ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง 11% ในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบปีก่อน ต่ำสุดสำหรับไตรมาส 2 นับตั้งแต่ปี 2013 จากข้อมูลของ Counterpoint Research [6] ราคาชิปความจำพุ่งทะยาน ราคา LPDDR สำหรับมือถือใน Q2/2026 คาดสูงกว่า Q3/2025 เกือบสามเท่า วิกฤตจะยืดเยื้อถึงปลายปี 2027 [14][9] ราคาสมาร์ทโฟนปรับขึ้นแรงทุกกลุ่ม Gartner คาดเพิ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused global smartphone shipments to hit a 13-year low in Q2 2026, how are different manufa. Article summary: ## What caused the 13-year low in Q2 2026?. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง 11% ในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของไตรมาส 2 นับตั้งแต่ปี 2013 ตามข้อมูลเบื้องต้นจาก Counterpoint Research สาเหตุหลักคือวิกฤตการณ์ขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (memory chip) ที่มาจากด้านอุปทาน ความต้องการชิป DRAM และ NAND Flash ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลจากอุตสาหกรรม AI ได้ดึงกำลังการผลิตออกจากชิปหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์พกพา ทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์สำหรับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน
วิกฤตครั้งนี้ต่างจากรอบก่อนๆ ที่เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคอ่อนแอ เพราะครั้งนี้วิกฤตนำโดยอุปทานที่ตึงตัว — ข้อจำกัดสำคัญคืออุปทาน LPDDR และ NAND สำหรับมือถือไม่สามารถตามทัน
IDC บรรยายสถานการณ์นี้ว่าเป็น "วิกฤตการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" โดยคาดการณ์ว่าตลาดทั้งปีจะหดตัว 13.9% เหลือประมาณ 1.09 พันล้านเครื่อง ปัจจัยรองคือสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคและเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตอีกทาง
ผลกระทบกระจายตัวอย่างไม่เท่าเทียมกันอย่างมาก ตลาดกำลังแบ่งขั้ว โดยผู้เล่นตลาดพรีเมียมทำผลงานได้ดีกว่า ในขณะที่แบรนด์ที่เน้นราคาประหยัดได้รับผลกระทบหนักที่สุด
Apple — สวนกระแสด้วยยอดจัดส่งที่เพิ่มขึ้น 3% ใน Q2 2026 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการ iPhone 16 และ 17 ที่แข็งแกร่ง และฐานลูกค้าระดับพรีเมียมที่อ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า
Samsung — ก็ทำผลงานดีกว่าตลาดโดยรวม และสามารถแย่งชิงตำแหน่งผู้นำด้านปริมาณการจัดส่งกลับคืนจาก Apple ตามข้อมูลของ Counterpoint ห่วงโซ่อุปทาน DRAM/NAND แบบครบวงจรของ Samsung (ผ่าน Samsung Semiconductor) ทำให้ได้เปรียบด้านต้นทุน
Transsion (Tecno, Infinix, Itel), Xiaomi และ Honor — เผชิญกับการลดลงมากที่สุด แบรนด์เหล่านี้อาศัยอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นและราคาต่ำกว่า 150 ดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ซึ่งต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนในต้นทุนรวมของชิ้นส่วน (bill of materials) สูงที่สุด ส่งผลให้กำไรหดตัวและถูกบีบให้ต้องขึ้นราคาหรือลดฟีเจอร์ สมาร์ทโฟนบางรุ่นที่ราคาต่ำกว่า 150 ดอลลาร์อาจหายไปจากตลาด
Oppo และ Vivo — ก็ได้รับการปรับลดประมาณการการจัดส่งลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน แต่รุนแรงน้อยกว่าแบรนด์ที่เน้นราคาประหยัด
ระยะเวลาการขาดแคลน: บริษัทวิจัยหลายแห่งคาดว่าวิกฤตชิปหน่วยความจำจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 IDC คาดการณ์ว่าการเติบโตของอุปทาน DRAM และ NAND ในปี 2026 จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยอยู่ที่ 16% และ 17% เมื่อเทียบปีต่อปีตามลำดับ ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ Counterpoint ประมาณการว่าการขาดแคลนนี้อาจฉุดรั้งอุตสาหกรรมไปจนถึงปลายปี 2027
ราคาสมาร์ทโฟน: ราคากำลังปรับสูงขึ้นอย่างชัดเจนในทุกกลุ่ม
โดยสรุป ตลาดกำลังเผชิญกับการหดตัวที่มาจากอุปทานซึ่งจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 โดยมีผลกระทบแบบสองขั้ว: ผู้เล่นพรีเมียมอย่าง Apple และ Samsung ยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่แบรนด์จีนและแอฟริกาที่เน้นราคาประหยัดต้องแบกรับภาระหนักที่สุดจากต้นทุนชิปความจำที่สูงขึ้นและยอดจัดส่งที่หดตัวลง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง 11% ในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบปีก่อน ต่ำสุดสำหรับไตรมาส 2 นับตั้งแต่ปี 2013 จากข้อมูลของ Counterpoint Research [6]
ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง 11% ในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบปีก่อน ต่ำสุดสำหรับไตรมาส 2 นับตั้งแต่ปี 2013 จากข้อมูลของ Counterpoint Research [6] ราคาชิปความจำพุ่งทะยาน ราคา LPDDR สำหรับมือถือใน Q2/2026 คาดสูงกว่า Q3/2025 เกือบสามเท่า วิกฤตจะยืดเยื้อถึงปลายปี 2027 [14][9]
ราคาสมาร์ทโฟนปรับขึ้นแรงทุกกลุ่ม Gartner คาดเพิ่มขึ้น 13% ในปี 2026 ราคาขายเฉลี่ยแตะระดับไม่เคยปรากฏมาก่อน [8][2][3]