วันที่ 13 กรกฎาคม 2026 กองกำลังอิหร่านยิงขีปนาวุธร่อนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชื่อ มอมบาซา และ อัล บาฮิยาห์ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำโอมาน [21][22][26] เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวอินเดีย 6 ราย และชาวยูเครน 2 ราย โดยมีอาการส...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What happened when Iranian missiles struck two UAE-flagged oil tankers in the Strait of Hormuz on. Article summary: Here is a comprehensive, source-backed account of the events.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2026 ขีปนาวุธร่อนของอิหร่านได้พุ่งเข้าชนเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สองลำ คือ มอมบาซา (Mombasa) และ อัล บาฮิยาห์ (Al Bahiyah) ขณะที่ทั้งสองลำกำลังแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือด้านใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของโอมาน การโจมตีครั้งนี้ทำให้ ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย ซึ่งรวมถึงชาวอินเดีย 6 ราย และชาวยูเครน 2 ราย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย
เกิดเพลิงไหม้บนเรือทั้งสองลำ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
เหตุโจมตีครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดการเผชิญหน้ารอบใหม่ โดยสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างออกมาประกาศว่าตนเป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยิ่งบั่นทอนหนทางทางการทูตที่เหลืออยู่เพื่อยุติสงคราม
อิหร่านยังไม่ได้ออกมาให้เหตุผลโดยละเอียดสำหรับการโจมตีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมนี้โดยเฉพาะ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน คือเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม อิหร่านได้โจมตีเรือพาณิชย์สามลำ ได้แก่ เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ Al Rekayat, เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย Wedyan และเรืออีกหนึ่งลำ หลังจากนั้น กองทัพเรืออิหร่านแถลงว่าได้ยิงกระสุนเตือนและกระสุนถูกเรือ เนื่องจาก "เรือหลายลำพยายาม" จะผ่านช่องแคบโดยไม่สนคำเตือนของอิหร่าน โดยรวมแล้ว จุดยืนของอิหร่านตลอดปี 2026 คือการยืนยันอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารและการปิดล้อมของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
การโจมตีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมเป็นการยกระดับความรุนแรงล่าสุดของสิ่งที่เรียกว่า วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปี 2026 ซึ่งปะทุขึ้นอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี 2026
กะลาสีเรือชาวอินเดียตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งจากทั้งสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก:
ณ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) บันทึก การโจมตีเรือพลเรือนที่ได้รับการยืนยันแล้ว 46 ครั้ง โดยมี ลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย — ส่วนใหญ่เกิดจากการยิงของอิหร่าน แต่บางส่วนก็มาจากการโจมตีของสหรัฐฯ
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักอย่างรุนแรงนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น
โดยสรุป ช่องแคบฮอร์มุซ — ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันประมาณ 20% ของโลกผ่าน — ได้หยุดชะงักการทำงานเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยมีเรือเพียงไม่กี่ลำที่กล้าแล่นผ่านภายใต้ความเสี่ยงที่สูงมาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
วันที่ 13 กรกฎาคม 2026 กองกำลังอิหร่านยิงขีปนาวุธร่อนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชื่อ มอมบาซา และ อัล บาฮิยาห์ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำโอมาน [21][22][26]
วันที่ 13 กรกฎาคม 2026 กองกำลังอิหร่านยิงขีปนาวุธร่อนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชื่อ มอมบาซา และ อัล บาฮิยาห์ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำโอมาน [21][22][26] เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวอินเดีย 6 ราย และชาวยูเครน 2 ราย โดยมีอาการสาหัส 4 ราย [21][26]
ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างอ้างสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เส้นทางการทูตเพื่อยุติสงครามริบหรี่ลง [5]