คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังจะออกข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่า Facebook และ Instagram จงใจใช้ฟีเจอร์เพื่อออกแบบให้เด็กเกิดพฤติกรรมเสพติด หลังเปิดการสอบสวนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 [1][11][15] ฟีเจอร์หลักที่ถูกจับตา ได้แก่ การเลื่อนดูแบบไม่รู้จบ (infinite scroll), เล่นวิดีโออัตโนมัติ (autoplay), การแจ้งเตือน (push notifications...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the European Commission's formal charges against Meta under the Digital Services Act reg. Article summary: Here is a comprehensive, evidence-backed breakdown of the EU's DSA action against Meta and the surrounding legal landscape.. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it us
สหภาพยุโรป (EU) กำลังเตรียมเปิดศึกใหญ่กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป้าหมายคือ Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram ซึ่งถูกคณะกรรมาธิการยุโรปตั้งข้อกล่าวหาว่า จงใจออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กและวัยรุ่นเกิดพฤติกรรมเสพติด ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ที่เข้มงวดที่สุดในโลก
แม้ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการยังไม่ออกมาในเดือนกรกฎาคม 2026 แต่หลายสำนักข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการฯ กำลังจะประกาศ “ข้อกล่าวหาเบื้องต้น” (preliminary findings) ซึ่งถือเป็นการยกระดับการสอบสวนที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 นี่คือรายละเอียดทั้งหมดที่คุณควรรู้
การดำเนินการของ EU ต่อ Meta มีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
ฟีเจอร์ที่ EU ระบุว่าเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมเสพติดนั้น มี 4 อย่างหลัก ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เคยใช้ฟ้อง TikTok มาก่อนหน้านี้:
คณะกรรมาธิการยุโรปพบว่าสิ่งที่ Meta ขาดหายไปคือ การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ว่าฟีเจอร์เหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจของผู้ใช้เยาวชนอย่างไร โดยเฉพาะตัวชี้วัด เช่น ระยะเวลาที่เด็กใช้แอปในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ TikTok เองก็ถูกตำหนิในประเด็นเดียวกัน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 EU มีคำวินิจฉัยเบื้องต้นว่ามาตรการตรวจสอบอายุของ Meta “ไม่ได้ผล” และเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปียังสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มได้โดยง่าย แม้ Meta จะกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 13 ปีในข้อกำหนดก็ตาม
หากพบว่า Meta ละเมิด DSA จริง คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถ:
นอกจากคดีการออกแบบที่ทำให้เสพติดแล้ว Meta ยังอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนอีกหลายคดีภายใต้ DSA ได้แก่:
Meta กำลังเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกาที่รุนแรงไม่แพ้ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
4 รัฐเรียกค่าเสียหาย 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ — ในการยื่นเอกสารต่อศาลเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 Meta เปิดเผยว่า 4 รัฐของสหรัฐฯ (แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์) กำลังเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 50,000 ล้านล้านบาท) ฐานออกแบบ Facebook และ Instagram ให้เยาวชนเสพติดและหลอกลวงสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่ง Meta เรียกว่าตัวเลขนี้ “เกินจริงอย่างมหันต์” (outlandish) คดีนี้มีกำหนดพิจารณาคดีในเดือนสิงหาคม 2026 ที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
คำตัดสินของคณะลูกขุนในลอสแอนเจลิส (มีนาคม 2026) — เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 คณะลูกขุนในลอสแอนเจลิสตัดสินว่า Meta และ Google ละเลยต่อการออกแบบฟีเจอร์ที่ทำให้เสพติดใน Instagram และ YouTube จนเป็นสาเหตุให้ผู้ใช้รายหนึ่งเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยให้ Meta จ่ายค่าเสียหาย 4.2 ล้านดอลลาร์ และ Google จ่าย 1.8 ล้านดอลลาร์ รวมเป็น 6 ล้านดอลลาร์ คำตัดสินนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคดีที่คล้ายกันอีกหลายร้อยคดี Meta ได้ยื่นขอยกเลิกคำตัดสินดังกล่าวแล้ว
ศาลสูงสหรัฐฯ (พฤษภาคม 2026) — ศาลสูงสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะรับพิจารณาคำร้องของ Meta ที่ต้องการให้ยกฟ้องคดีเสพติดโซเชียลมีเดียที่รัฐเวอร์มอนต์ยื่นฟ้อง ซึ่งเป็นการเปิดทางให้คดีในระดับรัฐดำเนินต่อไปได้
Meta ได้ออกมาโต้แย้งว่า บริษัทมีเครื่องมือด้านความปลอดภัยมากมายอยู่แล้ว รวมถึง:
บริษัทอ้างว่าได้ลงทุนมหาศาลในด้านความปลอดภัยของผู้เยาว์ และมาตรการที่มีอยู่มีความเข้มแข็งแล้ว พร้อมมองว่าการสอบสวนของ EU มองข้ามเครื่องมือที่มีอยู่และโปรแกรมด้านความปลอดภัยโดยสมัครใจของบริษัท
อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยเบื้องต้นของ EU ในเดือนเมษายน 2026 ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว โดยระบุว่า แม้ Meta จะมีข้อกำหนดและระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง แต่บริษัทก็ยัง “ล้มเหลวในการระบุ ประเมิน และลดความเสี่ยงต่อผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีได้อย่างขยันขันแข็ง”
นี่อาจเป็นคดีที่สำคัญที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ใช่แค่สำหรับ Meta หรือ EU แต่สำหรับอนาคตของโซเชียลมีเดียทั่วโลก หาก EU ชนะคดีนี้ มันจะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า “การออกแบบที่ทำให้เสพติด” ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ยอมรับได้อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งผิดกฎหมายที่ต้องถูกกำจัด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังจะออกข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่า Facebook และ Instagram จงใจใช้ฟีเจอร์เพื่อออกแบบให้เด็กเกิดพฤติกรรมเสพติด หลังเปิดการสอบสวนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 [1][11][15]
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังจะออกข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่า Facebook และ Instagram จงใจใช้ฟีเจอร์เพื่อออกแบบให้เด็กเกิดพฤติกรรมเสพติด หลังเปิดการสอบสวนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 [1][11][15] ฟีเจอร์หลักที่ถูกจับตา ได้แก่ การเลื่อนดูแบบไม่รู้จบ (infinite scroll), เล่นวิดีโออัตโนมัติ (autoplay), การแจ้งเตือน (push notifications) และระบบแนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคล (personalized recommender systems) — ซึ่งเป็นชุดเ...
Meta ถูกคณะกรรมาธิการฯ ชี้ว่าล้มเหลวในการประเมินความเสี่ยงและป้องกันผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าถึงบริการ แม้บริษัทจะกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ในข้อกำหนดก็ตาม [3][4][13]