การเทขายครั้งนี้เขย่าตลาดทั่วโลก นักลงทุนเอเชีย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิป ถูกถล่มหนักที่สุด:
Societe Generale ระบุในแนวโน้มเอเชียแปซิฟิกปี 2026 (เผยแพร่ปลายปี 2025) ว่า 'วัฏจักรการลงทุน AI' ยังคงเป็นธีมหลักของหุ้นเอเชีย โดยธนาคารชี้ว่ากระแสเงินสดจากบริษัท AI ทั่วโลกจะยังคงเป็นประโยชน์ต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานเอเชีย (หน่วยความจำ, ฟาวเดอรี่, การบรรจุ)
กลางปี 2026 ทางธนาคารยอมรับว่านักลงทุนต่างชาติได้เทขายหุ้นเอเชียในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบอย่างน้อย 16 ปี โดยมีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิ 137,360 ล้านดอลลาร์ในครึ่งปีแรกของปี 2026 ขณะที่พวกเขาลดสัดส่วนหุ้นที่มีผลตอบแทนดีที่สุดในเกาหลีใต้และไต้หวัน อย่างไรก็ตาม Societe Generale ยังคงยืนยันว่าข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างของเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับโอกาสจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ใน upstream และนโยบายสนับสนุนเฉพาะจุด ทำให้ภูมิภาคนี้พร้อมสำหรับ 'ความยืดหยุ่นท่ามกลางการหมุนเวียน'
ธนาคารมองว่าภาวะผู้นำของตลาดหุ้นกำลังเปลี่ยนไปภายในเอเชีย มากกว่าจะไหลออกจากภูมิภาค: จากหุ้นผู้บุกเบิก AI ที่มีราคาแพงเกินไป สู่บริษัทผู้สนับสนุน AI ที่มีกระแสเงินสดในระยะใกล้
สัญญาณตลาดหมี: ในต้นเดือนมิถุนายน 2026 BofA เตือนว่า 'สัญญาณตลาดหมี' ในประวัติศาสตร์ของธนาคารถูกกระตุ้นแล้วประมาณ 70% ซึ่งเป็นสัญญาณว่า 'ช่วงเวลาง่าย ๆ ' ของ AI Rally ได้สิ้นสุดลงแล้ว ธนาคารระบุว่าหุ้น hyperscaler ของสหรัฐฯ ตามหลังดัชนี S&P 500 อยู่ประมาณ 15% นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2026
การปรับฐานคือสัญญาณที่ดี: เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม BofA เผยแพร่บันทึกที่เรียกการเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ครั้งนี้ว่าเป็น 'การปรับฐานที่เกิดขึ้นชั่วคราวและดีต่อสุขภาพ' มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน SOX ร่วง 11% ในไตรมาสที่ 3 หลังจากที่พุ่งขึ้น 88% ในไตรมาสที่ 2 และ BofA ให้เหตุผลว่าสอดคล้องกับรูปแบบการย่อตัวในอดีต
ดีมานด์ยังอยู่ในเฟส 'บูม' : ผลสำรวจรายเดือนของ BofA (กลางเดือนมิถุนายน) พบว่า 56% ของผู้จัดการกองทุนยังคงอธิบายการ Rally ของหุ้น AI ว่าอยู่ใน 'เฟสบูม' มากกว่าอาการคลั่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายังมีโอกาสขาขึ้นอีก
ความเสี่ยงด้านมหภาค: BofA ชี้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียอาจจุดประกายความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง และทำให้ธนาคารกลาง (โดยเฉพาะเฟด) ยังคงอยู่ในโหมด hawkish อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม 2026 ธนาคารได้เตือนว่าตลาดอาจประเมินการตอบสนองของเฟดต่อภาวะราคาน้ำมันสูงเกินไป โดยสังเกตว่าภาวะช็อกจากฝั่งอุปทานอาจนำไปสู่อัตราดอกเบี้ยที่คงที่หรือแม้แต่การปรับลด กลางเดือนกรกฎาคม ด้วยความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียที่กลับมาอีกครั้ง BofA ย้ำว่าความเชื่อมโยงระหว่างราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย เป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นเทคที่มีราคาสูง
การเทขายครั้งกลางเดือนกรกฎาคมไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการบรรจบกันของความผิดหวังเฉพาะบริษัท (ซัมซุง) ภาวะช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ (ราคาน้ำมันพุ่งจากสหรัฐฯ-อิหร่าน) และการตระหนักถึงวัฏจักรของความยั่งยืนในการใช้จ่าย AI หุ้นชิปเอเชียถูกกระทบหนัก โดย KOSPI ของเกาหลีใต้ต้องหยุดเทรด Societe Generale มองเห็นกระแสหมุนเวียนภายในเอเชีย มากกว่าการทิ้งภูมิภาค โดยภาวะผู้นำจะเปลี่ยนไปสู่หุ้นกลุ่มสนับสนุน AI ขณะที่ BofA มองว่าการปรับฐานครั้งนี้เป็นการResetที่ดีต่อสุขภาพภายในเฟส 'บูม' ของ AI ที่ยังคงอยู่ แต่เตือนว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและสัญญาณ Hawkish ของธนาคารกลางเป็นความเสี่ยงด้านมหภาคที่ใกล้ตัวที่สุดของ Rally