นาทีที่ 30 – ฟาเบียน รุยซ์ (สเปน 1-0): กองกลางจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยิงประตูขึ้นนำให้ลาโรฆ่า หลังจากครองเกมได้เหนือกว่าในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก
นาทีที่ 41 – ชาร์ลส์ เดอ เกเตแลร์ (1-1): กองหน้าเบลเยียมโหม่งตีเสมอก่อนจบครึ่งแรก ทำลายสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันของสเปนถึง 4 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนหน้านี้สเปนไม่เสียประตูเลยตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบ 16 ทีม
นาทีที่ 88 – มิเกล เมริโน (สเปน 2-1): กองกลางอาร์เซน่อลที่ลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 86 ซัดประตูชัยจากการสัมผัสบอลครั้งที่สอง เมริโนซัดตามซ้ำหลังจากที่เซนเน่ ลามเมนส์ ผู้รักษาประตูสำรองของเบลเยียมเซฟลูกยิงของเปา กูบาร์ซีไม่อยู่ บอลเข้าประตูไปซุกก้นตาข่าย
ธิโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารจอมหนึบของเบลเยียม ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 71 หลังจากมีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย กูร์กตัวส์เซฟได้ถึง 4 ครั้งก่อนถูกเปลี่ยนตัว และมีอาการน้ำตาคลอขณะเดินออกจากสนาม
เขาถูกแทนที่โดย เซนเน่ ลามเมนส์ ผู้รักษาประตูจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งลงเล่นเป็นนัดแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ ขณะนั้นสกอร์ยังเสมอ 1-1 ลามเมนส์เซฟไว้ได้นานถึง 17 นาที ก่อนที่ในนาทีที่ 88 จะรับลูกยิงอันทรงพลังของเปา กูบาร์ซีไม่อยู่ บอลหลุดมือมาเข้าทางเมริโนยิงประตูชัยทันที
รายงานการแข่งขันหลายสำนักชี้ว่าความผิดพลาดในการรับลูกของลามเมนส์คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมรอบ 8 ทีมนี้
ก่อนที่เดอ เกเตแลร์จะตีเสมอนาทีที่ 41 สเปนไม่เสียประตูเลยในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเก็บคลีนชีตได้ 4 นัดติดต่อกันตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบ 16 ทีม ประตูดังกล่าวยังทำลายสถิติที่สเปนเก็บคลีนชีตได้ 6 นัดติดต่อกันในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์ที่แล้ว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของชาติ กุนซือลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ พาทีมเข้าสู่เกมนี้ด้วยสถิติไม่แพ้ใคร 35 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024
จากชัยชนะนี้ สเปนจะพบกับ ฝรั่งเศส ในรอบรองชนะเลิศในวัน อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2026 ที่สนาม AT&T สเตเดียม ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส เวลาแข่งขัน 15.00 น. ET (20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) โดยจะถ่ายทอดสดทางช่อง FOX เป็นภาษาอังกฤษ และ Telemundo เป็นภาษาสเปนในสหรัฐอเมริกา
ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองฯ ด้วยการเอาชนะโมร็อกโก 2-0 ในรอบก่อนรองฯ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ผู้ชนะระหว่างสเปนกับฝรั่งเศสจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ในวันที่ 19 กรกฎาคม ที่สนามเมทไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์