่นฟ้องต่อ ศาลสูงไอร์แลนด์ (High Court) กับ Coimisiún na Meán (หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของไอร์แลนด์) โดย Meta พยายามสั่งระงับการสอบสวนที่ Coimisiún na Meán เปิดใน เดือนพฤษภาคม 2026 ต่อ Instagram และ Facebook ภายใต้:
การสอบสวนของไอร์แลนด์ตรวจสอบว่าดีไซน์อินเทอร์เฟซของ Meta ทำให้ผู้ใช้ ควบคุมเนื้อหาที่ตัวเองดูได้ยาก และระบบแนะนำเนื้อหาจากอัลกอริทึมบิดเบือนพฤติกรรมผู้ใช้โดยไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ Meta ต้องการให้ ศาลสั่งเพิกถอนคำตัดสินของหน่วยงานกำกับดูแล ที่เปิดการสอบสวนนี้ โดยอ้างเหตุผลด้านกระบวนการและเขตอำนาจศาล
การดำเนินการนี้เป็น เส้นทางกฎหมายที่แยกต่างหาก จากการดำเนินการของคณะกรรมาธิการยุโรปภายใต้มาตรา 33 เกี่ยวกับ Very Large Online Platforms (VLOPs)
คำวินิจฉัยเดือนกรกฎาคม 2026 นี้เป็นการ ละเมิด DSA เบื้องต้นครั้งที่ 2 ของ Meta ภายใน 6 เดือน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ชี้ว่า Meta ละเมิด DSA จากกรณี ไม่ป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จากการใช้ Instagram และ Facebook แม้แพลตฟอร์มจะกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 13 ปี ในคดีเดือนเมษายนนี้ Meta ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้ใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพพอในการตรวจจับและบล็อกผู้ใช้ต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้เด็กกลุ่มนี้เสี่ยงต่อเนื้อหาและการเก็บข้อมูลส่วนตัวที่ DSA ต้องการปกป้อง
ซึ่งคดีนี้ก็มีโทษปรับสูงถึง 6% ของรายได้ทั่วโลกเช่นกัน
นอกจากนี้ Meta ยังเคยถูกดำเนินการทาง DSA อื่นๆ ก่อนหน้านี้: ในเดือนตุลาคม 2025 คณะกรรมาธิการชี้ว่า Meta ละเมิด DSA จากกรณี การเข้าถึงข้อมูลของนักวิจัยไม่เพียงพอ และ ระบบร้องเรียนเนื้อหาผิดกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ
หมายเหตุ: บทความนี้สร้างจากข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงตามที่ระบุเท่านั้น โดยคงความหมายของข้อเท็จจริงดั้งเดิมและไม่เพิ่มเติมข้อเรียกร้องที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
10 ก.ค. 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นพบ Meta ละเมิด DSA ฐานใช้ดีไซน์เสพติดบน Facebook และ Instagram โดยเฉพาะฟีเจอร์ 4 อย่าง: ฟีดเลื่อนไม่มีที่สิ้นสุด (infinite scroll), วิดีโอเล่นอัตโนมัติ (autoplay),...
10 ก.ค. 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นพบ Meta ละเมิด DSA ฐานใช้ดีไซน์เสพติดบน Facebook และ Instagram โดยเฉพาะฟีเจอร์ 4 อย่าง: ฟีดเลื่อนไม่มีที่สิ้นสุด (infinite scroll), วิดีโอเล่นอัตโนมัติ (autoplay),... Meta เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 6% ของรายได้ทั่วโลกต่อปี หรือประมาณ $12,000 ล้าน (จากรายได้ปี 2025 กว่า $200,000 ล้าน) หากคำวินิจฉัยนี้กลายเป็นที่สุด [3][7][9]
อียูสั่ง Meta เปลี่ยน default settings ให้ปิดฟีเจอร์เสพติดโดยอัตโนมัติ ต้องให้ผู้ใช้เลือกเข้าร่วม (opt in) และบังคับให้มีระบบพักหน้าจอ (screen time break) ที่ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ป๊อปอัปปิดง่าย [2][4][5][10]